ปีที่ 3 ฉบับที่ 1013 ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

วิวาทะ

ชิตัง เม ชนะใครชนะได้ ชนะกิเลสในใจเราประเสริฐกว่า

ชิตัง เม คำแปลตรงๆ ก็คือ เราชนะแล้ว

เมื่อวานนี้ 22 เมษายน 2543 ต้องจารึกไว้เป็นอนุสรณ์ว่า คำว่า ชิตัง เม หลุดลอดออกจากปากของเหล่ากัลยาณมิตรที่ชุมนุมกันหน้ามหาธรรมกายเจดีย์ จำนวนแสนๆ คน ดังกึกก้องกัมปนาท ประหนึ่งพสุธาหวั่นไหว

อดคิดถึงข้อธรรมะในธรรมจักกัปวัตนสูตรไม่ได้ ตอนที่พระโกณทัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม จนได้นามว่า อัญญา ซึ่งแปลว่า รู้แล้ว เข้าใจซาบซึ้งแล้ว

ต่อด้วยพระบาลีว่า อิติห เตน ขเณน ในขณะนั้นนั่นเอง แสงสว่างไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณก็พวยพุ่งขึ้นมาในโลก

เสียงสาธุ อนุโมทนา ดังเป็นทอดๆ ไปทั่วทั้งหมื่นโลกจักรวาล จากมนุษย์ไปสู่เทพ จากเทพไปสู่พรหม

การประกาศสัจธรรมของพระองค์ในครั้งนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงความคิด ความเห็นของชาวโลกขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการเปิดภาชนะที่คว่ำให้หงาย

เท่ากับว่า ทฤษฎีธรรมจักรนี้ จะอยู่คู่นิรันดร์ไปกับโลก ใครๆ จะไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงปรับปรุงไม่ได้อีกแล้ว

ผู้นั้นไม่ว่าจะเป็นเทพ เป็นมาร เป็นพรหม หรือ เกน จิ วา ไม่ว่าใครทั้งนั้น โลเก อัปปติวัตติยัง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลักการนี้ขึ้นใหม่ในโลกอย่างเด็ดขาด

การเฉลิมฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ณ วัดพระธรรมกาย เมื่อวานนี้ เป็นงานยิ่งใหญ่แห่งทศวรรษ หัวใจบางคนอยากจะบอกว่า เป็นงานใหญ่แห่งยุค หรือแห่งศตวรรษเสียด้วยซ้ำ

เอาเถอะครับ จะเป็นงานยิ่งใหญ่ในรอบ 100 ปี ในรอบร้อยปีหรือยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย ยากที่จะวัด

ความจริงก็คือ สุดจะยิ่งใหญ่จริงๆ จนผมหาสิ่งเทียบเคียงไม่ได้ จึงอาจเอื้อมคิดไปถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนา ที่เรียกกันว่า ธรรมจักร คือ กงล้อแห่งธรรม หมุนติ้วไปเบื้องหน้าอย่างองอาจสง่างาม

ธรรมจักร หรือกงล้อแห่งธรรมนี้ หมุนพาชาวโลกทั้งมวลมุ่งสู่แดนเกษมคือพระนิพพาน ทิ้งความหลังอันโสมม คือทุกข์และสมุทัยไว้อย่างไม้ใยดี บรรลุนิโรธด้วยเส้นทางอมตะ ชื่อมัชฌิมาปฏิปทา

ย้อนกลับมาที่งานเฉลิมฉลองมหาธรรมกายเจดีย์

ต้องยอมรับกันว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ถูกกีดกัน กลั่นแกล้ง ใส่ร้าย คัดค้านสารพัดรูปแบบ ถ้าเป็นที่อื่นพังพาบไปนานแล้ว อย่างดีก็มีแต่เสาเข็ม หรือกองอิฐหินปูนทราย วัดทั้งวัดพานจะร้างเอา

ด้วยพลังศรัทธาที่เรียกว่า อจลศรัทธาของผู้นำ คือสมภารและรองสมภาร ตลอดทั้งพระหนุ่มเณรน้อยของชาววัดพระธรรมกาย งานใหญ่นี้สำเร็จลงได้

และด้วยพลังศรัทธาที่เป็นอจลศรัทธาของเหล่ากัลยาณมิตร ที่เป็นฆราวาส ซึ่งเป็นผู้ตามและเฝ้าสนับสนุนอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปตามกระแสสื่อ

ทั้ง 2 ศรัทธา ผนึกพลังกันเหนียวแน่น มั่นคงเด็ดเดี่ยว ทำให้งานใหญ่ผ่านพ้นไปได้

ทุกผู้ทุกนามที่ต่างร่วมมือร่วมใจกันทุ่มโถมกำลังกาย ใจ และกำลังทรัพย์ เพื่อมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นความภาคภูมิใจร่วมกัน เป็นความปลื้มปีติร่วมกัน และเป็นคำพูดที่กล้าเปล่งดังๆ ออกมาพร้อมๆ กันว่า คุ้ม และหายเหนื่อย ก็คือ ชิตัง เม นั่นเอง

มหาธรรมกายเจดีย์ ที่ประดิษฐาน ณ วัดพระธรรมกายองค์นี้ มิใช่เพื่อสมภาร รองสมภาร พระเณรหรือเฉพาะชาววัดพระธรรมกาย

แต่เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และเพื่อเป็นปูชนียสถาน ให้เหล่าลูกหลานชาวพุทธในวันนี้ และวันหน้า ได้เข้าสัมผัส แล้วจะได้ใช้เป็นลานธรรม ประพฤติปฏิบัติทางจิต โดยเขาเหล่านั้น จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในสังคมสืบไป

ชิตัง เม ไม่ใช่บทสุดท้าย ที่จะเหือดหายไปกับกาลเวลา คือวันที่ 22 เมษา

แต่ ชิตัง เม เป็นบทที่หนึ่ง หรือบทแรก ที่ชาวพุทธ หรือชาวกัลยาณมิตร เพิ่งจะพากันเริ่มต้นสำเหนียกศึกษาเท่านั้น

บทเริ่มต้นนี้ เกิดขึ้นมาเพื่อทดสอบกำลังกายใจ ของพวกเราว่า มีความท้อแท้อ่อนไหวต่อกระแสมากน้อยเพียงใด สู้ไหวไหม และจะมุ่งไปข้างหน้า โดยไม่สะทดสะท้านต่อกระแสอย่างไร

รูปแบบของ ชิตัง เม มองข้ามเสียงคัดค้านถากถาง เยาะเย้ย และสบประมาททุกรูปแบบ และไม่มีความหมายใดๆ ที่จะไปเอาชนะคะคานกับเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น

ชิตัง เม จริงๆ คือการทดสอบบารมีธรรม ไม่ได้มองฝ่ายตรงข้าม หรือผู้อื่นว่าเป็นปฏิปักษ์ ถือเสียว่า กระแสนั้นคือข้อทดสอบ เมื่อเราตอบได้และตอบถูก เราก็ผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อนไปได้ ผลก็คือ เราสอบได้ ซึ่งก็คือ ชิตัง เม นั่นเอง

มองไปข้างหน้า นู่นแน่ เส้นทางที่เราจะก้าวเดินต่อไปยาวไกลนัก เส้นทางที่ว่านี้ คือเส้นทางแห่งวัฏฏะ

มีทั้งขวากหนามหลุมตอ เปลวเพลิง และขุนเขา ท้องทะเล มหาสมุทร ยากนัก ที่จะก้าวเดินไปอย่างสงบราบเรียบและลื่นไหล ปราศจากอุปสรรค คอยกีดกันขัดขวางทุกรูปแบบ

การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เวียนว่ายไปตามวิบากกรรม นับภพนับชาติไม่หวาดไม่ไหว ที่เรียกว่า สังสารวัฏนั้น เป็นการทดสอบอันยิ่งใหญ่

เมื่อใดที่เราหยุดการเกิดเสียได้ ไม่เวียนว่ายแหวกธารธาราแห่งสังสารวัฏอีกต่อไป

เมื่อนั้นพระองค์ตรัสว่า เป็นการทำลายสังสารจักรลงได้ ซึ่งก็คือ การบรรลุจุดหมายปลายทางได้อย่างแท้จริง

นั่นคือการเข้าถึงพระนิพพาน

และ ชิตัง เม เราคือผู้ชนะที่แท้จริง อยู่ตรงนี้ต่างหาก

สาธุ สาธุ สาธุ ชิตัง เม

ปู่โอม


[หน้าหลัก][หน้า1][สหัสวรรษ][วิวาทะ][ต่างดาว]

1