ปีที่ 3 ฉบับที่ 1003 ประจำวันอาทิตย์ที่ 16 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
โจรอมเงินพระ ชาติพินาศ? ใครรับผิดชอบ
ธปท.-คลังฟัดกันนัว หลักธรรมเสื่อม ลุอำนาจ!! แสงธรรมส่องไม่ถึง
โครงการกองทุนผ้าป่าช่วยชาติ ภายใต้การชูธงธรรมปลุกสำนึกคนไทยทั้งชาติ ให้ตื่นจากความหลับไหล ของพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) แห่งวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี กลายเป็นเชื้อชนวนปลุกกระแสความรักชาติ พร้อมกับความหวังการปรับเปลี่ยนรัฐบาลจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคหวังใหม่ มาเป็น นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศจะนำดรีมทีมเศรษฐกิจ มากู้ซากปรักหักพังให้กับบ้านเมือง ความหวังที่จะเห็นบ้านเมือง กลับคืนสู่สภาพปกติอยู่แค่เอื้อม
จากวันนั้นถึงวันนี้ การบริหารราชการแผ่นดินภายสต้การนำของนายกฯ ชวน กว่า 2 ปี แม้รัฐบาลจะพยายามอย่างยิ่งที่พูดว่า รัฐบาลเดินถูกทางแล้ว
และตบท้ายด้วยความ มั่นใจว่า "เศรษฐกิจของชาติกำลังจะฟื้น" แต่ความเป็นจริง กลับไม่ได้ดำเนินไปตามคำยืนยันของรัฐบาลแต่อย่างใด
ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี แม้รัฐบาลจะพยายามชี้แจงว่า ได้แก้ปัญหาอย่างถูกทางแล้ว แต่ก็ปรากฏมาโดยตลอดว่า การทำงานของรัฐบาล
ยังดำเนินไปในลักษณะของ
การแก่ง แย่งชิงดีชิงเด่น ทีมเศรษฐกิจตแกคอระหว่างนายธารินทร์ นิมมาเหมินท์ รมว.คลัง และนายศุภชัย พานิชภักดิ์ รมว.พาณิชย์ จนกลายเป็นเรื่องของการไม่กินเส้นในคณะรัฐมนตรี บ่อยครั้งมีประเด็นสอ่ไปในเรื่องของการทุจริต การปกป้องพรรคพวกของรัฐบาลให้พ้นจากน้ำมือของกฎหมาย
โดยเฉพาะกรณีน้องชายของนายธารินทร์ นายศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่แบงก์กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทเอกชนอย่างมีเงื่อนงำ จนล่าสุด
ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท) กล่าวโทษความผิดนายศิรินทร์ ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รวมถึงบัญชีทรัพย์สินของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามแห่งชาติ (ปปช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ระบุว่า
การแสดง
บัญชีทรัพย์สินเงินกู้จำนวน 45 ล้านบาท ของพล.ต.สนั่น มีเจตนาทุจริต
สถานการณ์ต่าง ๆบีบรัดให้รัฐบาลจำนน เดินทางมาถึงจุดหักเห ถึงขั้นต้องปรับคณะรัฐมนตรี เมื่อ พล.ต.สนั่น ชิงลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง
ธปท.แม้จะเป็นองค์กรอิสระสวยหรูในนิยามแห่งทฤษฎี แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า บ่อยครั้งองค์กรแห่งนี้ ถูกฝ่ายบริหาร หรือรัฐมนตรีเข้าไปคุกคามแนวคิดรวมบัญชีของธปท.
จริงอยู่ ที่คลังอ้างว่า เป็นความต้องการของธปท.เอง เพื่อต้องการที่จะทำให้การบริหารภายในแบงก์ชาติ ที่มีแต่คนเก่งงานเก่งการ และก็จบลงอย่างน่าเศร้าสลดใจ เมื่อเก่งต่อเก่งมาเจอกัน จนกลายเป็นการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น จนกลายเป็นผลเสียต่อแบงก์ชาติเอง
จึงอาจกล่าวได้ว่า การรวมบัญชีของแบงก์ชาติ วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อที่จะทำให้การบริหารงานของธปท. คล่องตัวขึ้น เป็นเอกภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเม็ดเงินกำไร
หรือเงิน ที่นอนอยู่น่ง ๆ จากบัญชีอื่นมาโปะหนี้ขาดทุนในบัญชีฝ่ายการธนาคาร ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องกิจการธนาคารซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
รวมทั้งการชดใช้ขาดทุน ในการ
ปกป้อง
ค่าเงินบาทสมัยรัฐบาลชวลิต
ทว่า อำนาจการรวมบัญชีไม่ได้อยู่ที่ ธปท. เพราะติดเงื่อนไขกฎหมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขกฎหมายเสียก่อน นั่นหมายถึงคลังถือไพ่เหนือกว่า
เพราะที่สุดเรื่องต้องมาจบ
อยู่ที่ ครม.อยู่ดี
ฝันเดียวกัน แต่ดาวคนละดวง คลังกับธปท.จึงกลายเป็นคู่กัดไปแบบไม่ต้องสงสัย พูดง่าย ๆภาษาชาวบ้าน รัฐบาลต้องการนำเงินมาใช้หนี้ในส่วนบัญชีกองทุนฟื้นฟูฯ 1.4
ล้าน ล้านบาท แต่แบงก์ชาติต้องการนำเงินมาใช้หนี้บัญชีธนาคารที่เสียหาย จากการนำเงินไปปกป้องค่าเงินบาท ที่ตัวเองถูกรัฐบาลโยนขี้ให้ต้องรับภาระอยู่เต็มๆ
การปูดโปนประเด็นรวมบัญชี จึงตีงวงฟาดงา กระทบไปถึงเงินบุญของหลวงตามหาบัวด้วย ทั้งที่ความจริง คนที่จบระดับปริญญาเอกจากเมืองนอกเมืองนา
มีความรู้ความ
สามารถกินเงินเดือนสูงๆ นั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำในแบงค์ชาติ
น่าจะหาทางจัดเก็บเงินบริจาค โดยที่ไม่ต้องกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน และหลวงตามหาบัว
ในฐานะผู้
ปลูกจิตสำนึกให้คนร่วมกัน รักหวงแหน เสียสละ เพื่อแผ่นดินแม่
ตรงข้ามกลับมีการนำประเด็นรวมบัญชี มาผสมผสานว่า รัฐบาลคิดจะรวมเงินรวมทองผ้าป่ากู้ชาติ เข้าไปเป็นเงินใช้หนี้ใช้สิน
ซึ่งผิดต่อเจตนารมณ์ ของผู้รับบริจาค
และหลวงตา มหาบัว ที่ต้องการให้ตกเป็นทุนสำรองของประเทศ หรือเงินก้นถุงคลังหลวง จริงอยู่แม้เงินบริจาคที่ถูกระบุว่า จะให้เป็นเงินก้นถุง หรือเงินสำรองของบ้านเมือง จะมีจำนวนน้อยนิด จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับตัวเลขทุนสำรอง 760,000 ล้านบาท
แต่หากมองในแง่มุมแห่งการเสียสละ และปลุกจิตสำนึกของคนในชาติ เพื่อช่วยกันกอบกู้ชาติบ้านเมืองแล้ว ก็ถือว่า เป็นก้าวย่างที่จะสกัดกั้นรากเหง้าที่ทำให้ประเทศชาติ
ได้อย่าง แท้จริง สองปีของรัฐบาล กับสองปีของหลวงตามหาบัว พระป่า พระบ้านนอก พิสูจน์ให้คนทั้งชาติเห็นแล้วว่า โจรอย่างไรเสียก็เป็นโจรอยู่วันยังค่ำ
ไม่อาจเข้าใจธรรมะที่ลึกซึ้งของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ หากบัวมี 4 เหล่า คนเหล่านี้ ก็คืออาหารอันโอชะของเต่าปลา ไม่มีวันที่จะพานพบกับแสงพระอาทิตย์ ที่เจิดจรัสได้
ไม่ว่าปัญหาการเก็บเงินทองของ
หลวงตามหาบัว จะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือมีมนุษย์หน้าไหน จงใจฉวยใช้เป็นสถานการณ์ สร้างค่าสร้างราคาให้กับตัวเอง เราขอประณามคนเหล่านั้นว่า
นับเป็นการก่อกรรม ทำเข็ญ
ที่ชั่วช้าที่สุด
สำคัญยิ่งโดยเฉพาะคนที่เป็นนายกฯ จะต้องแสดงความรับผิดชอบให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เอาวิวาทะมายุติปัญหา ไม่ว่า จะเป็นการออกตัวว่า รัฐบาลไม่เคยสนใจใยดีต่อเงินบริจาค แบงค์ชาติต่างหากที่คุกเข่าเข้าไปรับเงินหลวงตามหาบัวเอง คลังไม่เกี่ยว หนักข้อกว่านั้น ก็ระเบิดออกมาตอบโต้กับหลวงตามหาบัวว่า ฝากถามนักข่าวรุ่นลูกว่า
ให้ไปถามหลวงตา มหาบัวว่า ท่านจะให้เอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนกันแน่
หลวงตามหาบัวท่านไม่ใช่พระแก่ๆ นั่งเคี้ยวหมาก ไม่รู้ดีรู้ชั่ว แม้จะเกิดภาพการณ์ที่เลวร้าย
ยังคงเดินหน้าเทศนาธรรมโปรดสัตว์เดินหน้ากองทุนผ้าป่าช่วยชาติต่อไป
โดยไม่สนใจ
ที่จะตอบคำถามของนายกฯ ชวน เพียงแต่เตือนสติว่า "เงินยังไม่ได้นำเข้าตามจุดประสงค์ แฉลบออกไปทำไม อย่าเอาเล่ห์เหลี่ยมมาเล่นกับธรรม"
บทสรุป ไม่ว่าเงินหลวงตามหาบัว จะถูกโจรปล้น หรือว่าจะถูกจัดเก็บรวบรวมไว้ในบัญชีใดก็ตาม แต่ชะตากรรม ความอยู่รอดของประเทศชาติ ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาล้อกันเล่น
เมื่อถึงวันนั้น .. วันที่ชาติย่อยยับอับจน พ้องไทย จะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง ???
[หน้าหลัก][หน้า1] |