ปีที่ 3 ฉบับที่ 1001 ประจำวันศุกร์ที่ 14 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

สำนักข่าวต่างดาว

คิดดีทำดี 

ปีใหม่ไทยให้เลิกโหด
ชาติไปโลดเชื่อเถิดหนา
ทุกอย่างเกิดที่ใจเป็นมรรดา
ทำดีจ้าแล้วคุณจะได้ดี

สำนักข่าวต่างดาวเปิดแถลงแจงสี่เบี้ยว่าด้วยเรื่อง วันหยุดช่วงสงกรานต์ ที่อบอวลไปด้วยอุ่นไออารยธรรม เป็นประเพณีที่ดีงาม ตามรูปแบบอย่างไทย ๆ 

อา... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับว่า ประเทศไทยจะเดินทางมาถึงสงกรานต์ได้อีกปี โดยที่ยังไม่ประกาศล้มละลาย 

ในรอบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีแต่เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการล้มของภาคธุรกิจต่าง ๆ คนตกงาน เงินทองฝืดเคือง พืชผลทางการเกษตรขายไม่ได้ราคา

แต่ก็ถือว่า เรายังพอมีความหวัง ความหวังจากการปฏิรูปทางการเมือง โดยเฉพาะองค์กรอิสระ ที่กล้าทำกล้าฟันแบบล้างบางพวกนักการเมืองน้ำเน่า ซึ่งบ่อนทำลายชาติของเรา มาเป็นเวลานาน

วันนี้ถือเป็นวันเริ่มปีใหม่ของไทย สำนักข่าวต่างดาว ก็เลยขออธิษฐานว่า ในปีนี้ขอให้คนไทยทั้งประเทศ อยู่ดีมีแฮง คิดเงินให้ได้เงินคิดทองให้ได้ทอง อย่าได้ลำบาก มีจิตใจไม่ขุ่นมัว ทุกคนมุ่งหน้าทำความดี เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศไทย

แต่ไม่รู้ว่า จะเป็นความหวังลม ๆ แล้งๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะไม่รู้ว่ามองไปทางไหน เห็นมีแต่สิ่งที่พอกพูนกิเลสเต็มไปทุกหนทุกแห่ง 

พระท่านว่า ใครมีกิเลสหนา ทุกข์ใจก็มาก ใครมีกิเลสน้อย ทุกข์ใจก็ไม่ค่อยจะมี

ในเมื่อสังคมของเราเจริญแต่ทางวัตถุ การส่งเสริมศีลธรรมอันดีงาม ไม่ได้รับความนิยมจากสังคม มันก็เลยให้เกิดความรู้สึกว้าเหว่ยังไงพิกลเหมือนกัน

ดังนั้น เราต้องย้อนกลับมาคิดกันแล้วว่า ทำอย่างไร "ศีลธรรมจะกลับมาสู่สังคม" ไม่ใช่ปล่อยเลยตามเลยกันเหมือนเช่นทุกวันนี้

ถ้าคนไทยเป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่ฉ้อฉลเบียดเบียนกัน สังคมก็จะอยู่อย่างสันติสุข

ประเด็นสำคัญก็คือ ในปีนี้ชาวพุทธควรจะเลิกทะเลาะกันเสียที น่าจะเอาเวลาที่ทะเลาะกัน ไปช่วยกันปลูกฝังคุณธรรมให้กับสังคมจะดีกว่า

คนแก่น่ะคงไม่ต้องไปหวังอะไรกับเขาหรอก ไม้แก่ดัดยาก คงดัดกันไม่ไหวแล้ว ดังนั้น เราควรจะเล็งเป้าหมายไปยังเยาวชนของชาติเป็นหลัก

เราจะต้องสร้างเยาวชนของเราให้เป็นคนมีคุณคุณภาพ มีศีลธรรมประจำใจ ใครอยู่ใกล้ที่ไหน ก็ช่วยคนละไม้คนละมือ ทำตรงนั้นให้ดีที่สุด เด็กยังอ่อนเยาว์ ยังพอสั่งสอนกันได้

ถ้าเราสอนเขาด้วยความรักความเมตตา มีเหตุมีผล เชื่อเถอะครับว่า เขาจะต้องรับฟังเราในที่สุด เพียงแต่เราต้องชี้ให้เห็นว่า อะไรดี อะไรชั่วอย่างชัดเจน ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ ที่เน้นการพัฒนาการทางจิตวิญญาณเป็นหลัก สิ่งที่เราควรจะสอนให้เยาวชนได้รับรู้กันก็คือ

เรื่อง "อำนาจของใจ"

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐสุด สำเร็จได้ด้วยใจ

ถ้าบุคคลมีใจอันเป็นโทษประทุษร้ายแล้ว พูดอยู่ก็ตาม ทำอยู่ก็ตาม ทุกข์ย่อมไปตามบุคคลนั้น เหมือนล้อเกวียนหมุนบดขยี้ตามรอยเท้าโคที่ลากเกวียน

ถ้าบุคคลมีใจผ่องใส พูดอยู่ก็ตาม ทำอยู่ก็ตาม สุขย่อมไปตามบุคคลนั้น เหมือนเงามีปรกติไปตามฉะนั้น

สรุปก็คือ เราต้องสนให้เยาวชน "คิดในทางที่ดีที่สร้างสรรค์" เป็นหลัก เมื่อเขาคิดดี การกระทำก็ย่อมจะดีตามไปด้วย

ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเท่ากับ "ความคิด" หรอกครับ คนจะเป็นฆาตกรได้ ก็เพราะความคิดมันชักพาไปฆ่าคนอื่น

ถ้าเราเป็นคนคิดดีเสียแล้ว มันก็จะไปฆ่าคนอื่นไม่ได้

เราต้องอบรมกันตรงนี้ให้มาก เพราะตอนนี้เยาวชนคนไทย ได้รับการสั่งสอนแบบผิด ๆ มาโดยตลอด

เอาแค่เด็กอนุบาลก็ต้องสอบแข่งขันกัน ยิ่งกว่าสอบเอ็นทรานซ์ซะอีก มันมากเกินไปจริง ๆ

เด็กทารกน่ะ โลกของเขายังเป็นสีขาวสดใส เราไม่ควรยัดเยียดการแข่งขันเข้าไปในจิตใจที่อ่อนเยาว์เหล่านั้น

เมื่อมีการแข่งขันเกิดขึ้น มันก็ย่อมจะต้องมีผู้แพ้ และมีผู้ชนะ คนแพ้ก็ต้องเสียใจ คนชนะก็ดีใจ แต่สำนักข่าวต่างดาวอยากถามเหมือนกันว่า เราได้อะไรจากการแพ้การชนะ ของ เด็กอ่อนเยาว์เหล่านั้น??

ไม่ทราบเหมือนกันว่า ใครเป็นคนต้นคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา เราไม่เคยเห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเป็นระบบที่ทำให้คนโหดเหี้ยมอำมหิต

ลองคิดดูนะครับว่า เมื่อเราเริ่มต้นกันแบบนี้ ผลมันจะออกมาในรูปใด ?

การเริ่มต้นด้วยความความดี ผลมันก็ต้องออกมาดี แต่เมื่อเริ่มต้นด้วยการแข่งขัน ตะเกียกตะกาย เด็กน้อยเหล่านี้ ก็ต้องแข่งขันตะเกียกตะกายไปจนชั่วชีวิตของเขา

คิดแล้วเหนื่อยแทนเหมือนกันครับ !!!


[หน้าหลัก][ต่างดาว]

1