ปีที่ 3 ฉบับที่ 969 ประจำวันศุกร์ที่ 10 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

พระครูธรรมธรวันชัย ตัวแทนคณะสงฆ์กว่า 200 รูป มายื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.ศึกษาธิการ
 เพื่อคัดค้านการปลดพระพรหมโมลี ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 
โดยมี นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา มารับหนังสือ

พระฮือบุกก.ศึกษา สวดมนต์ให้สติ "ตือ"

พระเกือบ 200 รูป บุกกระทรวงศึกษา สวดมนต์แผ่เมตตา ขรก. พร้อมยื่น 16,211 รายชื่อ ค้านปลดพระพรหมโมลี พระครูธรรมธรวันชัย พูดชัด หากไม่ทบทวน สงฆ์นับแสน พร้อมเคลื่อนไหว ด้านบิ๊กศธ. ยังเสียงแข็ง ไม่มีการกลับมติมส. อ้างคำพูดสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงศึกษาธิการว่า บ่ายวานนี้ (9มี.ค.) พระครูธรรมธรวันชัย พระจากศูนย์ธุดงควัตรเคลื่อนที่แห่งประเทศไทย นำคณะพระภิกษุสามเณรเกือบ 200 รูป เดินทางมาที่ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยื่น หนังสือ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรววงศึกษาธิการ เพื่อขอให้สั่งการกรมการศาสนา ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) ทบทวนมติ มส. เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543 ให้พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดยานนาวา พ้นจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 พร้อมกับลายเซ็นของพระภิกษุสามเณร 16,211 รูป

เมื่อคณะของพระครูธรรมธร เดินทางมาถึงชั้น 1 ของตึกสำนักงานปลัดกระทรวงฯ พระภิกษุสามเณรได้สวดมนต์ และนายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา ได้ออกมารับหนังสือ และลายเซ็นของพระภิกษุสามเณร

พระครูธรรมธรวันชัย กล่าวว่า มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ยื่นเสร็จก็จะกลับ ต้องการให้ทบทวนมติที่สั่งปลดพระพรหมโมลี ที่มามีวัตถุประสงค์เท่านี้เอง เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทำเรื่องเสนอเข้าไปในมส.อย่างไม่ถูกต้อง เป็นการเมืองเบียดเบียนคณะสงฆ์ จึงต้องเดินทางมาในครั้งนี้


ด้านรองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวชี้แจงแก่คณะภิกษุสามเณรว่า พระครูธรรมธรวันชัย ได้เคยนำเรื่องขอให้มส. ทบทวนมติดังกล่าวมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งดร.วิชัย ตันศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ. 0306/2010 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2543 นำเรื่องขอทบทวนที่พระคุณเจ้าทั้งหลาย ได้ยื่นเรื่องขึ้นมา เสนอเพื่อทบทวนมติ มส. ต่อพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2543 

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ได้มีบันทึกเมื่อวันที่ 1 มีนาคมว่า เจริญพร ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ การที่ให้พระพรหมโมลีออกจากตำแหน่ง มิใช่เป็นการลงโทษ ไม่มีระเบียบการร้องทุกข์ ถ้าจะมีการร้องทุกข์ ต้องเป็นผู้ถูกลงโทษ เป็นผู้ร้องทุกข์ด้วยตนเอง จึงไม่ควรรับเรื่องให้ทบทวนมตินี้ ถ้าหากผู้ร้องเห็นว่า ไม่เป็นธรรม ต้องไปฟ้องศาลยุติธรรม

นายสุทธิวงศ์ กล่าวด้วยว่า การให้ออกจากตำแหน่งนั้น ไม่ใช่เป็นการลงโทษ เพราะการให้ออกจากตำแหน่ง เมื่อถึงวาระจะให้เข้ามาดำรงตำแหน่งก็ได้ เพราะตำแหน่งเจ้าคณะภาค เป็นวาระ วาระละ 4 ปี ดังนั้น ถ้าหากเห็นว่า ไม่เป็นธรรม ก็ฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมได้

หลังฟังคำชี้แจง พระครูธรรมธรวันชัย กล่าวว่า การมาครั้งนี้ มาในนาม 4 หน่วยงาน คือ ศูนย์ธุดงควัตรเคลื่อนที่แห่งประเทศไทย องค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย เลขานุการกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย และกลุ่มสำนักปฏิบัติธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งในกลุ่มนี้ มีกำลังพระเณรเป็นแสนรูป หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกรมการศาสนา ไม่ทำเรื่องให้ดี เรียบร้อย ก็อาจจะมีการเคลื่อนไหวยิ่งไปกว่านี้ จึงขอเจริญพรไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พระครูธรรมธรวันชัย ก็ได้นำคณะพระภิกษุสามเณร เดินทางกลับ ขณะที่นายวิลาส จันละมูล กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนา ได้นำพวกมา 3 คน ถือป้ายต่อว่าพระธัมมชโยและพระภิกษุสามเณร ที่เดินทางมา และตะโกนไล่ จนพระภิกษุสามเณร พ้นประตูกระทรวงศึกษาธิการ

วันเดียวกันนี้ ศาลอาญา ถนนรัชดา ศาลได้ออกบัลลังก์สืบพยานโจทก์ ปากที่ 6 จากจำนวน 77 ปาก โดยพระธัมมชโย เป็นจำเลยที่ 1 พระอดิศักดิ์ วิริยสโก อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย พยานโจทก์ ให้การเกี่ยวกับการฝึกสมาธิ ร่วมกับพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก่อนที่จะอุปสมบท และต่อมาได้มาร่วมกัน จัดตั้ง สำนักปฏิบัติธรรม และมูลนิธิธรรมประสิทธิ์ จนกระทั่ง ร่วมกันก่อตั้งวัดพระธรรมกาย โดยพระอดิศักดิ์ มีหน้าที่ดูแลบัญชีการเงินของวัด และมีตำแหน่งเหรัญญิก แต่ได้ลาออก ภายหลังจากเกิดความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม นายสนธยา โพธิ์แดง ทนายจำเลย ได้แจ้งว่า พระธัมมชโยมีอาการอาพาธ เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร จึงขอให้เบิกความเฉพาะ ช่วงเช้า ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์อีกครั้ง ในวันที่ 15 มี.ค. เวลา 09.00 น.

อีกด้านหนึ่ง พล.ต.ท.ล้วน ปานรศทิพ ผบช.ก. หัวหน้าคดีวัดพระธรรมกาย ได้เรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อเร่งรัดคดีที่ยังค้างคา ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้า ในการ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน ในจังหวัดต่างๆ ของพระธัมมชโย และการนำเงินวัดไปซื้อที่ดิน ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และประเด็นเกี่ยวกับ การขอเครื่องราชย์ ให้กับผู้ที่บริจาคเงินให้กับวัด ไม่ตรงกับความจริง อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ล้วน ไม่ยอมพูดลงลึกถึงรายละเอียด โดยอ้างว่า จะทำให้เสียรูปคดี


[หน้าหลัก][หน้า1]

1