ปีที่ 3 ฉบับที่ 954 ประจำวันพุธที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 |
พระเทพสุธีชัวร์ นั่งเจ้าคณะภาค1
พระเทพสุธีนอนมา ตั้งแท่นรักษาการเจ้าคณะภาค 1 ลงตัว หลังจากสมเด็จพระสังฆราชได้ลงนามในคำสั่งปลดพระพรหมโมลี
เรียบร้อยอย่าง
เป็นทางการแล้ว โดยนายไพบูลย์ เสียงก้อง ได้นำเสนอแจ้งให้ที่ประชุมมส. รับทราบแล้ววานนี้ ด้านการดำเนินนิคหกรรม
ยังไม่ชัดเจน เหมือนเดิม คงต้องรอผลสรุปในเดือน มี.ค.
นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวภายหลังประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)ว่า ได้เรียนให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ทราบว่า กรมการศาสนาได้ส่งหนังสือพระบัญชาของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่ลงพระนามให้พระพรหมโมลี ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ไปให้แล้วบ่ายวันนี้ (22 ก.พ.)
ตามกฎ มส. ฉบับที่ 24 ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งพระสังฆาธิการ ได้ระบุว่า ถ้าตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ว่างลง ถ้ามีรองเจ้าคณะภาคอยู่ จะต้องตั้งขึ้นเป็นรักษาการ เพื่อไม่ให้มีช่องว่าง ให้งานทางการปกครองของสงฆ์ต้องเสียหาย ก่อนที่จะมีการพิจารณาเสนอแต่งตั้งเจ้าคณะภาค 1 อย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่า เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มีอำนาจที่จะตั้งพระเทพสุธี เจ้าอาวาสวัดสามพระยา รองเจ้าคณะภาค 1 ขึ้นเป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 1 ได้ก่อน
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์กันว่า พระเทพสุธีจะดำเนินการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกายล่าช้า และหยุดชะงักนั้น คงต้องรอให้มีการแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 1 และดูการทำงานก่อนที่จะไปวิจารณ์ คาดการณ์ล่วงหน้า เพราะตนคิดว่า เมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้ว ย่อมต้องรับผิดชอบดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่
นอกจากนี้ในส่วนการเรียก พระธัมมชโยและพระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไปรับทราบข้อกล่าวหานั้น
เจ้าหน้าที่ฝ่าย สังฆาธิการ กรมการศาสนาได้ไปกราบนมัสการให้พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเร่งดำเนินการแล้ว ซึ่งพระสุเมธาภรณ์ ตอบว่า ยินดีที่จะดำเนินการ แต่ช่วงนี้ติดงานศาสนกิจมากมาย คาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ในเดือนมีนาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่ทราบผลเป็นที่แน่นอนแล้วว่า พระเทพสุธี จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 1
แทน พระพรหมโมลี ปรากฏว่า ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายหลายคน ได้พากันโทรศัพท์สอบถามมาที่ "พิมพ์ไทย"
เพื่อทราบถึงแนวทาง
การดำเนินกา รตามกฎนิคหกรรมต่อไป
ในเรื่องดังกล่าวทางกองบรรณาธิการ ได้อธิบายให้ทราบว่า ถึงแม้พระเทพสุธี จะเป็นพระที่มีความสนิทชิดเชื้อกับพระพรหมโมลี แต่การดำเนินการตามกฎหมาย คงไม่ได้ยึดตามความคิดเห็นของพระพรหมโมลี เป็นหลัก แต่จะขึ้นอยู่กับความชอบธรรม
และ หลักการวินิจฉัย
กฎหมายของพระเทพสุธีมากกว่า การจะหวังให้พระเทพสุธีเข้าข้างฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์ผู้ใหญ่ ย่อมต้องพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยรอบคอบเอง และเชื่อว่า ท่านาไม่ได้ถูกใครหรือผู้ใดครอบงำอย่างแน่นอน พระผู้มีอาวุโสขนาดนี้ ทำอะไรก็ย่อมจะทำด้วยสติปัญญา ไม่ได้ทำด้วยโมหะ ไว้รอดูผลการดำเนินการต่อไปในเดือนมีนาคมดีกว่า เชื่อว่า
ท่านคงสามารถ
ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้