ปีที่ 3 ฉบับที่ 952 ประจำวันจันทร์ที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 |
บทพิสูจน์แห่งคำว่า "บุญและบาป"
อิ่มบุญกันไปทั่วหน้า สำหรับชาวพุทธในการประกอบพิธีกรรม วันมาฆบูชา ไม่มีอะไรมากมายจริงสำหรับชีวิต หากเข้าใจถึงพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน
โดยเฉพาะ การระงับบาปทั้งปวง บำเพ็ญแต่ความดี ที่สำคัญการเล็งเห็นถึงพิษภัยในสังสารวัฏ ล้วนตกอยู่ภายใต้ของไตรลักษณ์อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทั้งสิ้น
เมื่อรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมมารกิเลส การมีชีวิตดำรงอยู่แม้ชาตินี้ หรือชาติหน้า ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นลำบากแต่อย่างใด หากจิตมีธรรมะของพระตถาคตเป็นแสงสว่างนำทาง
ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่มีประมาณ
บุญในพระพุทธศาสนา ก็ไม่มีประมาณเช่นกัน
บาปในพระพุทธศาสนา ก็ไม่มีประมาณเช่นกัน
สวรรค์ในพระพุทธศาสนา ก็ไม่มีประมาณเช่นกัน
นรกในพระพุทธศาสนา ก็ไม่มีประมาณเช่นกัน
ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของละเอียด ลึกซึ้ง เกินกว่าที่จิตหยาบของมนุษย์จะสัมผัสได้ ผู้ที่มีบารมีแก่กล้าเท่านั้น จะเข้าถึงธรรมะ ส่วนผู้ที่ยังมีบารมีครึ่ง ๆ กลางๆ
ก็ต้องเพียร พยายาม
ร่อนกิเลสตัณหาของตัวเอง ด้วยความเพียร
หากหลงใหลได้ปลื้มติดอยู่กับนิมิต สำคัญผิดเป็นถูก สำคัญถูกเป็นผิด แทนที่จะได้บุญกับจะเป็นการสร้างบาป ชนิดที่เรียกว่า "โง่บรมโง่" ก็ว่าได้
บุญของพระพุทธเจ้าพระองค์ก็ไม่เคยจำกัดเช่นกัน ไม่เลือกชั้น วรรณะ ยาจก กุลี มหาเศรษฐี พ่อค้า
วานิช แม้แต่พญามาร
ดังนั้น สวรรค์ ชั้นเทพ พรหม ดาวดึงส์ หรือพระนิพพาน จึงเปิดประตูต้อนรับจิตอันบริสุทธิ์อยู่ตลอดกาล ไม่มีวันเต็ม วันพร่อง
เช่นเดียวกับขุมนรกที่เปิดประตูรอรับวิญญาณชั่วร้าย ไม่มีประมาณ อย่าสำคัญบ้าจี้ทะลึ่งคิดไปว่า นรกมันจะเต็มเหมือนเรือนจำลาดยาวก็ล่ะกัน
เรื่องของบุญของบาป มีหลักสังเกตง่ายนิดเดียว หากกรรมใดเพียรไปเพื่อความ ลด ละ เลิก นั่นแหละ ทางแห่งบุญ หากกรรมใดเพียรไปเพื่อความทะยานอยาก เพื่อความกระเพื่อมตามแรงตัณหานั่นแหละหนทางแห่งบาป หาใช่ "บุญ" ไม่
คิดได้อย่างนี้ สบายใจเป็นไหน ๆ
ผมเคยตั้งวงสนทนาธรรมกับพรรคพวก มีเพื่อนผมอยู่คนหนึ่ง ท่านอยากจะสัมผัสกับพระอรหันต์ เพียรพยายามอยู่หลายปี แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสพบกับพระอรหันต์สักที
ผมจึงถาม กลับไปว่า พ่อ แม่ ท่านที่ให้บังเกิดเป็นตัวเป็นตัวท่านนั้น ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เพื่อนผมคนนั้น ทำหน้าตางง คิ้วชนกัน
ผมจึงบอกกับเพื่อนผมคนนั้นว่า คุณไม่ต้องไปเสียเวล่ำเวลาเที่ยวหาพระอรหันต์หรอก หากอยากจะพบพระอรหันต์จริง ก็ขอให้กลับไปหาพ่อ แม่ที่บ้าน เนี่ยแหละครับ พระอรหันต์ของลูก
จะรู้ไปทำไมล่ะครับ กับสิ่งที่ยังไกลตัวอย่างนั้น บุพการีผู้ฟูมฟักเลี้ยงดูเรามา จนเป็นผู้เป็นคนทุกวันนี้ ท่านนั่นแหละคือ พระอรหันต์
แล้วก็พอกันทีเถิดครับ สำหรับข้อถกเถียงเกี่ยวกับสภาวะของพระนิพพาน จะอนัตตา หรือ อัตตา จะไปสนใจอะไรให้มากมายไปไย เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่า
หากพุทธบริษัท
ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ฟุ้งเกินครูเกินอาจารย์
พระนิพพานมหาสมบัติที่มุ่งหวังจักไปไหนเสีย
ป่วยการเปล่า สำหรับพระนิพพานเพียงลมปาก หรือกางตำรายกโน่นยกนี่ ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จนถึงวินาทีนี้ ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาพระไตรปิฎก (ฉบับแท้ ๆ ) ไม่ใช่อรรถกถาจารย์นะจ๊ะ ยังไม่พบเลยว่า พระไตรปิฎกฉบับใดระบุชี้ชัดถึงสภาวะพระนิพพานว่า จะเป็นอัตตา หรืออนัตตา
ข่าวฉาวดาราสาว ทาทา ยัง ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะเจ้าดีไซเนอร์ ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ อุตริออกแบบเสื้อผ้าให้ดาราสาวสวมใส่ มีลักษณะละม้ายคล้ายกับผ้าจีวร และการแต่งกายของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา อย่าไปโทษหนูทาทาเลยนะ เพราะเธอเป็น "คาทอลิก" จะประสีประสาอะไรเกี่ยวกับพุทธ จริงมั้ย
ภาพการอย่างนี้ กำลังจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ควรที่ผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันดูแลตรวจสอบ และหามาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดเรื่องอื้อฉาวทำนองนี้ เกิดขึ้น เป็นภาพบาดตาบาดใจชาวพุทธโดยพลัน
อย่าเสียเวลาไปยุแหย่พระสงฆ์องค์เจ้า ให้เกิดความระส่ำระสายเลยครับ ยิ่งการเอาประเด็นนิพพาน ต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มาบรรจุในการลงนิคหกรรม เอ่อ ! ชักจะเลอะกันไปใหญ่แล้ว
โซตัส