ปีที่ 3 ฉบับที่ 950 ประจำวันเสาร์ที่ 19  เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

สำนักข่าวต่างดาว

ตั้งพระเทพสุธี

ตั้งแน่พระเทพสุธี
ลงวิถีเจ้าคณะภาค 1
ลุ้นคำสั่งมาถึง
จะจบหรือดึงในเรื่องนาน

สำนักข่าวต่างดาว เปิดแถลงแจงสี่เบี้ย ว่าเด้วยเรือง ขยวนมารกระดี๊กระด้า หลังจากปลดพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ได้เสร็จสมอารมณ์หมรย แต่เรื่องแบบนี้ มันบ่แน่ดอกไอ้นายเอ๋ย 

โบราณว่า "คนล้มห้ามซ้ำ" แต่ตอนนี้พระธัมมชโย ออกอาการร่อแร่ เพราะพระพรหมโมลีที่ยืนแข็ง ที่ใจมุ่งมั่นปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ถูกกระเด้งไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีใครขวางกระแสสื่อเหมือนที่ผ่านมา

ความจริงแล้ว ฝ่ายต่อต้านวัดพระธรรมกาย เขามีแผนล่วงหน้าว่า จะดีเดย์เรียก พระธัมมชโย มารับฟังคำกล่าวหาก่อนวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งทางวัดจะงานใหญ่ เนื่องในวันมาฆบูชา

ทั้งนี้เพื่อต้องการตัดกระแสคน ที่จะแห่แหนเข้ามาร่วมงานนับแสนคน แต่แผนก็ต้องอันถอยร่นออกไป เพราะว่า มีพระกว่า 1 หมื่นรูป ไม่พอใจในคำสั่งปลดพระพรหมโมลี โดยมีพระมหาเดวิด พระนักเคลื่อนไหวชื่อดัง เป็นผู้เดินเกม

เมื่อแผนไม่สำเร็จสมประสงค์ ฝ่ายต่อต้านวัดพระธรรมกาย ก็เลยจำเป็นต้องเลื่อนแผนออกไปชั่วคราวก่อน

แต่ค่อนข้างแน่นอนว่า วันจันทร์ที่ 21 ก.พ.นี้ จะมีการประชุมมส. เพื่อพิจารณาเรื่องกฎนิคหกรรมพระธัมมชโย และ พระทัตตชีโว โดยจะมีการเลือกตั้ง พระเทพสุธี เป็นเจ้าคณะภาค 1 แทนพระพรหมโมลี โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นผู้เสนอชื่อ

ถ้าถามว่า พระเทพสุธี มีความเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ เราก็ต้องขอบอกว่า "เหมาะสม" เพราะท่านเป็นรองเจ้าคณะภาค 1 อยู่ เมื่อเจ้าคณะมีเหตุให้ออกจากตำแหน่งไป คนที่เหมาะสมมากที่สุด ก็ต้องเป็นรองเจ้าคณะภาค 1 ตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ก่อนหน้านี้หมู่มารเขาลุ้นกันตัวโก่ง หวังจะให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เข้ามารักษาการภาค 1 เสียเอง เพื่อดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายให้แล้วเสร็จ

พวกมารมันรู้ว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ คงจะดีกับวัดพระธรรมกายยาก เนื่องจากมีลูกศิษย์พระครูปทุมกิจโกศล และลูกศิษย์วัดพระธรรมกายบางกลุ่ม ไปชุมนุมประท้วงที่หน้า วัดชนะสงครามหลายวัน แถมยังมีไอ้มือบอน โยนระเบิดฆ่าหมาไปอีก 1 ตัวด้วย

คำว่า "ทิฐิพระ มานะกษัตริย์" นั้น เป็นเรื่องจริงจะยิ่งกว่าจริง เมื่อสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ถูกลบเหลี่ยมรุนแรงขนาดนั้น มันก็ต้องออกมาสู้กันแบบเต็มสตีม

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ จึงออกมาชนในเรื่องวัดพระธรรมกาย เต็มรู้แบบในตอนนี้

เอาละครับ ทีนี้ต้องมาว่ากันถึงตัวพระเทพสุธี ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณากฎนิคหกรรมว่า ท่านจะดำเนินการอย่างไร

จากที่เราได้เคยพูดคุยกับคนในวัดพระธรรมกา ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ท่านเป็นพระที่เที่ยงธรรมพอสมควร และก็เป็นพระสายเดียวกับพระพรหมโมลีซะด้วย

ดังนั้น ที่คนวัดพระธรรมกายกังวลใจกันว่า พระเทพสุธีจะไม่ให้ความเป็นธรรมในการพิจารณา เป็นอันเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง

ส่วนเรื่องที่กังวลกันว่า พระเทพสุธี ท่านมีความเห็นว่า พระนิพพานเป็นอนัตตา ซึ่งตรงข้ามกับวัดพระธรรมกายนั้น แม้แต่พระพรหมโมลีเอง ท่านก็เห็นว่าพระนิพพานเป็นอนัตตา เช่นเดียวกัน

แต่ถ้าพูดกันเรื่องกฎหมายสงฆ์ หรือพระธรรมวินัยแล้ว เราเชื่อว่า พระเทพสุธี ท่านจะเดินแบบตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อมเด็ดขาด 

ปมปัญหามันก็จะมาตกที่เรื่องเดิมคือ ถ้าพระเทพสุธี มีความเห็นเหมือนพระพรหมโมลี คือ เห็นว่า นิคหกรรมได้ยุติลงไปแล้ว ถ้าเรื่องออกมาเป็นแบบนี้ ทุกอย่างก็จบ และเราเชื่อว่า คงไม่มีการสั่งปลดพระเทพสุธี ซ้ำรอยพระพรหมโมลี เด็ดขาด

เนื่องจากว่า ถ้าเกิดมีการทำซ้ำกับการพิจารณาเดิม มันก็เท่ากับแสดงให้เห็นธาตุแท้ของคนที่มีคำสั่งคือ ล็อคผลสรุปไว้ล่วงหน้า ซึ่งถือว่า ไม่แฟร์เท่าไหร่

ในเมื่อทุกอย่างมีกระบวนการ มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ผู้อยู่ใต้กฎหมาย ก็ควรจะปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าใช้กระแสมาบีบ โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง วันนึงพระพุทธศาสนา ก็จะเละหรือว่ามันเละไปแล้วก็ไมรู้

ตอนนี้ ก็ต้องมานั่งลุ้นกันละครับว่า บทบาทของพระเทพสุธี เจ้าคณะภาค 1 รูปใหม่ จะออกมาเป็นอย่างไร

ถ้าท่านตัดสินตามพระพรหมโมลี เราก็แฮปปี้ เพราะจะได้จบเกมกันไปเสียที

แต่ถ้ามีวินิจฉัยให้เรียกพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว มารับฟังคำกล่าวหา งานนี้เห็นทีต้องรบกันอีกหลายปีแหงๆ


[หน้าหลัก][ต่างดาว]

1