ปีที่ 3 ฉบับที่ 947 ประจำวันพุธที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 |
หากกรรมคือการกระทำ ผลของกรรมคืออะไร
ตอนนี้ผมขอร้องทุกคน จงตั้งสติให้ดี อยากจะเขียนเป็นกลางๆ อย่างศิษย์ตถาคต เพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น อนุญาตนำบททำวัตรมาอ้างดังนี้
ยัมปิจฉัง น ลภติ ตัมปิ ทุกขัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจมันเป็นทุกข์
ขอร้องไว้ตรงนี้อีกว่า อย่าไปเป็นทุกข์เป็นร้อนกับสารพัดเรื่องที่ได้สัมผัส ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎของวัฏฏะอยู่แล้ว
ในความเป็นสื่อและเป็นปุถุชน แม้ผมจะไม่ซอกแซกหาข่าว บางทีข่าวก็วิ่งมาหาผมเอง ทั้งแฟกซ์ โทรศัพท์ และจดหมาย
ข่าวแรกมาจากวัดยานนาวา หลวงพ่อเจ้าคุณพระพรหมโมลี หลังจากที่ถูกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ตามคำแนะนำของเสี่ยตือ สมศักดิ์
ปริศนานันทกุล และกลุ่ม บุคคล
ที่อยู่ในคณะหัวดำอยากปกครองพระแล้ว พระเดชพระคุณมีอารมณ์ผ่องใสเป็นพิเศษกว่า ที่แล้ว ๆ มาหมาแมวในวัดพูดภาษามนุษย์ไม่ได้ พระคุณเจ้ายังสู้อุตส่าห์ สื่อภาษาใจไปคุยกับพวกเขาเลย
มนุษย์หรือคนทั่ว ๆ ไป จึงไม่ต้องพูดถึง ตามปกติแล้ว พระคุณเจ้า จะเป็นคนปากหนักไม่ค่อยจะพูดจานัก ลักษณะของท่านก็คือ จะฟังมากกว่าพูด
วันนี้ พระคุณเจ้า ฉันได้ นอนหลับ จนเกือบลืมคำว่า โภชเนมัตตัญญุตา คือ ฉันแต่พอประมาณ แต่ปรากฏว่า แต่ละมื้อแต่จะคาบ ท่านฉันจุถึง 2 จาน
กระนั้น ก็ตาม มีคนที่เคารพนับถือในพระคุณเจ้า เข้าไปนมัสการ ถามข่าวคราวภาระหน้าที่ที่แล้ว ๆ มา ความเป็นผู้ประหยัดถ้อยคำ มีให้เห็นอยู่เหมือนเดิม
เมื่อถูกทู่ซี้จาก
คนที่เข้าไปนมัสการสุดหนักเข้า พระคุณเจ้าหลวงพ่อพระพรหมโมลีตัดบทเฉียบขาดด้วยความเมตตาว่า
"ไม่รู้ ๆ ให้ไปถามโซตัสเขาดู"
เรื่องราวนี้แว่วเข้าหูผมมา จนผมแอบขำอยู่ในใจลึก ๆ ว่า สมควรแล้วที่พระคุณเจ้า เป็นปราชญ์ทานพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
ต้องขยายความไว้ตรงนี้ก่อนว่า พระคุณเจ้าไม่เคยเห็นหน้าตาผมพอ ๆ กัน ผมเองก็ไม่เคยเข้าไปนมัสการพระคุณเจ้า พูดให้ถูกก็คือ ไม่เคยรู้จักกันเลย
คนที่ไปซักไซร้ไล่รุกท่านก็พอกัน พอท่านแนะให้ไปถามนายโซตัสดู ทุกอย่างก็จบลงทันที นี่ไงครับ กิริยาของนักปราชญ์ ขอเทิดทูนและนมัสการพร้อมกับอธิษฐานว่า
ขอให้พระคุณเจ้า จงดำรงมั่นอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นเสาหลักให้ลูกหลานชาวพุทธ ได้พึ่งพิงยามภัยคุมคาม ตราบนานเท่านาน สาธุ ... ครับผม
ข่าวที่สอง ส่งมาถึงผมก่อนข่าวแรก ผมเก็บเงียบไว้ และคิดว่า จะไม่แพร่งพรายเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ ณ เวลานี้ เห็นว่า
เปิดเผยออกไปจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
แก่พระพุทธ ศาสนา อันเป็นส่วนรวม
เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมศกที่ผ่านมา ปรารภวันประสูติเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อุบาสิกาจากห้องกระจกวัดบวรฯ ได้ไปเลี้ยงพระเพลที่วัดชนะสงคราม จะคุยอะไรก็อย่าไปใส่ใจให้มากไปกว่านี้เลย
เรามาสนใจกันเกี่ยวกับตัวบุคคลที่ออกข่าวรายวัน เริ่มแต่คนมีปาก แต่ไม่มีอำนาจก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ไม่ต้องอะไรมาก พระมหาบุญถึง ชุตินธโร เป็นใคร พระครูเจ้าคุณ การเป็นพระสังฆาธิการระดับใดระดับหนึ่ง ก็ไม่ได้เป็น เที่ยวได้ปากไร้หูรูดรายวัน
ปลดเจ้าคุณพระพรหมโมลี
พ้นจากเจ้าคณะภาค 1
กลุ่มปากพล่อยคือ มีแต่ปากไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น พ.อ.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ คนที่เคยบวชเรียนมาแล้ว พอสึกออกมาได้ดีเพราะบารมีข้าวแดงแกงร้อนครั้งนั้น
เขาลืม ความหลังเสียสิ้น รุมยำพระชั้นปกครอง เช่นท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลีเป็นประจำ ทำเหมือนอย่างกะว่า คนไม่เคยปลงผมห่มผ้าเหลือง มองเห็นผู้อื่นที่ไม่ต้องจริตกับตน
เช่น
พระพรหมโมลีเป็นผู้ไม่คู่ควรแก่การเป็นเจ้าคณะภาค 1 ควรปลดออกให้พ้นจากอำนาจหน้าที่
นอกจากนี้แล้วฆราวาสผมดำ มักยักย้ายถ่ายเทไปตามกระแสอุปถัมภ์เช่น นายวรัญชัย โชคชนะ ทั้งพูดทั้งเขียนส่งแฟ๊กซ์ไปทั่ว ให้ปลดพระพรหมโมลี
ทั้งที่ตนเองไม่มีอำนาจหน้าที่
แต่ประการใด สังคมนี้ เขารู้ดีถึงประวัติและพฤติกรรมของบุคคลคนนี้
นายวรัญชัย โชคชนะ นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก นายสมพร เทพสิทธา เป็นคณะบุคคลกลุ่มเดียวกันที่มีแนวคิดเดียวกัน คือ ให้ปลดเจ้าคุณพระพรหมโมลีออกจากเจ้าคณะภาค 1
ข้าราชการประจำ เช่น นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา รับลูกสอดประสานกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวข้างต้น และขณะเดียวกันคอยรับคำสั่งจากนักการเมืองสายตรงคือ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และ นายวิชัย ตันศิริ
ก่อนการประชุมมส. เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์สื่อต่าง ๆ ว่า วันนี้จะมีข่าวใหญ่ ขึ้นหน้า 1
เขาพูดเป็นนัยว่า วันนี้จะมีการปลดเจ้าคุณพรหมโมลี ในที่ประชุมมส.
หลังการประชุมมส.วันนั้น การเป็นเจ้าคณะภาค 1 ของเจ้าคุณพระพรหมโมลีก็สิ้นสุดลงจริง ๆ
ทุกอย่างเป็นไปตามความประสงค์ ของฆราวาสผู้มีปากแต่ไม่มีอำนาจหน้าที่
ฆราวาสนักการเมือง เช่น นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็ตาม นายวิชัย ตันศิริ ก็ตาม แม้จะเป็นเจ้ากระทรวงศึกษาก็ตาม หามีอำนาจหน้าที่ปลดเจ้าคุณพระพรหมโมลี ให้พ้นจากอำนาจหน้าที่ได้ไม่
แต่ฆราวาสเหล่านี้ จ้องแต่จะหาเสียง ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีเจ้าของผู้มีอำนาจหน้าที่จริง เช่น เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
ฉกฉวยโอกาสประกาศการกระทำ
ซึ่งเป็นอำนาจ
ตรงของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ล่วงหน้า ฟังดูแล้วรู้กันได้ อย่างปราศจากความเคลือบแคลงใจว่า เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ตกอยู่ในห้วงอันตรายที่สุด
คือท่านถูกบีบ
บังคับอย่างหมดศักดิ์ศรี ให้ปลดเจ้าคุณพระพรหมโมลีพ้นจากเจ้าคณะภาค 1
เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์นั้น ตามประวัติความเป็นมา ท่านมีความเป็นตัวตนของท่านสูง ใครที่ไหนจะไปบีบบังคับท่านไม่ได้เด็ดขาด
ในกรณีที่ท่านให้เจ้าคุณพระพรหมโมลีพ้นจากเจ้าคณะภาค 1 ครั้งนี้ จะเพราะถูกบีบจากแรงการเมืองดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม จะเป็นเพราะการตัดสินใจอันบริสุทธิ์ของท่าน
เพียง ลำพัง หรือไม่ก็ตาม
ทั้งหมดทั้งสิ้น ฟังได้สถานเดียวว่า ฆราวาสหัวดำกำลังก้าวก่ายงานสงฆ์ สงฆ์ผู้ใหญ่คือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นพระเถระระดับต้น ๆ มีความสำคัญเป็นอันดับ 3
แห่ง
คณะสงฆ์ไทยรองจากสมเด็จพระสังฆราช
ศักดิ์ศรีเกียรติยศชื่อเสียงอันดีงามที่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ สั่งสมมายาวนานกระทั่งชนมายุ 77 ปีเข้าไปแล้ว ล่มสลายลง
เพราะการก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ตรง
ของท่าน จากฝีมือนักการเมืองรุ่นลูกหลานอย่างน่าเสียดาย และน่าเศร้าสลดใจยิ่ง
ข่าวที่สองซึ่งกำลังจะจบลงนี้ ผมรับฟังมาด้วยความรันทดใจว่า จะด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้ที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่งในยามนี้ หนีไม่พ้นเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
เนื่องจากผู้ใกล้ชิดรายงานว่า ก่อนที่จะถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ท่านก็ผะอืดผะอม กับนักการเมืองที่เข้าไปจุ้นจ้านก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของท่าน อย่างหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว กระทั่งมาถึงเช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นักการเมืองก็เข้าไปกระแซะท่านอีก แม้ท่านจะมีคำสั่งออกมาสนองตัณหาของนักการเมือง ผู้ไม่กลัวนรกอบายภูมิไปแล้วอย่างที่รู้ ๆ กัน
วันนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ พระเถระผู้เฒ่าแห่งสงฆ์ไทย ตกอยู่สภาวะที่ระทมอมทุกข์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านจำวัดไม่ค่อยหลับ และฉันไม่ค่อยได้
จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ระหว่างเจ้าคุณพระพรหมโมลี ผู้ไม่ยอมหงอให้นักการเมือง ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ขัดกับหลักการและพระธรรมวินัย กับเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ผู้ถูกนักการเมืองบีบบังคับ เสวยวิบากกรรมสุขทุกข์ผิดกันราวฟ้ากับดิน
โซตัส