ปีที่ 3 ฉบับที่ 935 ประจำวันศุกร์ที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 |
"ผ่อง" ด่านั่งเทียน สื่อมั่วหาเสียงสว.
ศาลเลื่อนซักค้านพยานโจทก์ คดีพระทัตตชีโว ฟ้องร้อง "เสี่ยตือ" อ้างอัยการติดงาน ทางวัดพระธรรมกายไม่ติดใจคัดค้าน "ผ่อง เล่งอี้" ด่าเช็ด สื่อมวลชน "นั่งเทียน" กล่าวหาว่า วัดพระธรรมกายประกาศหาเสียงผ่านเครื่องขยายเสียงในงานวัดให้ตน และพล.อ.อ.วีระวุธ เลาวะเปารยะ เพื่อสนับสนุนให้ได้รับเลือกเป็นสว. เตรียมฟ้องร้อง พร้อมแจ้งให้ กกต. ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยืนยันต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด
นางอโนชา ชีวิตโศภณ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี และ นายธีรพงศ์ อุ่นชัย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ได้ขึ้นพิจารณา คดีอาญาหมายเลขดำที่ 5737/2542 ที่พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กับพวก รวม 6 คน เป็นจำเลย เรื่องเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) เป็นวันแรก เวลา 09.00 น. และไต่สวนมูลฟ้องพยานโจทก์ พระภาณุมาศ ภาณุปาโณ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์
จนจบคำซักถามของทนาย โจทก์ เป็นเวลา 11.00 น. ศาลให้พยานฉันเพลตามที่ทนายโจทก์ขอ แล้วทนายโจทก์ขอสืบพยานโจทก์ โดยให้ทนายฝ่ายจำเลยซักค้านต่อในช่วงบ่าย ศาลไม่ขัดข้อง
แต่ทนายฝ่ายจำเลยแถลงว่า ทนายฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นพนักงานอัยการจากกรุงเทพมหานครหลายคน มีราชการในช่วงบ่าย จึงขอเลื่อนคดี ทนายโจทก์ก็ไม่ขัดข้อง
ศาลให้เลื่อนไปนัด ไต่สวน
มูลฟ้อง โดยให้ทนายจำเลยซักค้านพยานต่อในวันที่ 3 และ 30 มีนาคมนี้ เวลา 13.30 น. ตามที่ทั้งสองฝ่ายขอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มติมส. มีคำสั่งให้ดำเนินการตามกฎนิคหกรรมต่อพระธัมมชโย ตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น
ขณะนี้ปรากฏเป็นข่าวแพร่ออกมา
จากกระทรวงศึกษาธิการว่า หลังจากเทศกาลตรุษจีนผ่านไป พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จะทำการเรียกตัวพระธัมมชโย ให้มารับทราบคำกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ทางวัดพระธรรมกาย ก็ยังคงยืนยันตามคำวินิจฉัยของพระพรหมโมลี ที่ระบุว่า กฎนิคหกรรมได้จบลงไปแล้ว และขอสงวนสิทธิ์ไม่ดำเนินการอีกต่อไป
แหล่งข่าวจากวัดพระธรรมกายเปิดเผยว่า เรื่องกฎนิคหกรรมตามที่ นายมาณพ พลไพรินทร์ และ นายสมพร เทพสิทธา ฟ้องร้องนั้น ถือว่าจบไปแล้ว เพราะมีคำวินิจฉัยออกมาว่า ฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวหาพระสงฆ์ ถ้าจะมีการเดินนิคหกรรมกันจริง ก็ควรหาพระสงฆ์มากล่าวหา ซึ่งในเรื่องนี้ พระเถระที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมหลายรูป
ได้ลงความเห็น ไว้แล้วว่า ไม่ควรให้ฆราวาสเข้ามาก้าวก่ายในกิจกรรมของพระสงฆ์ เพราะถ้าเปิดโอกาสให้มีครั้งแรกเกิดขึ้น ครั้งต่อไปก็จะตามมาอีก หากว่า
ต่อไปฆราวาสคนไหนต้องการ
กลั่นแกล้ง พระสงฆ์ ก็สามารถทำได้ทันที ถึงแม้ว่า พระสงฆ์จะชนะคดี แต่ก็เสียชื่อเสียงไปแล้ว พระสงฆ์ส่วนใหญ่จึงมีความเห็นว่า ฆราวาสไม่ควรกล่าวหาพระ
นอกจากนี้ ในที่ประเด็นที่ นายชาญชัย บุษปรณิช ได้เป็นโจทก์กล่าวหา พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) ต่อเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม จนกระทั่งบัดนี้ เวลาผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่า เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมจะดำเนินการแต่ประการใด ทางกรมการศาสนา กับกระทรวงศึกษาธิการ ก็ไม่เห็นจะไปเร่งรัดเอาใจใส่อะไร
ซึ่งถ้ามีการดำเนินคดีต่อ
พระธัมมชโยจริง ก็ควรจะมีการดำเนินคดีต่อพระธรรมปิฎกด้วย เพราะถือว่า ฆราวาสกล่าวหาพระได้ ซึ่งพระเถระผู้ใหญ่ ควรพิจารณาด้วยความเป็นธรรมด้วย
สำหรับประเด็นที่ศาลธัญบุรี มีคำสั่งให้เลื่อนการซักค้านพยานโจทก์ ในคดีที่พระทัตตชีโว เป็นโจทก์ฟ้องร้อง นายสมศักดิ์ นั้น ทางวัดพระธรรมกาย ไม่ได้ติดใจในเรื่องดังกล่าว เพราะถือว่า พนักงานอัยการซึ่งเป็นทนายของนายสมศักดิ์ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ทางวัดพระธรรมกาย ก็เปิดโอกาสให้เลื่อนฟ้องออกไป
แตกต่างกับคดีที่พระธัมมชโย
ถูกกรมการศ าสนา ฟ้องร้อง แม้พระธัมมชโยป่วย แต่ทางโจทก์กลับคัดค้าน ไม่ให้เลื่อน ลองพิจารณาดูก็แล้วกันว่า ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน
นายผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก (สว.) เปิดเผยว่า กรณีที่สื่อมวลชนพากันลงข่าวว่า วัดพระธรรมกายช่วยประกาศหาเสียงให้ตน
ผ่านเครื่อง ขยายเสียง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค. ณ อาคารสภาธรรมกายสากล โดยสื่อหลายฉบับระบุว่า มีการประกาศหาเสียงให้ตนเองกับ พล.อ.อ.วีระวุธ เลาวะเปารยะ ลูกศิษย์วัดอีกคนที่สมัคร สว.
"เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ไม่ทราบว่า สื่อมวลชนเอาข่าวมาจากไหน เป็นการใส่ความกันชัดๆ ในเรื่องนี้ผมจะแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อมวลชนทุกฉบับที่ลงข่าว พร้อมกันนี้ ก็จะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการเลือกตั้ง ให้ทราบถึงข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ผมจะดำเนินการให้ถึงที่สุด" นายผ่องกล่าว
[หน้าหลัก][หน้า1] |