ปีที่ 3 ฉบับที่ 931 ประจำวันจันทร์ที่ 31 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

วิวาทะ

จงยังประโยชน์ของตนเอง ให้สำเร็จก่อน แล้วจึงยังประโยชน์เพื่อผู้อื่น

วานนี้ สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.00 ออกอากาศช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ดำเนินรายการโดย "สมประสงค์" และ อีกรายการหนึ่ง คลื่นเอเอ็มของ พ.อ.ทองขาว เสนอข่าว วิพากษ์วิจารณ์ถึงความแตกแยกในวัดสวนแก้ว โดยคลื่นเอฟเอ็ม 97.00 ระบุพาดพิงถึงนสพ.พิมพ์ไทย เป็นตัวการทำให้วัดสวนแก้ว ระหว่างพระพยอมกับพระประเสริฐแตกแยก

ส่วนรายการของพ.อ.ทองขาว ประมาณตีหนึ่ง เปิดออนแอร์รับฟังความคิดเห็นจากทางบ้าน มีเป้าถล่มธรรมกายแบบเดิมๆ แต่ครั้งนี้ผิดปรกติ นิดหน่อย ก็อีตรงผู้ที่เข้าสาย ร่วมรายการจากทางบ้าน ก่นด่าธรรมกายแบบหยาบคาย ด้วยนำเสียงที่ชุ่มฉ่ำด้วยเมรัย จนออกอาการ อ้อแอ้ๆๆ

ครับ คนที่เคยบวชเรียนมาอย่าง พ.อ.ทองขาว ได้ดิบได้ดีจากชายคาผ้าเหลือง เอาไอ้ขี้เมามาด่าพระด่าเจ้า ไม่รู้ว่า พ.อ.ทองขาว มีอารมณ์แบบอย่าง ในการปกป้อง พระพุทธศาสนา กันอย่างไร

ภรรยาคุณทองขาว ทำงานอยู่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เคยปรารภว่า ไม่อยากให้ พ.อ.ทองขาวจัดรายการด่าพระด่าเจ้า แต่ความเห็นของเธอ กลับไม่ได้รับการสนองตอบ จากผู้เป็นสามีแม้แต่น้อย

ครับ เรื่องของพ.อ.ทองขาว ก็ไม่อยากจะพูดอะไรให้มาก เพราะบัวมีอยู่ 4 เหล่า ใครจะเลือกเป็นอาหารเต่า ปลา ก็เชิญ ผมไม่ก้าวก่ายอยู่แล้ว เพราะดูท่าจะเข็นกันยาก

ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไอ้คนที่บวชเรียนมาได้ประโยคสูงๆ หลังจากสึกหาลาเพศบรรพชิตมาแล้ว ทำไมจึงทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับพระพุทธศาสนา ศีล 227 ข้อ ที่เคยยึดถือ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เมื่อยามบวชเป็นพระภิกษุ ไม่อาจขัดเกลาให้คนเหล่านี้ พ้นจากอวิชชา ความโง่เขลาเบาปัญญาได้เลย

กลุ่มคนเหล่านี้ เป็นเชื้อเป็นสายเดียวกันแต่ชาติปางไหน ผมไม่อาจทราบ แต่เห็นวงจรชีวิตของคนพวกนี้ ก็อดที่จะตะขิตตะขวงใจไม่ได้ว่า คนกลุ่มนี้ เขารัก พระพุทธศาสนา กันอย่างไร??

เริ่มจากผู้เฒ่าส.ศิวรักษ์ เป็นผู้อุ้มบุญตักบาตรถวาย ข้าวปลาอาหาร เสฐียรพงษ์ วรรณปก ซึ่งบุคคลทั้งสอง มีความศรัทธาเลื่อมใสในตัวของพระธรรมปิฎก เป็นล้นพ้น

โดย ส.ศิวรักษ์ ผู้ที่คิดปลดแอกไปเสียทุกเรื่อง ยุ่มย่ามลามเลียไปถึงสถาบันเบื้องสูง จนเกือบจะเอาชีวิตไม่พ้นจากคุกตะราง วันดีคืนดี คลื่นลมสงบ ก็ออกมาแกว่งปากด่าคนนั้นชั่ว และน้อยครั้งนัก ที่จะเยินยอสรรเสริญมนุษย์อื่น (นอกจากตัวเอง)

แน่นอนคนอย่างส.ศิวรักษ์ออกมาพูดเสียงดังฟังชัดว่า สงฆ์ดีหาทั้งยากในสังฆมณฑล จะมีก็แต่พระธรรมปิฎก นี่แหละที่เป็นพระดีพระแท้ นอกนั้น ไม่เข้าท่า หลวงตาบัว พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สำเร็จประโยชน์แห่งตนแล้ว และได้สร้างศีลทานบารมีช่วยเหลือประเทศชาติ ยามพบกับภัยพิบัติ ก็ถูกไอ้มนุษย์ขี้เหม็นชิง .. เกิด กล่าวให้ร้ายท่านว่า ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ที่ออกมาเรี่ยไรกฐินช่วยชาติ

ดูเอาเถิดชาวพุทธผู้มีใจเป็นธรรม

ใครจะอวดภูมิรู้ภูมิธรรมอย่างไร ผมไม่อยากจะใส่ใจ แต่อดเห็นมนุษย์ปากเหม็นอย่าง ส.ศิวรักษ์ ออกมาลบหลู่พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ได้ และการที่คนอย่างส.ศิวรักษ์ ไปการันตีคุณงามความดี ให้กับพระธรรมปิฎก ก็ทำให้ผม อดเป็นห่วงพระธรรมปิฎกไม่ได้ ที่ภาพการของลูกศิษย์ท่าน ออกมาเดินเกมป่วนเมือง เก่งแต่ให้ร้ายชาวบ้าน มากกว่าชื่นชมผู้อื่น

หรืออาจเป็นเพราะว่าคนเหล่านี้ สร้างเวรสร้างกรรมร่วมกันมา เราจึงเห็นพระธรรมปิฎก ส.ศิวรักษ์ เสฐียรพงษ์ และ ก็พระพยอม ยืนหยัดทำงาน เพื่อพระพุทธศาสนาร่วมกัน

ก็อยากจะเตือนผู้ที่ร่วมชาติร่วมบุญแห่งนี้ จงเมตตาต่อกัน ช่วยเหลือกันและกัน เวลานี้ พระพยอมท่านกำลังประสบปัญหาภายในวัดสวนแก้ว เสฐียรพงษ์ ส.ศิวรักษ์ อย่าแกล้งทำเป็น "อีแอบ" หลบหน้าหนีหาย

คนเราจะดูใจกัน ก็อีตอนเดือดร้อนนี่แหละครับ "มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมทุกข์"

ท่านพยอมออกข่าวว่า พระลูกวัดสวนแก้ว มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็ควรจะเร่งจัดการโดยเร็ว โดยเฉพาะพระที่เอาตัวเข้าไปเกี่ยวกับผลประโยชน์ของวัด และมูลนิธิฯ อย่าดีแต่เที่ยว ไล่ไปปัดกวาดบ้านเรือนผู้อื่น จนไม่มีเวลามาล้างครัวที่มีหนอนขึ้นอยู่เต็มไหปลาร้า

จะกลับมาเป็นเจ้าอาวาสล้างบางพระนอกรีตที่วัดสวนแก้ว ก็ต้องเร่งรีบทำ เพราะงานใหญ่ๆ ที่ท่านเอาตัวไปผูกมัดอยู่ นั่นคือ การประกาศเป็นศัตรูชนิดถาวรฟาร์ม กับวัดพระธรรมกาย จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า จงยังประโยชน์ของตัวเองให้สำเร็จก่อน แล้วจึงยังประโยชน์ให้ผู้อื่น เข้าใจบ่หลวงพี่พยอม กัลยาโณ ว่าที่เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว

โซตัส


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ]

1