ปีที่ 3 ฉบับที่ 930 ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

วันนี้มาแข่งทำความดีดีกว่า เวลาก็เหลือน้อยแล้วทุกคน

วันนี้ เป็นวันอาทิตย์อากาศสดใด คุยกันเรื่องเย็นๆ สบายใจดีกว่า หลายคนคงเตรียมตัวไปวัดฟังธรรมนั่งสมาธิ ตามแบบอย่าง ของชาวพุทธ ยุคใหม่ ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็นค่านิยมใหม่ ผมเห็นคนแต่งชุดขาวเพิ่มมากขึ้น วัดหลายวัดเริ่มมีคนรุ่นใหม่ ไปทำบุญมากขึ้น 

นักธุรกิจพ่อค้า คนทำงานทุกวันนี้ เริ่มมองเห็นความจำเป็นของการนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม เพื่อเข้ามาช่วยในการทำงาน สมัยก่อน ถ้าใครพูด เรื่องนี้ คนจะหัวเราะเยาะเย้ย เพราะ คำว่า การนั่งวิปัสสนากรรมฐาน กลายเป็นคำน่ากลัว ดูว่าจะมีการหนีโลกทิ้งโลก ละสังขารไปโน่น

ผมเคยเสนอความคิดให้กับผู้ใหญ่ในวงการศาสนาท่านหนึ่งที่คุยกันรู้เรื่อง บอกว่า สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ วัฒนธรรมใหม่ของคนไทย ถ้าจะ เลียนแบบประเทศตะวันตก ควรจะเลียนแบบทั้งหมด ไม่ใช่เอามาเฉพาะเรื่องสนุกสนาน น่าจะเอาอย่างการเข้าโบสถ์ฟังธรรมเขามาด้วย

เพราะฝรั่งเขาทำงานหนักห้าวัน เสาร์อาทิตย์จะเป็นวัดพักผ่อน เล่นกีฬา ท่องเที่ยว ปิคนิค ร้านค้าจะปิดหมด ถ้าเป็นในเมืองประเทศ ดาวน์ทาวน์ จะไม่มีคนเลย เหมือนเมืองร้าง รถราถนนหนทางว่างโล่งไปหมด

แต่สิ่งหนึ่งที่ฝรั่งทำมาติดต่อกันนับพันปีเหมือนกันทุกคนก็คือ ทุกวันอาทิตย์ตอนเช้า เขาจะไปโบสถ์ใกล้บ้านกัน ใครอยู่แถบไหนก็ไปโบสถ์ แถบนั้น และเขาจะแต่งตัวสดใส สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนไปงานใหญ่ งานสำคัญ ผู้ชายก็จะแต่งสูท ผู้หญิงก็จะเลือกเสื้อผ้าสวยๆ ถือร่มแบบผู้ดี มีวัฒนธรรม

โบสถ์จะเป็นหัวใจของเมืองทุกเมือง จะอยู่ในทำเลที่ดีที่สุด เพราะเวลาสร้างเมืองในสมัยโบราณ อาคารหลังแรกที่เขาจะช่วยกันสร้างคือ โบสถ์ และจะลงทุนลงแรงช่วยกันคนละไม้คนละมือ แม้ในเมืองคาวบอยอเมริกัน ที่ยิงกันกระจุย ก็จะมีโบสถ์เป็นสง่าทุกเมือง ถึงแม้จะตัดสินกัน ด้วยปืน แต่ก็ยังมีพระ ยังมีธรรมะ เพราะศาสนาของชาวตะวันตกนั้น มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา เพราะเวลาตาย ทุกคนจะต้อง นึกถึง พระเจ้า ต้องมีพระมาโปรด ไม่งั้นตายตาไม่หลับ

ผมถึงบอกว่า ถึงแม้โลกจะถูกแบ่งเป็นศาสนาต่างๆ ตามความเชื่อ ตามบรรพบุรุษ แต่ลึกๆ แล้ว ทุกศาสนาล้วนสอนให้คนเป็นคนดี มีความรัก มีเมตตาต่อเพื่อนบ้าน ต่อสังคม ไม่เบียดเบียนกัน ไม่ว่ากล่าวให้ร้ายกัน

และวัฒนธรรมของชาติตะวันตก จะได้เปรียบตรงที่ความเจริญก้าวหน้าของจิตใจของเขา มีการพัฒนารูปแบบโดยตลอด แต่หลักเดิม เขาจะ แน่นเหนียว โบสถ์ทุกโบสถ์ จะใหญ่โตสวยงาม บรรยากาศงดงาม มีออร์แกนไฟฟ้า ขนาดใหญ่ มีนักร้องประสานเสียงไพเราะ

บางโบสถ์ก็สร้างแข็งแรงถาวรทนนานนับร้อยๆ ปี เหมือนผมไปเห็นโบสถ์ใหญ่กลางเมืองโคโลญจ์ สูงเสียดฟ้า สร้างมาประมาณสมัย กรุงศรีอยุธยา สวยงามมาก วิจิตรพิสดาร เวลาเข้าไปข้างในเย็นสบาย โดยไม่ต้องปรับอากาศ แม้จะเป็นหน้าร้อน กระจกสีสวยงาม ยิ่งใหญ่มาก

ทุกคนให้ความสำคัญถึงขนาด แม้เกิดสงคราม เขาก็ไม่ทิ้งระเบิดโบสถ์กัน ทั้งที่รู้ว่า มีคนไปซ่อนอยู่จำนวนมาก ก็พยายามเลี่ยง ขนาดเมือง ราบเป็นหน้ากลอง แต่โบสถ์อันยิ่งใหญ่ ยังอยู่มาถึงวันนี้ ก็ไม่ต่ำกว่า 500 ปี

การสร้างถาวรวัตถุ เพื่อให้อยู่นับร้อยนับพันปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถาวรวัตถุเพื่อบูชาบุคคลที่ตนเคารพรักและบูชา ถือเป็นวัฒนธรรม ระดับ สากล แม้ในเมืองไทย ทุกวันนี้ ความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ไม่พ้น วัดวาอาราม ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแก้ว อันงดงามและดัง ไปทั่วโลก เจดีย์วัดอรุณฯ ที่สูงเสียดฟ้า เจดีย์นครปฐม

นี่คือวัฒนธรรมและความคิดของคนโบราณที่มิได้แพ้ชาวตะวันตกตรงไหน คนไทยสมัยก่อนไปโบสถ์ทุกวันพระ มีการทำบุญ มีเสียงพระสวด เย็นจับใจ มีเสียงตีกลองตอนเย็น มีเสียงระฆังทุกเช้า คนไทยสมัยก่อนจึงมีจิตใจงดงามกว่าคนไทยวันนี้ อย่างเทียบกันไม่ได้

เช่นเดียวกับชาวต่างประเทศ แม้ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุเขาไป จะไปเหนือกว่าเราอย่างเทียบไม่ได้ แต่ผมเห็นชาวต่างประเทศ ไม่ว่า คนไหนถ้ามาเมืองไทย ถึงวันอาทิตย์ เขาจะต้องไปโบสถ์ให้ได้ ไม่ว่าโบสถ์นั้น จะอยู่ที่ไหน และเป็นอย่างนี้ทุกคน

การฝึกคนให้มีวินัยในจิตใจนี่แหละ ที่ทำให้ประเทศตะวันตก เจริญสูงสุด ด้วยวิทยาการก้าวหน้า เพราะทำอะไรก็ทำจริง และจิตใจก็ผ่องใส บ้านเมืองของเขาจึงจะสะอาด มีวินัย ไม่มีการฝ่าฝืนกฎหมาย และทำอะไรรบกวนสิทธิเพื่อนบ้าน

ทั้งหมดนี้ เกิดจากคนยังเข้าวัดฟังเทศน์ ฟังหลวงพ่อของเขา ไปร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า และรู้จักเคารพสิทธิของคนอื่น มีความเท่าเทียมกัน ในโบสถ์ และเป็นประชาคมเมือง เห็นหน้าเห็นตากันทั้งเมือง ถ้าเป็นเมืองเล็กๆ ไม่มีคนแปลกหน้า เพราะเขาจะรู้กันทั้งโบสถ์

ความคิดของผมก็คือ ถ้ากรมการศาสนาและมหาเถรสมาคม จะลืมเรื่องวัดพระธรรมกายไว้สักพักหนึ่ง แล้วลุกขึ้นทำหน้าที่อย่างจริงจัง หาทางให้คนไทยเข้าวัดถือศีลปฏิบัติธรรม ทุกวันอาทิตย์ เหมือนฝรั่งเข้าโบสถ์ ผมว่าอย่างนี้ซิครับ พุทธศาสนาจะได้เจริญ บ้านเมืองก็เจริญ และจิตใจของคนในชาติ ก็จะดีขึ้น

วัดทุกวัด จะต้องมีการปฏิรูปใหม่ วัดไหนที่มัวแต่รับกัณฑ์เทศน์สวดศพ เป็นงานหลัก งานสอนคนให้เป็นคนดี ไม่ได้ทำ มีแต่ใบ้หวย สะเดาะ เคราะห์ รดน้ำมนต์ เก็บค่าจอดรถ น่าจะต้องพิจารณาตัวเองว่า บวชมาทำไมกันแน่ และหน้าที่หลักของวัดคืออะไรกันแน่ วัดมีไว้ทำอะไร

ผมว่า วัดทุกวัด มีสถานที่งดงาม เงียบสงบ พระทุกคน ควรจะต้องสอนนั่งสมาธิให้เป็น จะเป็นสายไหนก็ได้ ตามสบาย ตามแต่ชอบ พระอาจารย์ ถ้าวัดทุกวัด วันอาทิตย์เริ่มทำให้ได้อย่างนี้ กรมการศาสนาเอาจริง มหาเถรสมาคมเอาจริง พระผู้ใหญ่เอาจริง และให้แข่งกัน ทุกวัด ทั่วประเทศไทย มีรางวัลยกย่องให้ ถ้าใครชวนคนเข้าวัดวันอาทิตย์ได้มากกว่ากัน

เชื่อไหมครับว่า แม้กระทั่งวัดพระธรรมกาย ก็ต้องชิดซ้ายไปเลย ไม่เป็นวัดแปลกประหลาดอีกต่อไป เพราะวัดทั่วประเทศไทยจะสะอาด สงบพระดีมีความรู้ มีจริยวัตรงดงาม น่ากราบไหว้สอนสมาธิได้ ถ้ามีใครคิดทำได้ วันนี้ผมจะกราบงามๆ

ผมว่าวันนี้ แข่งขันทำความดี ไม่ดีกว่าหรือครับ พระคุณเจ้า เวลาก็เหลือน้อยแล้วทุกคน

กาขาว


[หน้าหลัก][สหัสวรรษ]

1