ปีที่ 3 ฉบับที่ 929 ประจำวันเสาร์ที่ 29 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

ภาพพจน์ใหม่ของ กมธ.ศาสนา วันที่ไม่มีไดโนเสาร์จูงจมูก

ผมเคยเป็นกรรมาธิการของรัฐสภามาหลายครั้ง ส่วนมาเป็นในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นนักวิชาการ มิใช่ในฐานะ สส. หน้าที่ก็คือ คอยให้ คำแนะนำในทางที่ถูกต้อง ให้ทำหน้าที่ที่ถูกที่ควร ให้ความรู้ให้ความคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลในวงการค้าที่ สส. จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง

การทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมดังกล่าวนี้ ไม่ได้สตางค์อะไร แถมยังเสียเวลามาก เพราะประชุมทุกสัปดาห์ ยิ่งบางครั้งได้รับมอบหมายพิเศษ ให้ช่วยศึกษาเรื่องโดยละเอียด เพื่อมาอธิบาย ท่าน สส. และกรรมการที่เข้าประชุม จะได้มีความรู้พอที่จะไล่ต้อนแบงค์ชาติบ้าง ข้าราชการ บ้าง

ที่เป็นกับเขา ก็มิใช่เพราะอยู่พรรคการเมืองใด แต่มีพรรคพวกอยู่ในทุกพรรคการเมือง พอเขาเป็นประธาน เขาก็ใส่ชื่อแล้วก็บอกว่า มาช่วย หน่อยนะ เอาก็เอา เพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่า เขาทำอะไรในสภา

โชคดีที่รัฐบาลเปลี่ยนบ่อยๆ พอยุบสภาที หรือเลือกตั้งใหม่ ก็ต้องเปลี่ยนตัวองค์คณะกันใหม่ ผมก็รอดตัวมาได้ กลับมาทำมาหากินของผม เหมือนเดิม

เพราะสิ่งที่อึดอัดที่สุด ก็คือ การประชุมกรรมาธิการที่ผมเห็น ส.ส.หลายคนประเภทไดโนเสาร์ตกรุ่น ควรจะอยู่กับบ้านเลี้ยงหลานแล้ว แต่ยัง ตัดกิเลสตัณหาของความอยากดัง จมไม่ลง พยายามอวดภูมิแสดงอำนาจ

หลายครั้งที่เรียกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เหนือกว่าทั้งคุณวุฒิ ประสบการณ์ และคุณความดี มาสับกระจุย บรรดาส.ส.เหล่านี้ จะตีโวหาร แสดงความโกรธ เกรี้ยวกราด ไม่ไว้หน้า

ทั้งที่ความรู้ที่เอามาอภิปรายในคณะกรรมาธิการนั้น ไพร่สถุล ไม่มีสาระ วกวนไปมา

นี่คืออันตรายที่สุดของระบอบประชาธิปไตยอันงดงาม ระบอบที่สามารถให้ชาวบ้านธรรมดา ขึ้นเป็นใหญ่ ปกครองบ้านเมืองได้ เป็นวิธีดี ที่สุด แต่แพงที่สุด และเสี่ยงมากที่สุด ที่จะมีคนใจชั่วหยาบช้า หลุดรอดเข้ามา และป้องกันยาก

บางครั้ง ผมสงสารผู้ที่ถูกเรียกมาตอบคำถามจับใจ ทั้งที่จริงๆ แล้ว กรรมาธิการ ไม่มีอำนาจอะไรที่เขาจะต้องเกรงกลัวถึงขนาดนั้น ได้แต่ ศึกษา ติดตาม และตั้งกระทู้ในสภา เป็นการช่วยแบ่งเบางานสภา

ครับ ในทุกสังคม ย่อมมีทั้งคนดีและคนเลว ตรงกันข้าม หลายครั้งที่ผมเห็นกรรมาธิการบางท่าน ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมและงดงาม ใช้เหตุ ใช้ผล ใช้ความรู้ การพูดการจา ก็เต็มไปด้วยความเป็นผู้ดี หลายคนเก่งกว่าที่ผมคาดเยอะ

บางคนความรู้น้อย หน้าตาเป็นชาวบ้าน แต่จังหวะจะโคนในการพูดจา สามารถสะท้อนและสื่อความคิดง่ายๆ แบบชาวบ้าน แต่หนักแน่น และถูกประเด็นทุกประการ

อันนี้ ก็ถือว่า เป็นโชคดีของแผ่นดิน

แต่กรรมาธิการที่ผมไม่เคยเป็น และไม่เคยคิดอยากจะเป็น คือ กรรมาธิการศาสนา ศิลป และวัฒนธรรม เพราะไม่คิดว่า จะมีความรู้พอ ที่จะทำหน้าที่ได้

เป็นกรรมาธิการที่ในปีที่ผ่านมา มีข่าวมากที่สุด เพราะมีเรื่องวัดพระธรรมกาย ที่กลายเป็นเหยื่อสื่อมวลชน จนกลายเป็นกระแสร้าย ของ สังคม และตามกระแสข่าว ก็กลายเป็นกรรมาธิการที่ขยันที่สุด ในการจี้พระ จะจับพระสึก มีข้อมูลลับมากมาย อ้างว่ามาจากราชการก็มี

และก็มีบุคคลที่ออกหน้ามากที่สุด เป็น ส.ส.แก่งั่ก รุ่นไดโนเสาร์ตกรุ่น ที่สนิทที่สุดกับเจ้าคุณอกหักในวัดบวรฯ ที่มุ่งร้ายต่อวัดพระธรรมกาย มานับสิบปี พระที่ประกาศต่อหน้านักเรียนนายร้อย จปร. ว่า จะต้องล้มวัดพระธรรมกายให้ได้ เพาะมิจฉาทิฐิระหว่างนิกาย และสุดท้าย ตัวเองก็พังวินาศ เพราะไปสนับสนุนพระยันตระ จนสุดโต่ง ถูกปลดจากตำแหน่งเรียบร้อย

และขบวนการสัญญาลับเหล่านี้ ก็ใช้อำนาจและมือของกรรมาธิการศาสนาฯ ออกหน้า ให้สัมภาษณ์ จี้ข้าราชการ แอบให้ข้อมูลสื่อมวลชน และ แอบมุบมิบร่างกม. ให้อำนาจนักการเมือง ปกครองเหมือนอย่างที่ทำกันทุกวันนี้ ดีแต่ว่า ความลับรั่วเสียก่อน ถูกพระต่อต้านทั่วประเทศ

เรื่องเหล่านี้ คงไม่มีการพิจารณากันโดยเปิดเผยใน กมธ.ศาสนา เพราะเขาแอบไปพิจารณากันนอกคณะกรรมการฯ และแอบใช้รัฐสภา อันทรงเกียรติออกหน้า

เมื่อวานซืนนี้ ผมคิดว่า เป็นนิมิตดีของทศวรรษใหม่ ทางการเมือง เมื่อผมเห็นกรรมาธิการศาสนาฯ ยกคณะมาเยี่ยมวัดพระธรรมกาย เป็นการเปิดศักราชใหม่ เพื่อต้องการข้อมูลที่แท้

ผมไม่รู้จักตัว เห็นครั้งแรกก็ต้องขอชม ประธานคนใหม่ คือ คุณ อรรถสิทธิ์ ทรัพย์สิทธิ์ ที่ทำหน้าที่ได้ดี เพื่อต้องการยุติเรื่องนี้ เสียที เพราะ ยืดเยื้อมานาน และพุทธศาสนา ก็เสียรังวัด อับอายศาสนาอื่น มีแต่ทำให้ศาสนาเสื่อมลง จนช้ำใจชาวพุทธทั้งประเทศ

และการประชุมที่เต็มไปด้วยความตั้งใจดีของทั้งสองฝ่าย การให้ข้อมูล การตอบข้อซักถาม การตั้งคำถาม ก็เต็มไปด้วยเหตุด้วยผล ไม่มีการ ตั้งอคติ และรุกไล่หาคำตอบที่ถูกใจ

ผมคิดว่า เป็นนิมิตใหม่ของ กมธ. ที่ต้องขอชมอย่างจริงใจ ถ้ากรรมาธิการเป็นอย่างนี้ ไม่มีใครจูงจมูก เพราะบังเอิญตัวเอกจอมแสบ และ ที่ปรึกษาตัวร้าย ไม่ได้มา การเจรจาจึงเป็นเหตุเป็นผลด้วยประการฉะนี้ ดูแนวโน้มว่า น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเมืองไทย และเรื่อง เลวร้าย จะได้จบเสียที ทุกคนจะได้ลุกขึ้นมา ทะนุบำรุงศาสนาพุทธ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

วันนี้ ผมมีหมายเหตุตอนท้าย ที่อยากฝากถึงกัลยาณมิตรชาวธรรมกายทุกคน ใครที่ยังไม่มีหนังสือ สหัสวรรษฉบับรวมเล่ม หน้าปกสีแดง ปั๊มทองสวยหรู มีคนบอกว่า อ่านสนุกมาก ตอนนี้ มีขายแต่ที่ สหการของวัดนะครับ เพราะมีมือดี ไปสั่งให้เก็บให้หมดจากที่ผมฝากขาย ตามภาคต่างๆ ก็ไม่ว่ากันนะครับ ทั้งที่คอลัมน์นี้ สู้อำนาจบาทใหญ่ภายนอก เพื่อวัดมาตลอด เฮ้อ .. ไม่ว่ากันๆๆ

ช่วยกันซื้อหน่อยครับ ผมจะได้ไปจ่ายค่าพิมพ์เขาเสียที ใครสนใจจะซื้อรวมกันเป็นกลุ่ม ให้โทรศัพท์ไปที่ โทร. 940-0280-2 ราคาพิเศษ สำหรับ แฟนๆ ครับ ถ้าซื้อมากๆ ก็ร้อยเดียว

กาขาว


[หน้าหลัก][สหัสวรรษ]

1