ปีที่ 3 ฉบับที่ 928 ประจำวันศุกร์ที่ 28 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
เราไม่สะใจและไม่ให้ร้ายต่อสัตว์โลก ผู้ต้องวิบากกรรม
ข่าวฮ็อตในวงการสงฆ์วินาทีนี้ ไม่ใช่สำนักธรรมกาย หรือพระธัมมชโยเสียแล้ว หากแต่เป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง พระพิศาลธรรมพาที
หรือ หลวงพี่พยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว กับพระอธิการประเสริฐ ปัญญาสาโร พระลูกวัดที่ท่านปั้นมากับมือ
และแต่งตั้งให้เป็น
เจ้าอาวาสแทนตัวเอง
ผมไม่อยากหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นน้ำจิ้มในวงเมรัย หรือสภากาแฟ แต่อยากให้พุทธศาสนิกชนตั้งสติ
และพิจารณาความบาดหมางใจ
ของพระ ทั้งสองรูป เพื่อหาต้นสายปลายเหตุ แห่งปัญหา และวิธียุติเรื่องดังกล่าว โดยใช้หลักธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเกณฑ์พิจารณา
ทันทีที่ข่าวของความร้าวฉานถูกตีพิมพ์เป็นข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับนั้น ได้นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง พอสรุปได้เป็น 2 ความเห็นดังนี้
กลุ่มแรกเห็นว่า น่าสงสารท่านเจ้าคุณพยอมชนิดจับขั้วหัวใจ ท่านสร้างวัดสวนแก้วมากับมือแท้ๆ กลับถูกพระลูกวัดและสมภาร ที่ไว้วางใจ แข็งเมืองขับไล่ไสส่ง ไม่รู้เป็นเวรกรรมแต่ชาติปางไหน?
กลุ่มที่สองเห็นว่า สะใจจริงๆ โว๊ย แพ้ภัยตัวเอง ด่าชาวบ้านชาวเมืองมาตลอด สร้างวัตถุก็ไม่ดี สะสมเงินทอง เรี่ยไรทรัพย์ ดูดทรัพย์ พระเลว ไม่ใช่พระแต่เป็นแพะ ถอดถอนสมณศักดิ์ผู้อื่น กล่าวอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น ผ่านหน้าจอทีวีเป็นว่าเล่น ฯลฯ
ในความเห็นของผม ปัญหาวิวาทะร้อนแรงที่เกิดขึ้น มีปฐมเหตุมาจากปัจจัยที่ 5 นั่นคือ เงิน เงิน เงิน และก็เงิน แท้เทียว
หลวงพี่พยอมขอยืมเงินวัดจากเจ้าอาวาส จำนวน 4 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อที่ดินขยายโครงการปฏิบัติธรรม รองรับญาติโยม
ที่นับวันจะมี ศรัทธา แวะเวียนมาปฏิบัติธรรม จนแน่นวัดสวนแก้ว แต่ถูกท่านเจ้าอาวาสปฏิเสธ
ปัญหาของหมู่สงฆ์จะไม่เกิดขึ้น หากท่านยึดมั่นในหลักของพระธรรมวินัย โดยพิจารณาต้นร่างแห่ง "นิสสัย4"
เป็นเจตนารมณ์ของ พระธรรม
วินัย แต่คงไม่ต้องเถรตรงถึงขั้นฉันน้ำมูตร หรือน้ำปัสสาวะเป็นยาดอก
ตถาคตสมณโคดม ทรงสั่งสอนหลักธรรมะให้สัตว์โลกใช้เป็นที่พักพิง และมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อความหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์
ผมไม่มีอคติกับพระพยอม แม้ว่า หลายความเห็นของท่าน ต้องขอพูดกันตรงๆ ว่า ผมไม่เห็นด้วย อาทิ การทำปัพพาชนียกรรม
โดยเอา ฆราวาส
มาร่วมพิธีกรรมสำคัญของสงฆ์ เพื่อขับไล่พระธัมมชโย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย
โดยเฉพาะบทบาทต่อต้านกรณีธรรมกาย การกล่าวอาบัติชั่วหยาบของสงฆ์ต่อที่สาธารณะ ตำหนิติติงเรื่องการทำบุญ การเรี่ยไร บริจาคเงิน การสร้างวัตถุใหญ่โต
ท้ายสุดคำพูดที่ท่านเจ้าคุณพยอมกล่าวตู่ ดูหมิ่นภิกษุอื่นไว้ กลับกลายเป็นมุมเบอแรง ย้อนใส่พระคุณเจ้าอย่างจัง
เกือบจะทุกเรื่อง ทุกกรณี
ทีเดียว
ช่างเป็นความบังเอิญเหลือเกิน ที่สถานการณ์ของวัดสวนแก้ว วันนี้ กลายเป็นประเด็นฝาแฝดกับวัดพระธรรมกาย
เริ่มจากพระลูกวัดคิดล้างครู กรณีธรรมกาย ก็มีพระอดิศักดิ์ ออกมากล่าวอาบัติชั่วหยาบพระธัมมชโย ครั้งนั้น
พระพยอมก็ออกมาเป็น
หัวเรือใหญ่ส่งเสียงเชียร์ และอ้าแขนรับพระอดิศักดิ์ที่ถูกอัปเปหินออกนอกวัดปากน้ำ
กรณีวัดสวนแก้ว ก็มีพระอธิการประเสริฐ และพระลูกวัดลงมติปลดแอกหลวงพี่พยอมกลางอากาศ
พิจารณาเรื่องเงินๆ ทองๆ หลวงพี่พยอมต้องการเงิน 4 ล้าน ไปขยายพื้นที่ปฏิบัติธรรม จนเป็นสาเหตุแห่งความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้หลวงพี่ พยอม ก็พูดติติงพระธัมมชโย เห็นแก่วัตถุเงินทอง สร้างถาวรวัตถุใหญ่โต โดยไม่รับฟังความเห็นว่า ธรรมกายมีจำนวนผู้ศรัทธาเพิ่มขึ้น
พระพยอมทำปัพพาชนียกรรม ขับไล่พระธัมมชโยแบบส่งเดช ผิดหลักพระธรรมวินัย โดยนำคฤหัสถ์มาร่วมพิธีสำคัญของสงฆ์
ทว่าวินาทีนี้ หลวงพี่พยอมกลับถูกหมู่สงฆ์ลงมติขับไล่ ซึ่งถือเป็นการทำปัพพาชนียกรรมที่ถูกต้อง และมีผลตั้งแต่วันที่หมู่สงฆ์มีมติ
ล่าสุดท่านเจ้าคุณพยอมให้สัมภาษณ์ว่า ความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นไม่มองหน้ากัน มีส่วนมาจากกรณีธรรมกาย
พระคุณเจ้าขอรับ ผมอยากให้ท่านคิดอ่านปัญหาที่เกิดขึ้นให้มากกว่านี้ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะอย่างยิ่ง ที่จะนำปัญหาภายในวัดสวนแก้ว
ซึ่งเป็น สำนักของท่าน มาพาดพิงกับสำนักอื่น ด้วยคำพูดที่เลื่อนลอย ผมขอย้ำว่า ไม่เป็นคุณกับท่านเลยแม้แต่น้อย
ดีแต่ว่าก่อนหน้านี้ กรณีที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าวัดสวนแก้ว ถูกเพลิงเผาไหม้จนวายวอด ท่านไม่ได้ออกมาระบุว่า เป็นฝีมือของธรรมกาย
อธิกรณ์ดังกล่าวกำลังได้รับการพิจารณาสมณสารูปจากเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ท่านออกมาตีโพยตีพายว่า หากตัดสินไม่เป็นธรรม
อาตมา
จะหนีไปอยู่ที่วัดสวนโมกข์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จะเป็นการบีบรัดกรรมการผู้พิจารณาหรือไม่ ต้องพิจารณาให้ดี ท่านต้องฟังพระธรรมกิตติมุนี เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ว่า ต้องเร่งหาข้อสรุป เพื่อหาสาเหตุและหนทางแก้ปัญหา แต่จะให้ชี้ว่า ใครผิดใครถูก คงไม่ได้ และอย่าได้มีโมหะ ถึงขั้นย้ายวัด หรือแตกหักกันเลย
พระท่านต้องใช้ธรรมะนำหน้าอยู่เสมอ การกล่าวโทษตำหนิผู้อื่นเป็นเรื่องง่าย แต่การตรวจสอบตัวเอง พิจารณาความผิดของตัวเองนั้น
เป็น เรื่องยาก
สมมติสงฆ์ ท่านไม่ใช่อรหันต์ผู้หลุดพ้น ทำอย่างไรจึงจะบำเพ็ญ ศีล ทานบารมี เพื่อความหลุดพ้น นี่คือข้อวัตรของสมณสารูป
เหตุการณ์ความร้าวฉานที่เกิดขึ้นทั้งหลายทั้งปวง อย่าเพิ่งดำริกล่าวโทษผู้อื่น ควรพิจารณาถึงหลักธรรมนำชีวิตไว้ก่อน
กมฺมพนฺธุ : สัตว์โลกมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กมฺมุนา วตฺตตี โลโก : สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ยาทิสํ ลภเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ : หว่างพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ : ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว
สุดท้าย ผมเห็นว่า Action and Reaction " แรงตกเท่ากับแรงสะท้อน" ขอรับพระคุณเจ้า ถึงเวลาที่จะต้องเจริญไตรสิกขา
ให้จงหนักกว่านี้ หรือไม่?
โซตัส