ปีที่ 3 ฉบับที่ 926 ประจำวันพุธที่ 26 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

เมื่อกองทัพพระเจ้าอหังการ์ กองทัพธรรมไทยก็แผ่เมตตา

ก็จบเรียบร้อยโรงเรียนไทยไปเป็นครั้งแรก ที่ผู้รักษาความสงบปลอดภัยในแผ่นดินไทย ต้องทำหน้าที่ที่ถูกต้องกับ บรรดาผู้ก่อการร้าย ระหว่าง ประเทศ ครับ ทำตามหน้าที่ที่ถูกต้อง แม้จะไม่ถูกใจ เมื่อใครทำผิดคิดร้ายต่อประเทศไทย แม้จะสงสารและเห็นใจ และแม้เราจะเป็นเมืองพุทธ ที่ปกติ มักจะแผ่เมตตาให้กับผู้คิดร้าย

แต่ครั้งนี้มันจะมากไปหน่อย ครั้งที่แล้วเล่นปาหี่กับรัฐบาลไทย เพื่อสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก พยายามสร้างวีรกรรมกันทั้งรัฐบาล จนคนทั้งโลก เขาประฌามและเยาะเย้ยว่า ต่อไปเมืองไทยจะเป็นสวรรค์ของผู้ก่อการร้าย ยิ่งทุกครั้ง มักจะเกิดกับพม่าข้าศึกเก่า คู่ปรับเก่า ที่เหยียบย่ำ ทำลาย พุทธศาสนา ฆ่าบรรพบุรุษ ของเรา ปล้นบ้านเมืองเรา

แม้คนไทยรุ่นลูกรุ่นหลาน จะอโหสิกรรมให้ตามแบบฉบับของชาวพุทธที่ดี ไม่คิดจองเวร ผูกอาฆาตพยาบาท แผ่เมตตาให้ ให้ไปผุดไปเกิด ไปรับกรรมเองตามกฎแห่งกรรม

แต่สุดท้ายก็ไม่เข็ด ยังหาเรื่องก่อเวร ไม่รู้จักจบสิ้น

และขบวนการชื่อเย้ยโลก เพราะไปสอนศาสนาเขา พยายามเอาศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งประสบความสำเร็จในหลายแห่งทั่วโลก สร้างให้กลายเป็นสงครามศาสนา เป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกคนต้องพลีชีวิต โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม ขบวนการหรือกองทัพ God's Army หรือกองทัพพระเจ้า ซึ่งเป็นชนกระเหรี่ยงกลุ่มน้อยตามชายแดนไทย-พม่า ก็อ้างพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เป็นธงชัยนำหน้า เพื่อล้มล้างรัฐบาลพม่า ก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองเขา แล้วก็อาศัยรอยต่อชายแดนไทย เป็นที่พักพิง ถูกรัฐบาลของเขากวาดล้างได้รับบาดเจ็บล้มตาย ต้องหนีมา ซุกภัยในเมืองไทย

เมืองไทยก็แสนดี ให้การอุปการะเลี้ยงดู ตามมีตามเกิด ประสาชาวพุทธ เมื่อมีใครได้รับภัยมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เราก็เอื้อเฟื้อตามประสา คนมีน้ำใจ มีค่ายลี้ภัยให้อยู่ แต่ขออย่ามายุ่งกับประเทศของเราก็แล้วกัน

ผลสุดท้าย สหายจอห์นนี่ ก็สร้างวีรกรรม เข้ายึดสถานทูตพม่า ประสบชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ต้องเอาเฮลิคอปเตอร์ ไปส่งถึงชายแดน และตามกระแสข่าวว่า ได้เงินติดกระเป๋ากันไปก้อนใหญ่ รัฐบาลไทยหน้าแตกไม่ต้องเย็บ เจ็บใจจนทุกวันนี้

เพราะรัฐบาลพม่าถือว่า เป็นการเล่นปาหี่ ที่รู้กันเพื่อประฌามพม่า เขาก็เลยสั่งปิดชายแดน จับชาวประมงไทย ที่ไปหากินในน่านน้ำเขา จน ลูกเมียร้องไห้ขี้มูกโป่ง ไม่รู้ชะตากรรม ถือเป็นการสั่งสอนรัฐบาลไทย ว่า อย่าได้คิดอหังการ์ไปยุ่งกับเรื่องในบ้านของเขาเด็ดขาด

เพราะภาพพจน์ไทยในสายตาต่างประเทศนั้น เป็นประเทศที่น่าสงสาร เป็นประเทศที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง การเมืองต่างประเทศถือว่า ต่ำชั้น ไม่มีอำนาจต่อรองอะไร เป็นประเทศกระจอกที่นักการเมืองไทย เป็นวังวนน้ำเน่าอยู่ในบ้านตัวเอง เก่งแต่ในบ้าน เก่งแต่สร้างภาพ เป็นประเทศ ใหญ่ดินแดนมาก ทำเลดี แต่ฝีมือการทูตย่ำแย่ สู้แม้กระทั่งมาเลเซียและสิงคโปร์ ประเทศที่เล็กกว่าอย่างเทียบไม่ได้ แต่ฝีมือการทูต เหนือ ประเทศไทยนัก

อันที่จริง ความสามารถของกองทัพพระเจ้านี้นั้น ที่มาสิบคนนี้ ผมว่า ไม่น่ากลัวเท่าไรหรอก แต่ที่แอบมาอย่างเงียบๆ และซ่อนตัวอยู่ใน ประเทศไทย และเป็นปัญญาชนไทย เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย อันนี้ซิน่ากลัวกว่ามากนัก


เพราะการแอบเข้ามากลืนประเทศอย่างแยบยล เป็นขบวนการใต้ดิน ที่พยายามจะโลกาภิวัฒน์ทางศาสนา กลืนให้เป็นศาสนาเดียวในโลก ให้ทุนการศึกษา ตั้งโรงเรียน ให้สวัสดิการสงเคราะห์คนยากคนจน ทำตัวเป็นผู้มีเมตตาปราณี ทำการสังคมสงเคราะห์ทุกชนิด ยื่นมือไป ช่วยเหลือผู้ยากไร้

เข้าโอบอุ้มชาวเขาผู้ด้อยปัญญา เข้าอุปถัมภ์คนยากคนจนในดินแดนแห่งไกล ที่รัฐบาลไทย ไม่มีปัญญาจะเหลียวแล แอบเข้าหลังบ้าน อย่าง เงียบเชียบ ใครอยากได้ตู้เย็น พัดลม ก็สามารถผ่อนได้แค่เดือนละบาทเดียว แต่ต้องไปส่งที่โบสถ์เป็นประจำทุกอาทิตย์

มีกองทัพชวนให้เปลี่ยนศาสนา ให้ลืมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ไม่เคารพพระสงฆ์ บางนิกายชวนให้ลูกๆ เกลียดพ่อเกลียดแม่ ให้รักพระเจ้า ยิ่งกว่าพ่อแม่ มีอะไรให้ถวายให้พระเจ้าให้หมด แล้วก็ติดป้ายล้างสมอง พระเจ้ารักคุณทั่วประเทศไทย

หนักไปยิ่งกว่านั้น คือ การสร้างสัมพันธไมตรีกับบรรดานักวิชาการ อยากเด่นอยากดัง แต่ยากจนขาดทุน เข้ามาในรูปมูลนิธิต่างๆ ชื่อเสียงดี ทำตัวเป็น NGO หรือองค์กร สอดแทรกต่อต้านรัฐบาลที่ได้รับทุถนจากไหน ไม่มีใครรู้เบื้องหลัง จากนั้น ก็สร้างชื่อสร้างเสียง หาสถานีโทรทัศน์ หาสถานีวิทยุ เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ ถล่มทลายเขย่าศาสนาพุทธทุกวิถีทาง

กองทัพพระเจ้าที่มีอิทธิพลในระดับนานาชาติ ก็พยายามสร้างพระภิกษุสงฆ์ที่อยากดังอยากเด่น ให้ขึ้นมายืนแถวหน้า เป็นที่เคารพ สักการะ ของคนทั้งประเทศ ให้เขียนหนังสือน่าเชื่อถือ แต่พอถึงเวลาตีกระดิ่ง ก็ให้ทุ่มทำลายโจมตีพระด้วยกันเอง ให้ศาสนาพุทธเสื่อมสลาย ให้คน ไม่เคารพพระ เกลียดพระ ไม่ให้คนใส่บาตร

เวลามีเรื่องเลวร้ายของพระไทย ก็ให้ขึ้นหน้าหนึ่ง พาดหัวให้เต็มที่ ผมคิดว่า บางฉบับน่าจะเปลี่ยนหัวหนังสือ ให้มีไม้กางเขน ศักดิ์สิทธิ์ เปิดเผย ไปเสียเลย จะได้รู้ว่า เจ้าของเป็นสื่อของกองทัพพระเจ้า ให้ชัด ๆ ไม่ต้องแอบต้องซ่อน ถือว่าไม่ใช่นักเลงจริง ขี้ขลาดแอบทำร้ายคน ลับหลัง และทำให้คนที่เป็นชาวคริสต์ที่ดีทั่วประเทศไทยทั่วโลก พลอยหมองมัวเสียชื่อไปด้วย

ครับ ในขณะที่กองทัพพระเจ้าที่ซ่อนตัวในเมืองไทย ก็ทำงานไป ถ้าหน่วยข่าวกรองไทย จะเอาแต่เรื่องพระไทย ไม่สนใจพระฝรั่ง ก็ระวังให้ดี เขายึดประเทศไปได้เมื่อไร ก็รู้กันในวันนั้น

แต่กองทัพพระเจ้าจากพม่า ที่เข้ามาก่อพฤติกรรมเย้ยหยันคนไทยทั้งชาติ เมื่อวานนี้ หนอยแน่มาในวันกองทัพไทย ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จ พระนเรศวร ทรงชนช้างชนะศึก ปราบมหาอุปราชแห่งพม่า ด้าวดิ้น ก็วันที่ 25 มกราคม นี่แหละ ก็เลยมาเสริมบารมีประเทศไทย พินาศไป เรียบร้อยแล้ว

ครับ ช่วยกันอโหสิกรรมและแผ่เมตตา ทีหลังอย่าทำอีกนะเจ้าหม่อง

สิงห์ขาว


[หน้าหลัก][สหัสวรรษ]

1