ปีที่ 3 ฉบับที่ 922 ประจำวันเสาร์ที่ 22 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

ขอกราบงามๆ ต่อพระเถระผู้ใหญ่ จากชาวพุทธผู้รักความเป็นธรรม

เมื่อสองวันก่อน มีโทรศัพท์สายด่วนมาหาผมตอนค่ำ แจ้งข่าวด่วนจากญาติผู้ใหญ่ของผมท่านหนึ่งบอกว่า รู้ไหม พระพรหมโมลีลาออกจากมส. แล้ว ผมก็ถามว่า ไปเอาข่าว มาจากไหนครับ เป็นไปไม่ได้หรอก ผมได้ยินกิตติศัพท์ท่านเจ้าคุณองค์นี้ดี ว่า เรื่องหลักการแข็งยิ่งกว่าเพชร น่าจะเป็นการปล่อยข่าวมากกว่า อย่าได้ตกใจเลย เดี๋ยวจะเหยื่อ บรรดาปีศาจร้ายอีก

คุณอาของผมก็บอกว่า ก็ดูจากข่าวไอทีวี รัฐมนตรีออกมาพูดเองเลยนะ ผมก็หัวเราะ เมื่อได้ยินชื่อรัฐมนตรีและแหล่งข่าว ถ้าอย่างนั้น ก็กินขนมเชื่อได้เลยว่า เป็นรายการ ปั้นน้ำ ให้เป็นตัว เป็นรายการเด็กเลี้ยงแกะอีกแล้ว

ผมก็บอกว่า แล้วผมจะเช็คให้นะครับ ไม่ต้องห่วง ทำใจให้สบาย และผมก็เช็คไปทางวัด ปรากฏว่า ไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะมส. เพิ่งจะประชุมไปหยกๆ ไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ มีแต่เรื่องเพื่อทราบ ที่ท่านเจ้าคุณพรหมโมลี ท่านทำรายงานให้มส. เพื่อทราบว่า เรื่องนี้ได้จบไปแล้วอย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายสงฆ์ และพระธรรมวินัย ทุกประการ

และข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผู้เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่ง ก็แสดงความงงงวยว่า มีข่าวออกมาอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะถ้าเจ้าคุณท่านจะลาออก ก็ต้องเป็นมติมส. มิใช่ว่า ใครจะมาบังคับให้ท่านลาออกได้ง่ายๆ และในที่ประชุม ก็ดำเนินไปอย่างปกติ เรียบร้อยดี แม้จะมีความเห็นแตกต่างกันบ้าง ก็เป็นธรรมดาของการประชุม แต่มิได้มีมติอะไร

เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่และสิทธิขาดของท่านเจ้าคุณพรหมฯ แต่ผู้เดียว เป็นไปตามหลักการบริหารขององค์กรสงฆ์ ซึ่งมีการแบ่งแยกความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน เมื่อ มอบหมายให้พระเถระองค์ใดไปจัดการ ก็ต้องให้อำนาจท่านไปด้วย

จริงซิครับ ที่ท่านพูดนี้ก็ถูก มิฉะนั้น มส.ก็จะต้องเข้าไปยุ่งทุกเรื่อง เข้าไปก้าวก่ายทุกเรื่อง มันคงยุ่งเหมือนกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งกำลังจะเป็นกระทรวงไร้การศึกษาทุกวันนี้ รัฐมนตรีไทย ที่ชอบล้วงลูก เข้าไปยุ่มย่ามทุกกรมกอง จะแต่งตั้งใคร ก็มีมือที่สามเข้าไปเกี่ยวข้องหมด เหมือนในกระทรวงศึกษาฯ ทุกวันนี้

และตอนนี้ก็รู้ๆ กันทั้งกระทรวง ถ้านึกว่า รัฐมนตรีใหญ่ที่สุด ก็เข้าใจผิด เปล่าครับ ตอนนี้ มีบุคคลที่เหนือกว่ารัฐมนตรี สามารถเข้าไปล้วงลูก จะแต่งตั้งใคร ถ้ารัฐมนตรีโท ไม่เห็นด้วย เผลอๆ อาจจะมีรัฐมนเอก คือใหญ่กว่ารัฐมนตรีสองชั้น สามารถชี้นิ้วสั่งการได้

ตอนนี้ รัฐมนตรีที่ทำหน้าที่แทนอธิบกรมการศาสนา ทำหน้าที่แทนเลขานุการมส. ทั้งที่เรื่องใหญ่ของการศึกษาทั้งประเทศ คือ ภาระหนี้สินของครูทั่วประเทศ ที่ทำให้ครูไทย ไม่มีกำลังใจสอนหนังสือ ทำให้วงการศึกษา ตกต่ำ เพราะผู้ใหญ่ไม่เข้าใจปัญหาครู ไม่ให้ความสนใจต่อครู

รัฐมนตรีกี่คนๆ ก็สนใจแต่จะจับพระสึก อยู่องค์เดียวในประเทศไทย ทั้งที่ศาลยังไม่ตัดสิน ก็เข้าไปชี้นำ จนวันก่อน คุณคณิน บุญสุวรรณ ต้องออกมาเขียนเตือนว่า ให้ระวังคุกตะราง เพราะรัฐมนตรีก็สามารถติดคุกได้ เหมือนในอดีตที่รัฐมนตรีเกษตรท่านหนึ่ง กระทำการเกินอำนาจ ผลสุดท้าย ต้องไปตายในคุก อย่างที่ไม่มีใครสงสาร

หนักไปยิ่งกว่านั้น พยายามผลักดันกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งพระ ปกครองพระ แต่ปรากฏว่า ตอนนี้พระท่านรู้ทัน ลุกขึ้นมาต่อต้านทั่วประเทศ เลยไม่กล้า ต้องถอนกลับไป รอจังหวะใหม่ ให้พระเหนื่อยก่อน เผลอเมื่อไหร่ ค่อยแอบเอาเข้าสภาใหม่

แต่ระหว่างนี้ ก็ขว้างหินถามทางไปก่อน ออกกมาแสดงอิทธิฤทธิ์ ออกข่าวชี้นำ แสดงอำนาจว่า ข้าใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ แม้ระดับสมเด็จ ก็สามารถสั่งการและชี้นิ้วได้ จะให้หันซ้าย หันขวา และสื่อมวลชนก็ขานรับกันใหญ่ กลายเป็นข่าวเด็กเลี้ยงแกะ เพียงแต่ชาววัดเขาไม่มีใครหลงกล เพราะชินเสียแล้ว และรู้ไส้รู้พุงทั้งขบวนการ

นี่ถ้าวงการพระผู้ใหญ่ท่าน ยอมก้มหัวให้นักการเมืองครั้งนี้ ก็ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของบุคคลที่สาม ที่อยู่เบื้องหลังมาตลอด การทำลายวงการพุทธทั้งวงการ จะทำได้ ก็คือ ต้องให้อำนาจนักการเมืองอยู่เหนือวงการสงฆ์ให้ได้

จากนั้น ก็จะแทรกซึมด้วยการส่งนักการเมืองเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ เหมือนอย่างในอดีต ที่รัฐมนตรีจากต่างศาสนาคนหนึ่ง หลงเข้ามา โดยไม่มีใครรู้เท่าทัน และก็แสดง อาการตอบแทนพระเจ้า ด้วยการปลดวิชาศีลธรรม ออกจากโรงเรียนไทย ตั้งแต่บัดนั้น

เพราะในศาสนาอื่นนั้น ไม่มีคำว่า ศีลธรรม เขามีแต่คำว่า จริยธรรม ซึ่งแปลว่า ธรรมของคนดี ที่ควรปฏิบัติ เหมือนกับคำว่า จรรยาบรรณ เช่น จรรยาบรรณของสื่อมวลชน ซึ่งทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ถ้าอยากเป็นคนดี ก็ทำ ถ้าไม่อยากเป็นคนดี ก็ไม่ต้องทำ

ผมเคยอธิบายว่า ในทางพระพุทธศาสนานั้น ถ้าเทียบทางโลก ศีลแปลว่า ข้อห้าม คือ ทำไม่ได้เด็ดขาด เหมือนกับคำว่า กฎหมาย หรือ LAW ส่วนคำว่า ธรรม แปลว่า ข้อควร ปฏิบัติของคนดี เหมือนกับคำว่า Ethics ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าอยากเป็นคนดีในสังคม ก็ควรจะทำ

ฝรั่งกับคนไทยที่ถือศาสนาอื่น เขามีแต่คำว่า จริยธรรม เขาไม่มีคำว่า ศีลธรรม ตอนนี้ครูไทยทั่วประเทศ เลยกลายเป็นครูจริยธรรม เรื่องศีลไม่ต้องสน เพราะถ้าเขาไม่ถอนราก ศาสนาพุทธออกจากการศึกษาไทย รับรองอีกหลายชาติ เขาก็คงกลืนพุทธศาสนา ไม่สำเร็จ

เพราะฉะนั้น กระทรวงศึกษาที่พรรคการเมืองหลายคน ไม่สนใจ เพราะมองเห็นว่า ไม่รู้จะตักตวงผลประโยชน์อย่างไร และบางคนก็ละอายใจที่จะเข้ามาเบียดบังผลประโยชน์ หากินกับครู นักเรียน ก็เลยอาจกลายเป็นช่องว่างที่อาจทำให้บุคคลที่สาม ที่มีแผนเหนือเมฆ แอบย่องเข้ามาอย่างเงียบๆ และดำเนินการลึกๆ อยู่ทุกวันนี้

ผมไม่รู้ว่า คนในกระทรวง จะสำเหนียกภัยนี้หรือไม่ ถ้าไม่ ก็ถือว่า เป็นกรรมแห่งชาติ ที่พวกเราชาวพุทธ ต้องจับตาระวังกันเอง ก็แล้วกันครับ

และเช่นเดียวกัน ในฐานะที่เป็นพุทธมามกะ เป็นชาวพุทธที่รักการถือศีล ฟังธรรม ในยุคถิ่นกาขาว ที่ไม่กลัวคนบาป ต้องกราบอนุโมทนา ท่านเจ้าคุณพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ที่ยืนหยัดด้วยความไม่หวั่นไหวต่อภัยพาล และการผิดหลักการ ที่เป็นอันตรายยิ่งต่อพุทธศาสนาในอนาคต

ผมและชาวพุทธ ผู้รักความเป็นธรรมทั่วประเทศ นับแสน ขอกราบท่านงาม ๆ นะครับ

กาขาว


[หน้าหลัก][สหัสวรรษ]

1