ปีที่ 3 ฉบับที่ 921 ประจำวันศุกร์ที่ 21 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
ด้วยแสงแห่งธรรม
เลิกทะเลาะกันทีเถอะ
คนอีกเยอะยังลำบาก
แสงแห่งพุทธธรรมกำลังมาก
หยุดวิบากสัตว์โลกสบาย
สำนักข่าวต่างดาว เปิดแถลงแจงสี่เบี้ย ว่าด้วยเรื่อง กรณีวัดพระธรรมกาย ปรากฏว่า ตอนนี้ พระพรหมโมลี ยังไม่ได้ลาออกแต่ประการใด มีแต่ข่าวปล่อยทั้งนั้นแหละครับ
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าว พระพรหมโมลี ลาออกจากการเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เล่นเอาสำนักข่าวต่างดาว ออกอ่าวออกทะเลไปเหมือนกัน
สรุปกันจริงๆ แล้ว เป็นแค่ข่าวปล่อย และคนปล่อยข่าวที่ว่า นั้นก็คือ "เสี่ยตือ" เจ้าเก่า ที่ออกมาแถลงข่าวให้เชิงขู่ว่า ถึงแม้จะลาออกไปแล้ว ก็ยังไม่พ้นความผิด ที่ปฏิบัติขัดกับมติมส.
เอาล่ะครับ เมื่อความเป็นจริงมันเป็นอย่างนี้ ก็คงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป เนื่องจากข่าวปล่อยที่ออกมา แสดงให้เห็นว่า
มีคนต้องการกดดันให้ พระพรหมโมลี พ้นไปจากวงโคจร เพื่อจะได้จัดการกับวัดพระธรรมกายได้สะดวกโยธินมากขึ้น อันนี้เป็นเกมที่ชัดเจนยิ่ง
พระพรหมโมลีท่านยืนขาวงโด่เด่อยู่ ไอ้พวกมารหัวดำขี้เมา ที่คอยเสี้ยมพระให้ชนกัน มันก็เลยทำอะไรไม่ได้
สรุปก็คือ มารหัวดำ "พายเรือในอ่าง" จนเมื่อยมือกันเป็นแถว เรื่องมันมีเท่านี้จริงๆ
ทีนี้ เมื่อพระพรหมโมลี ท่านยืนยันชัดแจ้ง มีเจตนารมณ์ "ยอมหักไม่ยอมงอ" เชื่อแน่เหลือเกินว่า ฝ่ายมารหัวดำ จะต้องใช้กำลังกายในแบบอื่น ออกมากดดันอีก เห็นทีพระพรหมโมลี จะต้องเหนื่อยต่อไปอีกหลายยก
ต้องยอมรับเหมือนกันว่า พระพรหมโมลี ท่านยึด "หลักการ" และความถูกต้องเป็นหลัก ยืนหยัดได้อาจหาญจริงๆ
พระพรหมโมลีท่านเชื่อว่า นิคหกรรมพระธัมมชโย ได้จบไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2542 โน่นแล้ว เพราะมีการคืนคำกล่าวหา ให้กับ มาณพ พลไพรินทร์ กับ ปู่สมพร เทพสิทธา
แต่เมื่อ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านบอกว่า ยังไม่จบ ต้องดำเนินการต่อ มันก็เลยเป็นการงัดข้อของมหาสมณะในประเทศไทยครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์
อย่างที่สำนักข่าวต่างดาว ว่า ไว้เมื่อหลายวันก่อนว่า เรื่องวัดพระธรรมกายนี้ มีแต่เสียด้วยกันทุกฝ่าย หาคนที่ได้ประโยชน์ ยังไม่มี
ไล่มาตั้งแต่ พระธัมมชโย-ทัตตชีโว พระครูปทุมกิจโกศล พระธรรมปิฎก พระพยอม พระมหาบุญถึง พระสุเมธาภรณ์
ตอนนี้ เรื่องลามเป็นขี้กราก ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย เพราะมีพระเถระระดับสมเด็จ-รองสมเด็จ โดดลงมาคลุกด้วยตนเอง เห็นแล้ว ให้รู้สึกหวาดผวายังไงพิกลก็ไม่รู้
จริง ๆ แล้ว เราต้องย้อนกลับไปดูตอนต้นว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น มันมีสาเหตุมาจากอะไร
คือมันเป็นอย่างนี้ ท่านผู้ชม เรื่องมันเกิดมาจากสื่อมวลชน กระโคมข่าวว่า วัดพระธรรมกาย "ดูดทรัพย์" ชาวบ้าน หลังจากนั้น ก็มีบัณฑิตขี้เมา และคุณปู่หัวหงอกทั้งหลาย
โดดเข้ามาผสมโรง เล่นกับเขาด้วย
แค่นั้น ยังไม่พอ ยังลากพระพยอม พระธรรมปิฎก เข้ามาสนับสนุนความเห็นดังกล่าว ลากยาวกันจนมาถึงบัดนี้
ต้นเรื่องที่เกิดขึ้น มันเกิดจาก สื่อมวลชนที่เป็นฆราวาส เพียงไม่กี่คน แต่การณ์กลับปรากฏว่า พระต้องมาทะเลาะกันเอง จนป่วนไปทั้งสังฆมณฑล ได้ไม่คุ้มเสีย
ทางที่ดีช่วยกันเร่งให้เรื่องนี้ ยุติลงโดยเร็ว และหาทางออกให้กับทุกฝ่าย อย่ามุ่งเข่นฆ่ากันให้ตาย คนไทยพระไทยทั้งนั้น
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มุ่งถึงสันติภาพภายใน แต่นี่ล่อกันภายนอกซะเละตุ้มเป๊ะ แล้วภายในมันจะสงบเย็นกันได้อย่างไร
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พระพุทธศาสนาได้แตกแยกนิกาย ออกไปมากมาย เพราะว่า ทิฏฐิของคณาจารย์ แต่ละท่าน ไม่เสมอกัน
บัดนี้ พุทธในเมืองไทย กำลังจะเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นในเมืองไทย อยู่กระนั้นหรือ?
ทำไมไม่หันหน้าเข้าหากัน ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อหาข้อยุติที่สมเหตุสมผล
พุทธศาสนายิ่งเสียหายมากเท่าไหร่ สังคมจะยิ่งหายนะมากเท่านั้น ดูแค่เด็ก ม.4 โดดตึกลงมาตาย เพราะไปคลั่งนักร้องญี่ปุ่น ที่ฆ่าตัวตายไปนานกว่า 2 ปีแล้ว
น่าจะสะท้อน
ให้เห็นความเสื่อมโทรมของสังคม ได้เป็นอย่างดี
ถ้าเด็กและเยาวชน มีความรู้ทางศาสนา เข้าใจในสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน เราเชื่อว่า โศกนาฏกรรมเหล่านี้ คงไม่เกิดขึ้น
ศาสนาพุทธ เป็นรากฐานของจิตวิญญาณของคนไทย ถ้าเราสูญเสียจุดยึดเหนี่ยวนี้ไปแล้ว
เชื่อขนมกินได้เลยว่า อนาคตของประเทศไทย จะมีแต่ความย่อยยับอับจน มีแต่คนขี้โกง คิดผิด เห็นผิด และกระทำแต่สิ่งผิดๆ
เลิกทะเลาะกันได้แล้วครับ หันมาร่วมแรงร่วมใจกัน เผยแผ่ศาสนาพุทธของเราให้ยิ่งใหญ่
ส่องแสงสว่างแห่งพุทธปัญญา ยังสัตว์โลกที่จิตใจมืดบอด กลับมาคิดดีทำดี สร้างโลกให้สันติสุขตลอดกาล