ปีที่ 3 ฉบับที่ 9167 ประจำวันจันทร์ที่ 17 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
คนทำผิดไม่ยอมผิด แม้ตายไปฟ้าก็ยังพิโรธไม่ลืม
เรื่องราวของคนทำผิดไปแล้ว สำนึกผิด แต่ยังทำบาปซ้ำหนักเข้าไปอีก เพื่อปกปิดความจริง ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวของโจโฉในสามก๊ก บุคคลที่ตั้งฉายาตัวเองว่า บุคคลที่ยอมทรยศต่อคนทั้งโลก แต่จะไม่มีวันยินยอมให้โลกทรยศต่อตน
เมื่อตอนยุคต้นๆ ที่โจโฉหนีตั๋งโต๊ะ กระเจิดกระเจิงออกจากเมือง โชคดี ไปพบญาติเก่าชื่อแป๊ะเฉีย ซึ่งแสดงน้ำใจเข้าช่วยโจโฉ โดยไม่กลัวบ้านเมือง แต่โจโฉซึ่งกำลังหนีภัยมา ก็ยังเต็มไปด้วยความระแวง พอตกตอนค่ำ แอบได้ยินเสียงคนในบ้านคุยกันเรื่องจะฆ่าหมู เพื่อเลี้ยงโจโฉ แต่โจโฉฟังผิด นึกว่า ลูกเมียแป๊ะเฉยจะฆ่าตัวเอง
ความที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แถมใจร้อนและหวาดระแวงตามนิสัย ก็คว้าดาบไล่เชือดลูกเมียแป๊ะเฉียดับดิ้นทั้งบ้าน แล้วก็หนีออกไป ระหว่างทางไปเจอแป๊ะเฉีย ซึ่งออกจากบ้านไปตลาด เพื่อซื้อสุรามาเลี้ยง แทนที่โจโฉจะสำนึกบาป กลับรู้สึกกลัว ถ้าแป๊ะเฉียกลับไปถึงบ้าน รู้ความจริง ก็จะเป็นภัยแก่ตัว
โจโฉก็เลยฆ่าแป๊ะเฉียผู้มีบุญคุณเสียอีกคน
ทั้งๆ ที่แป๊ะเฉียมีบุญคุณและตั้งใจดี ช่วยชีวิตโจโจไว้ แต่ด้วยความกลัวว่า ความลับที่ตัวตัดสินใจผิด และทำไว้จะแตก พอแป๊ะเฉียหันหลังให้ โจโฉก็คว้าดาบและฟันคอเรียบ ท่ามกลางความตกตะลึงของนายอำเภอตันเก๋ง ซึ่งยอมติดตามโจโฉมา เพราะรักฝีมือและเชื่อในความสามารถ คิดว่า โจโฉเป็นคนดีมีความตั้งใจดีต่อบ้านเมืองจริง
คำพูดสำคัญที่กลายเป็นฉายาของโจโฉต่อมาก็คือ เมื่อนายอำเภอตันก๋ง ตัดพ้อโจโฉด้วยความปวดร้าวหัวใจ ที่เห็นโจโฉทำผิดแล้ ไม่ยอมรับผิด มิหนำซ้ำยังทำผิดซ้ำเข้าไปอีก ทั้งที่รู้ว่า พลาดไปแล้ว แทนที่จะแก้ไขสำนึกผิด เสียดายที่หลงบูชา และยอมทิ้งตำแหน่งติดตามมา ทำไมถึงทำเช่นนั้นเล่า ตันก๋งถามว่า
"เมื่อกี้ท่านฆ่าคนเพราะเข้าใจผิด บัดนี้ท่านฆ่าเพราะเหตุอันใดเล่า"
โจโฉ ก็ตอบว่า
"เกลือกว่าปล่อยแป๊ะเฉียกลับไป พอเห็นคนทั้งบ้านถูกฆ่าหมดสิ้น ก็คงจะต้องพาคนมาตามจับเรา แล้วชีวิตเราจะรอดไปได้อย่างไร"
ตันก๋งจึงว่า "รู้แน่แก่ใจแล้วว่า แป๊ะเฉียเป็นคนดี ท่านก็ยังฆ่าได้ลงคอ นี่แหละคือ ความอสัตย์ที่ใหญ่หลวงนัก"
โจโฉก็ตอบว่า "ข้าพเจ้ายอมกระทำผิดต่อคนทั้งแผ่นดิน แต่จะไม่ยอมให้คนทั้งแผ่นดิน กระทำผิดต่อข้าพเจ้าเป็นอันขาด"
ครับ ... นี่แหละ "โจโฉผู้ยอมทรยศต่อคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศต่อตน"
เมื่อตอนที่โจโฉตาย ไม่ว่า ไปฝังที่ไหน ก็ถูกฟ้าผ่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขนาดตายไปแล้ว ยังต้องย้ายหาที่ฝังไม่ได้ เพราะบาปที่ทำไว้มหันต์นัก แม้แต่ตายไปแล้ว ฟ้าก็ยังพิโรธ ไม่ยกโทษให้
ผมมานึกทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน ตอนนี้ จะมีคนที่มีนิสัยเหมือนโจโฉกลับชาติมาเกิด ในเมืองไทยหลายคน คนที่บาปแล้วไม่ยอมสำนึก แม้ภายหลังจะรู้ว่า ทำผิดไปแล้ว ฆ่าคนผิดตัว แทนที่จะแก้ไข กลับเกิดความกลับหนักเข้าไปอีก
กลัวว่า คนจะรู้ความจริง เลยต้องทำผิดซ้ำหนักเข้าไปอีก เพื่อกลบเกลื่อนความผิด เพื่อปิดบังความชั่วร้าย ยิ่งมีดาบอยู่ในมือ ก็ยิ่งกระหายเลือดไล่ฆ่าไปทั่ว เพราะเลือดมันท่วมหัวใจ
ผมได้ข่าวว่า ตอนนี้ สื่อหลายสำนัก ได้มีการประชุมทบทวนกรณีธรรมกายว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงตีแล้วไม่ตาย นอกจากไม่ตาย ยังกลับโตเอาๆ คนยิ่งเข้าวัดมากขึ้น ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
มิหนำซ้ำคนยังเริ่มเบื่อข่าววัดพระธรรมกาย ที่อุตส่าห์ด่ายับ โจมตีแหลก เขียนอย่างมันมือ เพราะมีความเชื่อมั่นเต็มร้อยว่า ผิดแน่นอน งานนี้ ไม่มีพลาด ทั้งผู้ยริหารและหัวหน้าข่าว มีความเชื่อมั่นเต็มหัวใจ จนดำปื้ดปื๋อว่า พระกับวัดนี้ ผิดแน่นอน
เพราะข้อมูลที่มีคนมาแอบยื่นใส่มือ ทั้งป้อนมาทั้งทางลับ และทางแจ้ง ล้วนได้มาเจ๋งๆ หลักฐานชัดเจน แหล่งข่าวเชื่อถือได้ ยิ่งบางคนถึงขนาดเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่ให้มาพร้อมกับกระซิบว่า นี่จากแหล่งข้อมูลลับที่สุดเชื่อถือได้ที่สุด เก็บมานานแล้วนะ อย่าบอกนะว่า ใครให้
แต่มาถึงวันนี้ หงายเก๋งไปทั้งวงการ ชักมีความรู้สึกว่า จะเหมือนกรณี สมพงษ์ เลือดทหาร แท๊กซี่วีรบุรุษที่สามารถหลอกคนได้ทั้งประเทศ สื่อทุกฉบับ แม้แต่รัฐมนตรี ยังยกย่องเป็นวีรบุรุษ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ โอละพ่อ ทั้งประเทศ ขายหน้าทั้งวงการสื่อ เพราะโดนหลอกอย่างจัง และวันนี้ เจ้าตัวก็สารภาพและรับความผิดไปเรียบร้อย ว่า สร้างเรื่องขึ้นมา เพราะอยากดัง และก็ได้ดังสมใจ
ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะ "แหล่งข่าว" หรือต้นตอข่าวนั่นเอง
เรื่องเจ้ากรมข่าวลือนี้แหละ เมืองไทยถนัดนัก บางที่ปล่อยข่าวลือเอง จนกลับมาหาตัวเองจนเจ้าตัวยังตกใจ และยิ่งเชื่อมั่นหนักเข้าไปอีก เพราะข่าวลือจะทำงานได้ดี ถ้ายามที่ขวัญของคนตกต่ำ และตอนนี้ ขวัญของคนไทยทั้งประเทศก็ตกต่ำจนเป็นโรคหวาดผวาข่าวลือไปหมด
และกว่าหนึ่งปีที่แหล่งข่าวที่คิดร้ายต่อวัดพระธรรมกาย และหลวงพ่อธัมมชโย ได้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม สร้างข่าว กุข่าว จนแม้กระทั่งกรมข่าวของบ้านเมือง ก็พังทลายไปด้วย หนังสือพิมพ์ที่ดีๆ กลายเป็นสื่อเลี้ยงแกะไปหมด กองบก.หัวปั่น ต้องกลับมานั่งทบทวนว่า มันเกิดอะไรขึ้น มันผิดตรงไหน และบาปกรรมก็ทยอยมาเป็นระลอกๆ
นักข่าวหลายคนกระซิบกับผมว่า เดี๋ยวนี้ผมไม่เชื่อแหล่งข่าวคนนั้นแล้วพี่ เพราะรู้แล้วว่า โดนหลอก จับผิดได้ตั้งหลายครั้ง ก่อนนี้ ยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ เพราะได้ข่าวเจ๋ง ตอนนี้นักข่าวเขารู้ความจริงแล้วพี่ แต่ผู้ใหญ่ของผม เขาก็ประชุมกันแล้วว่า ถอยไม่ได้ เพราะเสียหน้ามาก ถึงผิดก็ต้องเอาให้จบ แพ้ไม่ได้ เพราะเสียประวัติหมด ถ้าคนรู้ว่า พลาดครั้งใหญ่ขนาดนี้ เห็นใจผมเถอะพี่ ผมต้องทำตามีคำสั่ง ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้ ผมเขียนข่าวตรงนะพี่ แต่คนพาดหัวข่าวน่ะคนละคน
ขอบใจน้องเอ้ย ความดีมีจริง บาปบุญมีจริง คนทำผิดไม่ยอมรับผิด ก็เหมือนจโฉน่ะแหละ ถึงตายไป ฟ้าก็ยังผ่าหลุมฝังศพกระจุย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รักษาความดีไว้เถอะน้องเอ๋ย...
สิงห์ขาว
[หน้าหลัก][สหัสวรรษ] |