ปีที่ 3 ฉบับที่ 913 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
กุเทพถล่ม "ตือ" ดีแต่พ่น บี้เร่งคดีธัมมชโย
หัวหน้ากลุ่มนิติการ กรมการศาสนา เข้าเบิกความต่อศาลเป็นพยานโจทก์ปากแรก ในคดีวัดพระธรรมกาย พยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน พระธัมมชโยยิ้มแป้น เห็นทางชนะคดีใสๆ โดยเฉพาะในประเด็นอำนาจหน้าที่ของกรมการศาสนา ถูกถามค้านจากทนายวัดอย่างหนัก ด้านลูกศิษย์วัดนับพันแห่งให้กำลังใจ เชื่อมั่นธรรมะต้องอธรรม ด้าน กุเทพ ใสกระจ่าง ออกแถลงการณ์ถล่ม "เสี่ยตือ" อย่าเอาแต่สัมภาษณ์สวยหรู แต่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ กมธ.ศาสนาเตรียมขออนุญาตวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้ามาดูงานของวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 704 ศาลอาญา วานนี้ (12ม.ค.) ศาลอาญาได้นัดพิจารณาคดีทุจริตวัดพระธรรมกาย ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องพระธัมมชโย
และ นายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท เป็นจำเลยในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และยักยอกทรัพย์ โดยนำเงินบริจาคของวัดพระธรรมกาย
ไปกว้านซื้อที่ดิน ใน จังหวัด
พิจิตร และเพชรบูรณ์หลายแปลง แล้วใส่เป็นชื่อของพระธัมมชโย
การพิจารณาคดีวานนี้ พระธัมมชโยเดินทางมาถึงศาลอาญาตั้งแต่เวลา 08.00 น. โดยมีลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย จำนวนกว่า 500 คน เดินทางมาให้กำลังใจ
และเข้าฟังการ พิจารณาคดี จนเต็มห้องพิจารณา
ขณะที่สื่อมวลชนทุกสาขาก็ให้ความสนใจติดตามมาทำข่าว ทำให้บริเวณศาลอาญา ที่เคยเงียบเหงา พลุกพล่านไปด้วยผู้คน
ด้านอัยการได้เบิกตัว นายเชลียง เทียมสนิท หัวหน้ากลุ่มนิติการ กรมการศาสนา เข้าเบิกความต่อศาลเป็นพยานโจทก์ปากแรก
โดยนายเชลียงได้กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของ
กรม การศาสนา ในการเข้าดูแลจัดการปัญหาวัดพระธรรมกาย รวมทั้งข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์สินของวัด และการนำทรัพย์สินไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น
การฝากเงิน ในธนาคาร
โดยนายเชลียงได้เบิกความว่า การฝากเงินของวัดจะต้องใช้ชื่อวัดเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก ส่วนการถอนเงินต้องมีการเซ็นยินยอมจากบุคคล 3 คน คือ เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และไวยาวัจกร ซึ่งการใช้จ่ายเงินของวัดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้น
นอกจากนี้ นายเชลียงได้เบิกความเรื่องต่างๆ ให้สอดคล้องตามร่างฟ้องที่ได้เตรียมไว้ จนถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ศาลได้สั่งพักการพิจารณา เพื่อให้พระธัมมชโยฉันเพล และนัดเบิกความต่อในตอนบ่าย ทั้งนี้พระธัมมชโย ได้เดินทางไปฉันเพลที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์
ในช่วงบ่ายทนายความของพระธัมมชโย ได้ซักค้านในประเด็นที่นายเชลียง ได้เบิกความไว้ในช่วงเช้า โดยการถามค้านเรื่อง อำนาจหน้าที่ของกรมการศาสนา
และเรื่องการทุจริตใน
การซื้อที่ดิน ซึ่งจากการซักค้านดังกล่าว นักกฎหมายที่ไปสังเกตการณ์ให้ความเห็นว่า กรมการศาสนาน่าจะทำเกินหน้าที่ เพราะตามหน้าที่แล้ว กรมการศาสนา
จะมีหน้าที่
สนองงานของมหาเถรสมาคม และดูแลกิจการคณะสงฆ์ ให้ดำเนินไปด้วยดี แต่ในการดำเนินคดีอาญาครั้งนี้ เป็นการกล่าวหาพระในคดีอาญา
ซึ่งไม่ใช่อำนาจหน้าที่ ของ
กรมการศาสนา แต่ประการใด
อย่างไรก็ตาม หลังจากเบิกความมาจนบ่าย ทางศาลเห็นว่า คงยังไม่จบลงง่าย ๆ จึงสั่งให้ไปสืบพยานโจทก์อีกครั้งในวันพุธที่ 19 ม.ค. 2543 อีกครั้ง หลังจากนั้น พระธัมมชโย และคณะ ได้เดินทางกลับด้วยสีหน้าแสดงความสบายใจ เพราะการสืบพยานโจทก์ปากแรก ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน พอที่จะเอาผิดพระธัมมชโย ตามข้อกล่าวหา
ที่รัฐสภา ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ
ว่าได้มีการพิจารณา
ถึงความคืบหน้า ในการแก้ไขปัญหากรณีวัดพระธรรมกาย โดยเชิญ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง
อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการศาสนา เดินทางมาชี้แจงแทน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงสาเหตุความล่าช้าในการดำเนินคดีทางสงฆ์ เกี่ยวกับกฎนิคหกรรม เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมการศาสนา ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ มองว่า ความล่าช้าน่าจะเกิดจากการหน่วงเหนี่ยวของพระผู้ปฏิบัติหน้าที่
ตั้งแต่ เจ้าคณะภาค 1 รองเจ้าคณะภาค 1 และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
โดยคณะผู้พิจารณาดังกล่าว ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยกล่าวไว้ว่า หากบุคคลใดเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกฎนิคหกรรม
ก็ต้อง ปรับเปลี่ยน ซึ่งทางอธิบดีกรมการศาสนา ได้ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าว เป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะตามกฎของมหาเถรสมาคม การจะโยกย้ายพระสังฆาธิการ จะกระทำต่อเมื่อ มีการเลื่อนชั้นยศขี้นไปเท่านั้น
นายกุเทพกล่าวว่า เราศึกษากันมาปีกว่า ๆ เกือบ 2 ปีแล้ว ไม่มีการคืบหน้าใด ๆ ในการดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกาย การทำงานของศาลสงฆ์หยุดอยู่กับที่ ไม่รู้ว่า
ต่อไปสังคม จะพึ่งใครได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อย่าทำเพียงแต่พูดให้สัมภาษณ์สวยหรู แต่ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ ต้องแก้ไขอย่างจริงจังด้วย
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะตั้งเรื่องขอเข้าไปตรวจสอบวัดพระธรรมกายว่า การดำเนินงานของทางวัดเป็นเช่นไร ซึ่งหวังว่า จะได้รับความร่วมมือจากทางวัด
ในการให้เข้าไป ตรวจสอบ นอกจากนี้ ในวันนี้ (13ม.ค.) ก็จะยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เกี่ยวกับความคืบหน้า
ในการแก้ปัญหาของ
วัดพระธรรมกายด้วย
[หน้าหลัก][หน้า1] |