ปีที่ 3 ฉบับที่ 912 ประจำวันพุธที่ 12 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
สมเด็จธีร์ย้ำ ถล่มธรรมกาย "น้าล้วน" ฟิตปั๋ง ขู่ฟ่อไล่จับสีกา
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประกาศชัด ขอเดินหน้าลุยวัดพระธรรมกายต่อ โดยในวันที่ 19 ม.ค. จะมีการประชุมมส. เพื่อหาผลสรุป "วิชัย" ย้ำชัด พระพรหมโมลีผิดคำสั่งมส. ด้าน "น้าล้วน" มือปราบบ้าน 3 หลัง เริ่มเข้ามาสางคดีวัดพระธรรมกาย คุยเข้มเตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติม สีกานัท สีกาสงบ ศิษย์พระธัมมชโยอีกหลายคน ในคดีทุจริตเงินวัด
ดร.วิชัย ตันศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังจากการนมัสการหารือกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ที่วัดชนะสงคราม เป็นเวลา 1 ชั่วโมงว่า สมเด็จฯ มีความเห็นว่า กระบวนการนิคหกรรมพระธัมมชโย ยังไม่สิ้นสุด มติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ออกมาว่า ต้องดำเนินการใหม่ ให้สอดคล้องกับกฎนิคหกรรมใหม่ ยังถูกต้อง
ดังนั้น จำเป็นต้องนำเข้ารายงานและให้ มส.พิจารณา ในวันที่ 19 มกราคมนี้ ซึ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย์ จะมีข้อคิดเห็นด้วยว่า ขั้นตอนอะไรผิดอะไรถูก ข้อคิดเห็นที่ขัดแย้งกันคือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ยืนยันว่า ฆราวาสกล่าวโทษพระสงฆ์ได้ การดำเนินการยังทำต่อไปได้ ไม่มีข้อสงสัยตรงนั้น กฎนิคหกรรมยังใช้ได้อยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวบุคคล
การกระทำของพระพรหมโมลี ถือว่า ผิดคำสั่งมติมส. ส่วนบทลงโทษ หรือเปลี่ยนตัวบุคคล ก็ต้องแล้วแต่มส.จะพิจารณา ต้องรอการประชุมวันที่ 19 มกราคม
ซึ่งจะมีเรื่องนี้ เข้า
แน่นอน สมเด็จพระมหาธีราจารย์ บอกด้วยว่า มีความจริงใจที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ด้วยความเป็นกลาง แม้จะเป็นเพื่อนกับพระพรหมโมลี แต่ต้องรักษากฎแยกจากตัวบุคคล ไม่เช่นนั้น สังฆาธิการก็อยู่ไม่ได้
ต่อข้อถามที่ว่า มีข่าวว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ จะลาออกจากกรรมการมส. หากที่ประชุมมส. ยังเยื้อเรื่องนี้ต่อไปนั้น ดร.วิชัย กล่าวว่า ไว้รอฟังวันที่ 19 มกราคมก่อนดีกว่า จะเป็นโค้งสุดท้ายอีกครั้ง ท่านเองพร้อมทำงานต่อไป แต่ทำงานในสิ่งที่ถูกต้อง จะไม่มีฝืนใจ
ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีวัดพระธรรมกายนั้น พล.ต.ท.ล้วน ปานรศทิพ ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคนใหม่ ของคดีดังกล่าว ได้ทำการเรียกคณะพนักงานสอบสวนทั้งหมด ประกอบด้วย พล.ต.ต.วันชัย ศรีนวลนัด รองผบช.ก. พล.ต.ต.จุมพล มั่นหมาย รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ปานศิริ ประภาวัตร ผช.ผบช.ก. พล.ต.ต.อชิระ สมแก้ว ผบก.ก.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผกก.1ป. พ.ต.อ.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผกก.3 ป. พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา รอง ผกก.3 ป. พ.ต.ท.ศุภพล อรุณสิทธิ รองผกก. 3 ป. เข้าหารือ
โดยเมื่อวานนี้ คณะสอบสวนทั้งหมด ได้ใช้เวลาในการประชุม เพื่อสรุปผลความคืบหน้า ในกรณีที่จะต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
กรณี วัดพระธรรมกาย เพิ่มเติมจากที่ได้มีการส่งฟ้องผู้ต้องหา ในคดีดังกล่าวไปบ้างแล้ว ซึ่งในที่ประชุมได้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น
ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ล้วน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเพิ่งเข้ามารับช่วงต่อจาก พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภ ตนได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า
คดีที่จะต้องดำเนินการ
เพิ่มเติม ยังเหลือรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อย ในการหาพยานหลักฐาน คงไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ รวมทั้งในรายชื่อของสีกาต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว ที่มีอยู่หลายราย ที่จะต้องมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมด้วย โดยจะสรุปความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 28 ม.ค.ถ้าสรุปแล้วมีพยานหลักฐานครบ
ก็จะสั่งให้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหา
มารับทราบคำกล่าวหาต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมของตำรวจครั้งนี้ เนื้อหาการประชุมส่วนใหญ่ สรุปว่า จะต้องมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพิ่ม เช่น การยักยอกที่ดินใน จ.ตราด เชียงใหม่
ซึ่ง พนักงานสอบสวนพบว่า ได้มีการยกที่ดินให้กับทางวัด แต่ปรากฏว่า กลับกลายเป็นชื่อของ สีกานัท เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง การฉ้อโกงประชาชนและเครื่องราชฯ
รวมทั้ง
การตรวจเรื่องการเงินของวัด ที่มีการยักย้ายถ่ายเทไปอยู่ในบัญชีต่างๆ ของบุคคลอื่นมากมาย
โดยเฉพาะในกรณีสีกาสงบ พระรังสฤษดิ์ และ นางกมลศิริ ที่พบว่า มีเงินในบัญชีหลาย 10 ล้านบาท โดยไม่สามารถแจ้งที่มาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าวได้ นอกจากนี้
การสอบสวน
กรณีที่ดินเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ซึ่งมีชื่อของ น.ส.วิชญา ไตรวิเชียร หรือ สีกานัท เป็นครั้งที่ 2 พบว่า มีชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน
เพิ่มขึ้นจาก
ที่ได้มีการสอบสวน
ไว้แล้วถึง 53 แปลง ทั้งหมด 800 ไร่ ซึ่งในกรณีนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนได้พบพิรุธมากมาย ซึ่งถ้าหากมีการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว
ก็จะเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา
เพิ่มเติมทันที
[หน้าหลัก][หน้า1] |