ปีที่ 3 ฉบับที่ 910 ประจำวันจันทร์ที่ 10 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
แผนเช็คบิลล์
แผนเจ็ดชั้น หวังฟันธรรมกาย
มองดูง่ายดาย แต่สุดท้ายก็เหลว
สำนักข่าวต่างดาว เปิดแถลงแจงสี่เบี้ยว่าด้วยเรื่อง วัดพระธรรมกายต่ออีก 1 วัน เพราะเห็น "ฝ่ายมาร" เขารุกหนัก ก็เลยอยากประเมินสถานการณ์ให้ฟัง
เมื่อวันก่อน ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทย จากกระทรวงศึกษาธิการ รายงานผ่านดาวอังคาร ด้วยระบบอิริเดียม แจ้งให้สำนักข่าวต่างดาวทราบว่า ตอนนี้ "ฝ่ายมาร" เขาพร้อม "เช็คบิลล์" พระธัมมชโย โดยวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนดังนี้
ขั้นตอนแรก ก็ต้องบีบให้พระพรหมโมลี เรียกพระธัมมชโย - พระทัตตชีโว มารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎนิคหกรรมให้จงได้
ขั้นตอนสอง ถ้าเรียกแล้วไม่มา ก็ให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ "ศาลชั้นต้น" ทันที โดยจะมีการพิจารณาไปฝ่ายเดียวเลย
ขั้นตอนสาม อาจจะมีปัญหาตรงที่ "ศาลชั้นต้น" พระพรหมโมลี เปรียบเสมือนหัวหน้าผู้พิพากษา ย่อมมีอำนาจชี้ขาด และ "เสียงดัง" ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ได้
และเป็นที่เข้าใจว่า ยังไงซะ พระพรหมโมลี ไม่มีทางที่จะดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายอย่างแน่นอน
ดังนั้น เพื่อให้แผนการดำเนินการราบรื่น เหมือนทาด้วยจาระบี มันก็ต้องมีรายการ "เด้ง" พระพรหมโมลี ไปรับทานตำแหน่งที่อื่น
แฮ่ๆ แผนการขั้นนี้
เข้าทางบอลของใครหลายคน เมื่อวันก่อน พี่มหาบุญเถิง แกคงรู้สึกดีใจจนทนไม่ไหว เลยให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยน้ำเสียงอันสั่นระรัวว่า
ถ้าจะให้ดีแล้ว ต้องกระเด้ง พระพรหมโมลีทีเดียว หลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 และตำแหน่งในมส.ด้วยเลย มันจะสะใจโก๋มากที่สุด
แค่อ้าปากก็เห็นกระเพาะอาหาร แผนตื้นๆ แบบนี้ใครมันก็มองออกทั้งนั้น ยังไงล่ะก็ คนระดับเป็นครูบาอาจารย์ จะต้องหัดเก็บอาการบ้าง ไม่ใช่ดีใจจนออกนอกหน้า
เดี๋ยวชาวบ้าน เขาจับไต๋ได้ อายเขาเปล่าๆ
ขั้นตอนที่สี่ เมื่อกระเด้งพระพรหมโมลี พ้นจากตำแหน่งแล้ว ก็จะต้องตั้งผู้ที่ไม่ชอบขี้หน้าวัดพระธรรมกาย เข้าไปดูแลเก้าอี้ภาค 1
และจะต้องทำหน้าที่
เป็นศาลตัดสินคดี
วัดพระธรรมกาย อีกด้วย
มาถึงขั้นนี้ มันแน่นอนเหลือเกินว่า คำตัดสินของศาลที่ออกมา พระธัมมชโยจะต้องถูกถกสบงอย่างแน่นอน ในข้อหาอวดอุตริมนุสธรรม ตามที่ มาณพ พลไพรินทร์ และ ปู่สมพร เทพสิทธา ฟ้องร้องอย่างมิพักต้องสงสัย
ขั้นตอนที่ห้า ทางฝ่ายมาร ทราบดีอยู่แล้วว่า พระธัมมชโย จะไม่อุทธรณ์ในคดี เพราะว่า ทางวัดพระธรรมกาย ยืนยันมาตลอดว่า นิคหกรรมจบตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.2542 แล้ว
ดังนั้น เมื่อล่วงเลยกำหนดอุทธรณ์ ไปเรียบร้อยโรงเรียนพระแล้ว มันก็ต้องถึง "ภาคบังคับคดี"
สรุปก็คือ พระธัมมชโย ได้ถูกปลดออกจากการเป็นพระ 100% โดยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ให้โจ๋งครึ่ม มันบ๊ะละฮึ่ม ซึ่งสื่อมวลชน "กระบอกเสียง" ของฝ่ายมาร
เขาก็
พร้อมที่จะโขยกข่าวกันอยู่แล้ว
เมื่อสื่อประโคมโหมมากๆ พระธัมมชโย แม้จะไม่ขาดจากการเป็นพระ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้เรื่อง ก็จะตีตราว่า พระธัมมชโย เป็น แพะ 100%
ขั้นตอนที่หก ก็จะต้องมีกระบวนการให้ถอดจีวรพระธัมมชโย เหมือนกับที่พระยันตระ เคยโดนมาแล้วในอดีต และถ้าไม่ถอด พระธัมมชโยก็จะต้องเปลี่ยนสีจีวร จะเป็นเขียว หรือขาว ก็แล้วแต่ ฝ่ายมารเขาไม่สนใจในเรื่องนี้เท่าใดนัก
ขั้นตอนที่เจ็ด จะมีขบวนการยึดวัดพระธรรมกาย ให้ตกเป็นสมบัติของคณะสงฆ์ไทย และมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสคนใหม่เข้าไปดูแล ทั้งในด้านการเงิน และการบริหารวัด
แต่จะเป็น ผู้ใดนั้น ตอนนี้ยังบ่ทราบ
ขั้นตอนที่แปด จะมีการล้มล้างวิชชาธรรมกาย ที่พระธัมมชโยสั่งสอนบรรดาลูกศิษย์ และแก้ไขให้เข้ากับหลักวิปัสสนากรรมฐาน ตามหลักสติปัฏฐานสูตร ส่วนจะเป็นสูตรของวัดไหน ตอนนี้เท่าที่ทราบ น่าจะเป็นสาย "ยุบหนอ พองหนอ" มากกว่า
โดยจะมีพระวิปัสนาจารย์จากสายนี้ เข้าไปสอนกรรมฐานภายในวัด และพวกนั้น เขาประเมินเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะมีรายการ "วงแตก" เพราะเชื่อว่า ลูกศิษย์พระธัมมชโย จะรับกรรมฐานแบบดังกล่าวไม่ได้
ขั้นตอนนี้แหละครับ เป็นขั้นตอนของการสลายมวลชน สลายขุมกำลังของวัดพระธรรมกาย ลงอย่างสิ้นเชิง และวัดพระธรรมกาย ก็จะเสื่อมไปตามกาลเวลา
สำนักข่าวต่างดาว พอได้ยินแผนการณ์เหล่านี้แล้ว ก็ต้องขอยอมรับว่า คนคิดแผนขึ้นมา โคตรเก่ง มีขั้นตอนลึกซึ้ง
แต่อยากติงไว้นิดนึงว่า เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบที่ท่านคิดหรอก เพราะแต่ละขั้นตอน ที่พวกท่านคิดดำเนินการอยู่ "มันไม่หมู"
ที่สำคัญวัดพระธรรมกาย ก็มีกำลังภายในไม่เบาเหมือนกัน ไม่เชื่อคอยดู