ปีที่ 3 ฉบับที่ 907 ประจำวันศุกร์ที่ 7 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

สิ่งมหัศจรรย์โลกรับวายทรีเค มหาเจดีย์สีทองอายุกว่าพันปี

คนเราเวลาดีใจมากเกินไป ก็อาจจะลืมรายละเอียดไป เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับคำว่า Millennium หรือ สหัสวรรษ นี่แหละ ความจริง ฝรั่งเขาฮิตกันมานานหลายปีแล้สว ไม่น้อยกว่า 3 ปีที่แล้ว ที่ผมเห็นคำนี้ในนิตยสารและหนังสือฝรั่งที่ผมซื้อมาอ่านหลายเล่ม

และทุกคนก็ตีความว่า เริ่มต้นของ Millennium ใหม่นี้ คือ วันที่ 1 มกราคม ปี 2000 นี้ จากนั้น โรคเห่อ มิลเลนเนี่ยม ก็เนี่ยมไปหมดทั้งโลก อะไรๆ ก็เนี่ยม ร้านค้าต่างๆ สินค้าต่างๆ มหกรรมลดราคาก็ฉลองมิลเลนเนี่ยมด้วยกันทั้งนั้น

ที่ว่านี้น่ะ ทั่วโลกนะครับ เฉพาะเมืองไทยก็เพิ่งจะมาเห่อเมื่อกลางปีที่แล้วนี่เอง เพราะพอตกปลายปี ก็กลายเป็นมหกรรม "เนี่ยม" กันไปทั้งเมือง เรื่องเห่อนี้น่ะ คนไทยเจ๋งอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้น พิมพ์ไทยของเรานับว่าเท่สุด ไม่ใช่เห่อนะครับ แต่เราก็เป็นผู้นำเลย ผมคิดว่า คอลัมนี้ น่าจะเป็นคนแรกในเมืองไทยที่ใช้คำว่า สหัสวรรษ เอ้าพูดจริงๆ นะครับ

ผมเริ่มเขียนในพิมพ์ไทยประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว นี่กำลังจะครบปีพอดี คิดว่า คำนี้ ต่อไปจะฮิตในเมืองไทยแน่ เพราะฝรั่งเขาเห่อกัน มาหลายปีแล้ว คำนี้มาได้อย่างไร

เพราะมาจากคำสมาสคำว่า สหัส ซึ่งแปลว่า พัน ตัวอย่างเช่น สหัสนัยน์ ซึ่งเป็นชื่อของพระอินทร์ แปลว่า พันตา สหัสเดชะ ในรามเกียรติ์ ซึ่งแปลว่า พันหน้า

แต่ที่แน่กว่าใครคือ ใช้ชื่อว่า "สหัสวรรษที่ 3" เพราะเดาล่วงหน้าว่า วันหนึ่งจะมีคนมาหาว่าเห่อตามฝรั่ง ไป "เนี่ยม" ตามเขา เพราะฝรั่งเขา เพิ่งจะมาจ่อสหัสวรรษในปีนี้ที่จะครบ 2 พันปี แต่ตอนหลังมีคนมาโวยว่า ถ้าจะใช้คำนี้ ต้องรอปีหน้านะครับ คือ ปี 2001 ต้องให้ครบปี 2000 นี้เสียก่อน ทุกคนก็เลยนึกขึ้นได้ว่า เออ จริงแฮะ

แต่ที่ผมคิดไว้ลวงหน้าว่า บรรดาเปรตชอบหาเรื่องทั้งหลาย ชอบจับผิด วันหนึ่งจะต้องลุกออกมาด่าว่า เราเป็นชาวพุทธไปเห่อ ตามศักราช ของฝรั่ง ทำไม ยิ่งเราเป็นชาววัดใหญ่ที่คนคอยจ้องจับผิดหาเรื่องอยู่แล้ว ทั้งที่เราก็อยู่ในโลกสากล ใช้ปฏิทินสากล คู่กับ พุทธศักราช

ผมก็เลยใช้คำว่า "สหัสวรรษที่ 3" เพราะแปลว่า แม้ในปีนี้ ปีหน้า ก็ยังถือว่า เป็นสหัสวรรษที่ 3 ของพุทธศาสนา เพียงแต่ว่า เราเข้าสหัสวรรษที่ 3 นี้ ล่วงหน้าก่อนชาวคริตส์ เพียงแค่ 543 ปีเท่านั้น เขาเพิ่งจะมาฉลองกันตอนนี้ ก็ไม่ว่ากัน เอ้า.. คุณอยากฉลอง เราก็ฉลองด้วย

จากนั้น ผมก็เห็นคำว่า "สหัสวรรษ" นี้เริ่มใช้กันจนเกร่อ และกลายเป็นคำตลาด ก็ดีเหมือนกัน บริษัทโฆษณาสินค้าต่างๆ ก็ใช้กันหมด ทุกคน หารู้ไม่ว่า ความจริงผมคิดเองเขียนเอง แต่เสร็จแล้วก็นึกขึ้นมาได้ ลืมเช็คภาษาไทย บาลี สันสกฤต เดี๋ยวเสียชื่ออาจารย์ผม คือ ท่านอาจารย์ เจือ สตะเวทิน และอาจารย์เรืองอุไร กุศลาสัย ที่เคี่ยวเข็ญหลักภาษาไทย ให้ผมตอนเป็นเด็กนักเรียน

เพราะมานึกขึ้นได้ว่า คำว่า สหัส เป็นคำสันสกฤต มาผสมกับคำว่า วรรษ ซึ่งเป็นคำบาลี ข้ามภาษากันไม่น่าจะได้ ตายละซี ตอนนี้ก็ใช้กัน ไปทั้งเมืองซะแล้ว ความจริงน่าจะเป็นคำว่า "สหัสสวรรษ" ให้เป็นบาลีด้วยกัน น่าจะถูกต้องกว่า หรือจะต้อง "สหัสสวัสส์" เอาละซีไปกันใหญ่

ใครรู้จริงก็ออกมาชี้แจงด้วยนะครับ เพราะผมถามที่บ้านผม ซึ่งเป็นชาวอักษรศาสตร์แท้ๆ ปรากฏว่า เธอก็งงเหมือนกัน เช็คเพื่อนที่เป็น อาจารย์อักษร ก็ตอบไม่ได้ เพราะก็เห็นเขาใช้กันทั้งเมือง ไม่มีใครทักท้วง ถ้าจะถือว่า ใครเป็นต้นแบบที่ทำให้ผิด ก็โทษคอลัมน์นี้แล้วกัน จะได้แก้ไขกันให้ถูกต้อง ผมด้วยครับ

เรื่องนี้ทั้งหมด เป็นการแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของสื่อในยุคใหม่นี้ ใครเริ่มต้นอะไร คนอื่นก็จะตาม แล้วก็ไม่ได้คิด เหมือนพวกมิลเลนเนี่ยม นั่นแหละ ตอนหลังก็พลิกเกมกันใหญ่ หันมาใช้เป็น ฉลอง ปี 2000 แทน แม้แต่ที่ไทมส์สแควร์ นิวยอร์ค ก็เปลี่ยนมาเป็น ไทมส์สแควร์ 2000 แทน แก้เก้อแทนที่จะใช้ฉลองมิลเลนเนี่ยม เพราะมานึกได้ทีหลังว่า มันต้องรอปีหน้าถึงจะ "เนี่ยม" จริง

อย่างไรก็ดี การฉลองศักราชใหม่ปี 2000 ก็ผ่านไปด้วยความชื่นมื่นสดใส มหันตภัยวายทูเค ที่โดนนักคอมพิวเตอร์สมองใสขู่มาทั้งปี ว่าจะเกิด โน่น เกิดนี่ ที่เมืองไทยนี้ ไม่เท่าไหร่หรอกครับ เพราะรู้น้อย ใช้คอมพิวเตอร์น้อย ก็เลยตื่นเต้นน้อย

แต่อเมริกานั้น เขาใช้คอมพิวเตอร์ ในชีวิตประจำวันทั้งประเทศเลย "ตาแหก" เพราะโดนแหกตาเสียค่าโง่ ซื้อเครื่องมือชิ้นส่วนแก้ไข ว่ากันว่า หมดไปไม่น้อยกว่า หนึ่งล้านล้านบาท รวยกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อีตามหาเศรษฐี บิล เกตตส์ เจ้าของไมโครซอฟท์

จนเจ้าตัวต้องออกมาออกข่าวแก้เก้อว่า กลัวไว้ก่อนนะดีแล้ว ถ้าไม่กลัวเดี๋ยวเกิดเรื่องใหญ่จะหาว่าไม่เตือน แต่ปรากฏว่า คำว่า "กลัวไว้ก่อน" นั้น ฝรั่งเขาก็เป็นโรคขี้กลัวมากกว่าปกติอยู่แล้ว เขาเผื่อกันไว้ก่อน ถึงขนาดให้ข้าราชการกับทหารทั้งประเทศ เตรียมพร้อมกัน ฉุกเฉิน ทั้งประเทศ

และข่าวก็หนาหูออกไป จนถึงขนาดว่า ไฟฟ้าอาจจะดับทั้งเมือง จะเกิดการจราจลทั้งประเทศ จะไม่มีข้าวปลาอาหาร ร้านค้าจะหยุดหมด ผมตระเวน ในอเมริกาหลายเมือง ตอนกลางเดือนธันวาคม ปรากฏว่า ชาวบ้านออกมาซื้อของตุนกันไว้อย่างหนัก ทั้งขนมปัง อาหารการกิน แก๊สหุงต้ม น้ำดื่ม ถึงขนาดของขาดตลาด ในหลายแห่ง

ทุกศูนย์การค้ามีคนเดินช๊อปปิ้งเต็มไปหมด เดินกันจนแน่นขนัด ผิดจากการฉลองคริสต์มาสทุกปี ผมไปศูนย์การค้าไหน ก็คนแน่นไปหมด ร้านค้าแฮปปี้กันทั้งประเทศ หนังสือพิมพ์ก็ยิ่งพาดหัวข่าวทุกวัน ถึงการเตรียมพร้อม ทีวีทุกช่องก็พูดเรื่องมหันภัยวายทูเค

ผลที่สุด นอกจากไม่เกิดมหันตภัยวายทูเค มีแต่โรค "ตาแหก" ไปทั้งเมือง ผมไปบ้านเพื่อน แทบทุกบ้านในอเมริกา ปรากฏว่า ก็ตุนอาหาร การกิน น้ำดื่มไว้เพียบ มีอาการตามฝรั่งเขาเหมือนกัน ก็ดีแล้วครับ ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหมอดู และหมอเดาทั้งหลาย แหกตา

เอาไว้ตื่นเต้นกันใหม่อีกพันปีข้างหน้า เรียกว่า โรค "วายทรีเค" (Y2K) ก็แล้วกัน ส่วนตัวผมน่ะอยู่ไม่ถึงหรอกครับ ที่จะอยู่ถึงก็มีแต่องค์พระ ของผม กับธรรมเจดีย์ ซึ่งเป็นมรดกแห่งชาติ ของประเทศไทย มูลค่านับแสนล้าน ที่ลูกหลานไทยอีกพันปีข้างหน้า จะได้มีโอกาสกราบไหว้บูชา

ใครที่สร้างอนุสาวรีย์ แห่งความดีของตัวเราเองไว้แล้ว ที่จะอยู่ถึงหนึ่งพันปีรับวายทรีเค ยิ้มหวานๆ ได้เต็มที่เลยครับ อย่างนี้ ถึงจะเรียกว่า ผู้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้ไหมครับ

สิงห์ขาว


[หน้าหลัก][สหัสวรรษ]

1