พระสูตรสำคัญจากพระไตรปิฎก
โดย อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก(พิมพ์ที่ บริษัท พีเอ ลิฟวิ่ง จำกัด)

พระสูตรในหนังสือเล่มนี้มีประมาณร้อยกว่าสูตร แต่ "สรุปย่อ" ที่ได้นำมาลงในเพจนี้ คือ
กาลามสูตร หลักความเชื่อของชาวพุทธ
สีสปาสูตร ธรรมะกำมือเดียว
โมคคัลลานสูตร วิธีแก้ง่วง


                                                                                                    พ.อ.นเรศรักษ์  ฐิตะฐาน  ผู้บันทึก


กาลามสูตร หลักความเชื่อของชาวพุทธ
หลักความเชื่อของชาวพุทธ

            พระสูตรนี้ชาวตะวันตกที่หันมาสนใจพระพุทธศาสนารู้จักกันดี เพราะมีเนื้อหา "ท้าทาย" และบ่งบอกเอกลักษณ์
ของความเป็นพุทธ  นั่นคือ เน้นบทบาทของปัญญา ก่อนที่จะเชื่อถือปฏิบัติอะไร ให้ใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน
                พระพุทธเจ้าตรัสแก่ชาวกาลามะ ซึ่งสงสัยว่าจะเชื่ออย่างไรดีว่า
                            อย่าเพิ่งเชื่อเพราะ:-
                            ๑. ฟังตามกันมา
                            ๒. นับถือสืบๆกันมา
                            ๓. เป็นข่าวเล่าลือ
                            ๔. มีการอ้างไว้ในตำรา
                            ๕. ตรรกะ (โบราณแปลว่า "เดา" แต่หมายถึงเหตุผลทางตรรกะ)
                            ๖. โดยอนุมาน  (คือ สรุปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฎ)
                            ๗. โดยคิดตรองตามอาการที่ปรากฎ
                            ๘. เพราะเข้ากับความเห็นของตน
                            ๙. เพราะเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ
                            ๑๐. เพราะเห็นว่าผู้พูดเป็นครูของตน



สีสปาสูตร  ธรรมะกำมือเดียว
พุทธทรรศนะ

   พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระสงฆ์ว่า
      "....สิ่งที่เรารู้แล้วมิได้บอกพวกเธอมีมากมาย ดุจใบไม้บนต้นไม้ในป่า  แต่สิ่งที่เรารู้แล้วนำมาบอกมาสอนพวกเธอ มีนิดเดียว ดุจใบไม้กำมือเรานี้.... เพราะเหตุใดเราจึงไม่บอก เพราะสิ่งนั้นไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่หลักการใหญ่เพื่อชีวิตอัน ประเสริฐ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายความกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อดับกิเลส และกองทุกข์ได้สิ้นเชิง..."
        "สิ่งที่เรารู้แล้วนำมาบอกมาสอนก็คือ ทุกข์ สาเหตุของทุกข์ ความดับทุกข์ และทางดับทุกข์  ที่นำมาบอกมาสอนก็ เพราะสิ่งนี้เป็นประโยชน์ เป็นหลักการใหญ่เพื่อชีวิตอันประเสริฐ..."
        พระสูตรนี้สั้นๆ ลึกซึ้ง กินใจ แสดงถึง "พุทธทรรศนะ" ว่า "ความรู้อื่นใดมากมาย ถ้าไม่ใช่รู้เพื่อทำชีวิตให้ดีขึ้น
เพื่อลด ละ เลิก โลภ โกรธ หลง ก็หาใช่ความรู้แท้จริงไม่"
        รู้มาก ก็ "อวิชชา" มาก แบกทุกข์ไว้มาก



โมคคัลลานสูตร วิธีแก้ง่วง

        พระพุทธเจ้าทรงแสดงวิธีแก้ง่วงให้พระโมคคัลลานะ ดังนี้
                ๑. นึกหรือคิดเรื่องใดแล้วรู้สึกง่วง ก็ให้นึกคิดเรื่องนั้นให้มากกว่าเดิม แล้วความง่วงจะหาย
                ๒. ถ้าไม่หาย ให้ตรึกตรองข้อความหรือเรื่องราวที่ได้ฟังมา หรือเล่าเรียนมาแล้วจะหาย
                ๓. ถ้ายังไม่หาย ให้ท่องข้อความ เช่น ตำราที่กำลังอ่านอยู่นั้นๆออกมาดังๆ
                ๔. ถ้ายังไม่หาย ให้ยอนหูทั้งสองข้าง
                ๕. ถ้ายังไม่หาย ให้ลุกขึ้นเอาน้ำล้างหน้า
                ๖. ถ้ายังไม่หาย ให้นึกถึงแสงสว่าง
                ๗. ถ้ายังไม่หาย ก็ให้เดินจงกรม คือ ลุกขึ้นเดินกลับไปกลับมาสักพัก
                ๘. แต่ถ้าลุกเดินแล้วยังง่วงอยู่ แสดงว่าง่วงเต็มที่แล้ว ก็ให้เข้านอนเสีย
        พระสูตรนี้ ให้ข้อคิดดี เหมาะกับ นักเรียน นิสิตนักศึกษา และทุกๆคนที่รู้สึกง่วง แต่ยังไม่อยากนอน หรือยังนอนไม่ได้ น่าจะลองนำไปปฏิบัติดูครับ

1