ทีมงานถ่ายทำมิติลึกลับ ถึงกับขนหัวลุกซู่ ! เจอภาพปริศนาสีขาว
ลอยละล่องอยู่บนจอภาพ หลังไปดักถ่ายภาพเหตุการณ์ลี้ลับพิศวงช่วงดึกสงัด
ในตึกแถว 3 ชั้นย่านรามอินทรา ยกกองถ่ายติดตั้งกล้องพร้อมกับ เครื่องตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไว้หน้าห้องน้ำ
ตามคำเชื้อเชิญเจ้าของตึกที่โทรมาเล่าเรื่องเขย่าขวัญฟังว่า ได้ยินเสียงหญิงสาวกรีดร้อง
แถมมีการใช้ชักโครกในห้องน้ำ ที่ถูกปิดตายแล้ว ล่าสุดให้อาจารย์มหาวิทยาลัย
ช่วยตรวจสอบภาพปริศนาหลายสิบรอบ ยังไม่ขอออกความเห็น แต่กล่าวในแง่เทคนิคโทรทัศน์สามารถตัดต่อได้
เรื่องราวความฮือฮาภาพปริศนาครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยขึ้น
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวตระเวนเดลินิวส์ ได้รับการติดต่อจากทีมงานตากล้องที่ไปถ่ายทำรายการเกี่ยวกับเรื่องมิติลี้ลับ
ของโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า สามารถบันทึกภาพปริศนาที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นภาพอะไร
จากการไปถ่ายทำรายการที่ตึกแถว 3 ชั้นครึ่งคูหาเดียว แห่งหนึ่ง ย่านรามอินทรา
กม.8 โดยทางทีมงานขอร้องว่า ทางเจ้าของบ้านยังไม่อยากเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านเลขที่
เนื่องจากเกรงว่าจะประสบปัญหาทำให้เพื่อนบ้านข้างเคียงเกิดความหวาดกลัว
นอกจากนี้ยังเกรงว่าประชาชนจะพากันเดินทางแห่ไปดูพิสูจน์ความจริง
ทีมงานถ่ายทำคนหนึ่งเปิดเผยว่า
ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 อาทิตย์ ได้รับการติดต่อ จากเจ้าของบ้าน(ไม่ขอเอ่ยนาม)
โทรมาเรื่องราวให้ฟังว่า ที่บ้านอาศัยอยู่ด้วยกันพ่อแม่ลูก 5 คน เข้ามาอยู่นานกว่า
4 ปีแล้ว ระหว่างเข้ามาอยู่อาศัยทุกคนในบ้าน ต่างก็ประสบ พบเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดคล้ายกันถ้วนหน้า
อาทิ จะได้ยินเสียงลักษณะคล้ายกับมีคนเคาะประตู ฝาผนังห้อง หรือเสียงผู้หญิงร้องในห้องน้ำ
บางคืนก็จะมีกลิ่นหอมของดอกราตรีโชยตลบอบอวล ทั้งที่ในบริเวณ ย่านใกล้เคียงไม่มีบ้านหลังไหนปลูกต้นราตรีไว้แต่อย่างใด
ล่าสุดที่ได้ยินพร้อมๆกันก็คือ เสียงคนใช้ชักโครกในห้องน้ำบนบ้านชั้น
3 ที่ปิดไม่ได้ใช้นานแล้ว เมื่อขึ้นไปดูก็ไม่พบส่งผิดปกติ แต่ถึงจะมีเสียงแปลกประหลาดอย่างไรคนในบ้านก็ไม่มีใครหวาดกลัว
ยังคงอยู่ดีมีสุขตามปกติไม่มีปัญหาอะไร
หลังจากทางทีมงานจดรายละเอียดข้อมูลต่างๆ
จึงได้ทำการตรวจสอบและวางแผน จนกระทั่งวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา นัดหมายขออนุญาตเจ้าของบ้านยกกองถ่าย
ประมาณ 10 คน เดินทางไปพิสูจน์เรื่องลี้ลับดังกล่าว มีการตรวจสอบพื้นที่ในบ้านอย่างละเอียดทุกซอก
ทุกมุมว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่หรือไม่ จากนั้นจึงเริ่มติดตั้งกล้องทีวี
ระบบดีวี ไว้บริเวณชั้น 3 ส่วนภายในห้องน้ำนอกจากจะติดตั้งกล้อง ไฟส่องสว่างแล้ว
ยังมีการติดตั้ง เครื่องตรวจ คลื่นแม่เหล็ก(ต่างประเทศ นิยมใช้ตรวจจับความเคลื่อนไหวคลื่นความถี่)
โดยตั้งเวลา 02.00 -04.00 น. ระหว่างถ่ายทำไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างใด
พอกลับมาถึงบริษัทก็มีการตรวจสอบเทปที่อัดตามปกติ
เพื่อจะเตรียมเก็บไว้ก่อนจะแพร่ภาพออกอากาศ ในตอนแรกๆก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร
แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เล่นเอาทีมงานถึงกับตื่นตะลึงขนหัวลุกซู่ เพราะพบเห็นภาพเงารางๆสีขาวคล้ายร่างคนปรากฎอยู่หน้าห้องน้ำ
ประมาณ 30 วินาที จากนั้นก็เลือนหายไปเฉยๆ ได้มีการนำเทปมาเปิดดูซ้ำอีกหลายรอบ
เงารางๆก็ยังปรากฎอยู่ จึงสร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก บางคนถึงกับเอ่ยปากสงสัยว่าอาจจะเป็นภาพของดวงวิญญาน
เพราะตั้งแต่ไป ถ่ายทำรายการลี้ลับตามจังหวัดต่างๆมาหลายแห่งก็ยังไม่เคย
พบภาพลักษณะที่เด่นชัดขนาดนี้เลย ขณะนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าเงารางๆเกิดขึ้นได้อย่างไร
และเป็นอะไรกันแน่ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีการแพร่ภาพออกอากาศทางโทรทัศน์
ทั่วประเทศในคืนวันพุธที่ 20 ก.ย.
ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวนำเทปวีดีโอจากทีมงานถ่ายทำ
ไปให้อาจารย์ประภาส นวลเนตร ประจำสาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เปิดชมอย่างละเอียดอยู่หลายสิบรอบ
เปิดเผยว่า ภาพที่เห็นเป็นลำแสงสีขาว มองผิวเผินแล้วคล้ายโครงร่างของมนุษย์
ในแง่ของเทคนิคทางด้านโทรทัศน์สามารถทำไม่ยาก อาศัยความเชี่ยวชาญทางเทคนิคผสมภาพก็สามารถทำได้แล้ว
หากจะตรวจภาพลักษณะนี้กันจริงๆต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ
ทิศทางแสงต่างๆ รวมทั้งสถานที่ถ่ายทำ เนื่องจากอยู่หน้าห้องน้ำ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดจากแก๊สชนิดหนึ่งที่หมักหมมอยู่
ก่อนหน้านี้สมัยโบราณก็เคยมีคนพูดถึงดวงไฟตามท้องไร่ท้องนาว่าเป็นผีกระสือ
ภายหลังมีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่าดวงไฟหรือแสงไฟนั้นเกิดจากแก๊ส
อย่างไรก็ดีตนไม่อยากออกความคิดเห็นว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพอะไร แต่หากเป็นเรื่องของดวงวิญญานจริงๆก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดไม่น้อย
ขอขอบคุณที่มา :
นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ.2543