ปริศนาโครงการอพอลโล เรื่องจริงหรือลวงโลก ???
ี่มนุษย์อวกาศสหรัฐเดินทางไปดวงจันทร์นั้นเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ
หรือว่าเป็นการแหกตาระดับโลก?
วันที่ 12 เมษายน 1961
รัสเซียได้ปล่อยจรวด "วอสทอก 1 " ( Vostok 1 ) ขึ้นไปโคจรรอบโลก
เป็นเวลา 108 นาที มันเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ของการเริ่มต้นการเดินทางไปสู่ห้วงอวกาศ
เพราะใน
การเดินทางครั้งนั้นมี "ยูริ กาการิน (Uuri Gagarin)"มนุษย์คนแรกที่ท่องไปในยานอวกาศประจำการอยู่ด้วย
ความสำเร็จของรัสเซียในการส่งยานอวกาศไปโคจรรอบโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
สร้างความตื่นตระหนกให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐเป็นอย่างมาก
จนประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ถึงกับออกแถลงการณ์แก้หน้าว่า รัฐบาลสหรัฐจะส่งมนุษย์ไปเหยียบพื้นดวงจันทร์ให้ได้ภายในทศวรรษที่
60
เคนเนดี้ได้อนุมัติเงินงบประมาณราว
4 หมื่นล้านดอลลาห์ให้กับองค์การนาซ่า เพื่อสร้างความฝันของชาวอเมริกาให้เป็นจริงตามที่เขาได้ลั่นวาจาไว้
วันที่ 5 พฤษภาคม 1961 ห่างกันเพียงไม่ถึงเดือนหลังจากที่รัสเวียส่งยานวอลทอก
1 ขึ้นไปโคจร
รอบโลก สหรัฐก็เร่งส่งยาน "ฟรีดอม 7 (Freedom 7) โดยมี อเลน บี เซปาร์ด(Alan
B. Shepard) " ทำการทดสอบขับยานในวงโคจรโลกเป็นเวลา 15 นาที 28 วินาที
แต่กว่าสหรัฐจะส่งยานที่มีมนุษย์ควบคุมไปลอยเท้งเต้งในวงโคจรของโลกได้จริงก็วันที่
20 กุมภาพันธ์ 1962 คราวนี้มีจอห์ เอส เกลนน์ จูเนียร์ (John H. Glenn
Jr.) เป็นผู้ขับยาน "เฟรนชิพ 7 (Friendship)" วนรอบโลกซะ 3 รอบกินเวลาทั้งสิ้น
4 ชั่วโมง 55 นาที 23 วินาที และนั่นก็คือความสำเร็จ
ก้าวแรกของสหรัฐในการพยายามนำมนุษย์ขึ้นไปท่องอวกาศภายใต้โครงการเมอร์คิวรี
Mercury แต่เป็นหมายนั้นยังอยู่อีกยาวไกลนัก การเดินทางสู่ดวงจันทร์นั้นกินเวลานานกว่า
และต้องเดินทางไปไกลกว่านั้น
โครงการเจมินิการส่งมนุษย์ไปท่องอวกาศ
โครงการเจมินิ Gemini ได้เกิดขึ้นในเดือนมกราคม
1962 เพื่อสานต่องานจากโครงการเมอร์คิวรีโครงการนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อทดสอบการส่งมนุษย์ไปท่องอวกาศเป็นเวลา
2 สัปดาห์ การเชื่อมต่อยานอวกาศลำแม่และลำลูกและการนำยานสำรวจร่อนลงบนพื้นที่ที่กำหนดไว้
วันที่ 23 มีนาคม 1965 นาซ่าก็ได้ฤกษ์เลิกชัย ส่งยานเจมินี 3 Gemini lll
หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ยานมอลลีบราวน์ Molly Brown ขึ้นโคจรรอบโลก 3
รอบ โดยมีเวอร์จิล ไอ กริสสัม Virgil l. Grissom กับ
จอห์น ดับบลิว ยัง John W. Young เป็นักบินควบคุมการทดลองภายใต้โครงการเจมินีนั้นมีอีกหลายครั้ง
แต่ครั้งที่น่ากล่าวถึงที่สุดก็คือ การทดลอง
เชื่อมต่อยานอวกาศ2 ลำ เข้าด้วยกันเมื่อวันที 16 มีนาคม 1966 วันนั้น นีล
อาร์มสตรอง Neil Armstrong กับ เดวิด อาร์ สกอตท์ David R.Scott
เป็นผู้ควบคุมยาน เมื่อยานเข้าเชื่อมต่อกัน ทันใดนั้น จู่ ๆ ยานทั้งสองก็หมุนควงสว่านจนไม่สามารถจะควบคุมได้
นีลและ เดวิด จึงต้องรีบปลดยานของเขาออกจากการ
เชื่อมต่อและนำลงฉุกเฉิน เดชะบุญที่ทั้งสองไม่ได้รับอันตรายใด ๆ จากความ
ผิดพลาดในครั้งนั้น นาซ่าได้ทำการทดลองอีกหลายครั้งจนเริ่มมั้นใจในความปลอดภัย
พวกเขาก็ก้าวเข้าสู่การปฏิบัติการจริงภายใต้ชื่อโครงการอพอลโล Apollo
ความฝันของมนุษยชาติกับการก้าวไปสู่ดวงจันทร์
วันที่ 27 มกราคม 1967 นาซ่าเตรียมส่งยาน
อพอลโล 1 พร้อม 3 นักบินอวกาศ เวอร์จิล กริสสัม เอ็ดเวิร์ด ไวท์ Edward White
และ Roger Shaffee โรเจอร์ เชฟฟี่ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์
แต่ความผันของคนสหรัฐก็แหลกสลายภายในพริบตา เมื่อยานอพอลโล 1 เกิดระเบิดขึ้นบนฐาน
ปล่อยจรวดนั่นเอง นักบินอวกาศทั้งสามคนเสียชีวิตลงทันที
ความหายนะในครั้งนั้นเกือบทำให้รัฐบาลสหรัฐยกเลิกโครงการ อพอลโล แต่พวกเขามาไกลเกินกว่าที่จะหยุดได้
นาซ่ารื้อผังแปลนการสร้างจรวดใหม่ ทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
และเริ่มทดลองอีกครั้ง
วันที่ 20 กรกฎาคม 1969 นาซ่าก็ส่งมนุษย์ลงไปเหยียบบนดวงจันทร์ได้เป็นผลสำเร็จ
จากนั้นมาก็มีการส่งยาน อพอลโล ไปยังดวงจันทร์เป็นระยะ ๆ และการเดินทางไปยังดวงจันทร์ครั้งสุดท้ายคือ
การส่งยานอพอลโล 17 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1972 ซึ่งตามแผนการเดิมนั้นควรจะเป็นยาน
อพอลโล 18
หากแต่ว่าเกิดข้อ ขัดข้องทางด้านงบประมาณจึงทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องสั่งยกเลิกโครงการ
อพอลโล 18 ไป
หลักฐานที่น่าสงสัย
เนื่องจากหลักฐานที่นาซ่านำเสนอต่อสายตาคนทั่วโลกว่าสหรัฐสามารถส่งมนุษย์
ไปเหยียบบนดวงจันทร์ ได้สำเร็จนั้นก็มีแต่ภาพถ่าย และภาพยนตร์เท่านั้น หลายคนสงสัยว่านาซ่าสามารถทำเช่นนั้นได้จริง
ๆ หรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้นการทำสเปเซียล
เอฟเฟค อยู่แล้ว ภาพถ่ายและภาพยนตร์ในโครงการ อพอลโลที่เราเห็นนั้นอาจถ่ายทำในโรงถ่ายก็ได้
เมื่อมีข้อสงสัยเกิดขึ้นก็มีคนนำภาพถ่ายและภาพยนตร์ต่าง ๆ ของโครงการอพอลโลมาวิเคราะห์
เริ่มกัน ตั้งแต่ยานอพอลโล 11 ตอนที่นีลอาร์มสตรองก้าวลงจากยานลูน่าร์โมดู
กล้องได้ถายภาพนีลไว้ทุกขึ้นตอนจนกระทั่งเขาประทับรอยเท้ารอยแรกไว้บนพื้นผิวดวงจันทร์
และเขาก็ได้รับการยกย่องจากคนทั่วโลกว่าเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบลงบนผิวดวงจันทร์
เมื่อเขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ลงเหยียบดวงจันทร์
ถ้างั้นใครกันล่ะที่ถ่ายภาพช่วงนี้ไว้!!!
นอกจากนั้นแล้วภาพหลายภาพที่นาซ่านำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนมีลักษณะแสงและเงาผิดธรรมชาติ
บางภาพก็มีองค์ประกอบที่ผิดสัดส่วนกันจนเห็นได้ชัดในทางตรงกันข้าม ภาพบางภาพนั้น
"สมบูรณ์แบบ" มากจนขนาดช่างภาพมืออาชีอย่าง เดวิด เพอร์เซยื David Persey
ยังออกปากว่าดีกว่าภาพโฆษณาที่ถ่ายทำในสตูดิโอเสียอีกเล่ากันว่าในวันที่นาซ่าปล่อยยานอพอลโล
1 นั้น เวอร์จิล กริสัม ได้นำมะนาวเหลือง Lemon ไปแขวนในยาน ซึ่งคำว่า Lemon
เป็นแสลงในภาษาอเมริกัน-อังกฤษ มักใช้กับรถยนต์ ที่ขับขี่ได้ไม่ดี หรือหมายความว่า
" ยานพาหนะที่ไม่ได้เรื่อง" และก่อนที่จะออกเดินทางไปพลจุดจบเขาได้สั่งเสียภรรยาเขาว่า
"ถ้าหากมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นในโครงการอวกาศแล้วล่ะก็ ดูเหมือนมันจะเป็นผม"
และยังมีเรื่องที่เอ็ดวิน
อัลดริน Edwin Aldrin มนุษย์คนที่ 2 ที่ลงเหยียบพื้นดวงจันทร์ต่อจาก นีล
อาร์มสตรองถูกสัมภาษณ์ ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้วว่าตอนที่เท้าเขาแตะพื้นดวงจันทร์เขารู้สึกอย่างไร
ปรากฎว่าแทนที่เอ็ดวินจะตอบคำถามเขากลับรีบเดินหนีออกไปนอกห้องงานเลี้ยงโดยมีคนเห็นเขาแอบยืนร้องไห้อยู่คนเดียวเหมือนเหมือนกับคับอกคับใจอะไรอยู่ภายในแต่พูดไม่ได้
มาดูกันตั้งแต่ภาพที่ยานลูน่าร์
โมดูลลงจอดบนดวงจันทร์ ความร้อนจากท่อไอพ่นน่าจะเผาผลาญ
พื้นผิวดวงจันทร์จนเกิดเป็นหลุมใหญ่บริเวณใต้ท่อไอพ่น แต่ภาพที่ได้นั้นกลับเห็นว่าความร้อนจากท่อไอพ่นไม่ได้ทำอันตรายใด
ๆ กับพื้นผิดดวงจันทร์เลยสักนิด
ภาพถ่ายบนดวงจันทร์ทุกภาพนั้นทำไมจึงไม่มีดาวบนท้องฟ้าเลยทั้ง
ๆ ที่บนดวงจันทร์นั้นท้องฟ้า
โปร่งมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางมาก และที่แน่ ๆ ไม่มีโพลูชั่นเหมือนบนโลกเรา
เราควรจะเห็นดาวอยู่ เต็มท้องฟ้าอย่างน้อยก็เหมือนกับที่เราเห็นเวลาไปเที่ยวตามชนบท
กล้องถ่ายภาพที่นักบินอวกาศใช้นั้นไม่ได้ติดแฟลช
ดังนั้นแสงที่ใช้ในการถ่ายภาพจึงมาจากแหล่งเดียวนั่นก็คือดวงอาทิตย์ ดังนั้นภาพที่ได้จึงมีแสงและเงาของมนุษย์อวกาศกลับมีความเข้มน้อยกว้าเงาของวัตถุและที่สำคัญที่สุดทำไมป้ายธงชาติและชื่อประเทศที่ติดอยู่บนยานในทุกภาพจะชัดเสมอแม้ว่าจะอยู่ในมุมที่เป็นด้านมืด
กล้องถ่ายภาพนั่นติดอยู่บนชุดมนุษย์อวกาศในระดับหน้าอกแต่ปรากฎว่ามีบางภาพที่ถ่ายใน
มุมสูงซึ่งผู้ถ่ายภาพนั้นยืนอยู่ในระนาบเดียวกันกับผู้ถูกถ่าย โดยสังเกตจากเงาสะท้อนบนหมวกมันเป็นไปได้อย่างไร?
เงาของวัตถุต่าง ๆ บนภาพเดียวกันมีความยาวไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่แสงมาจากดวงอาทิตย์แหล่งเดียวเท่านั้น
และยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่ถ่ายในสถานที่เดียวกัน 2 ภาพกลับมีขนาดของวัตถุด้านหลังภาพใหญ่ไม่เท่ากัน
ดวงจันทร์มีบรรยากาศที่เบาบางมาก หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีบรรยากาศอยู่เลย
ดังนั้นเมื่อมนุษย์อวกาศปักธงลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ ธงควรจะนิ่งแข็งทื่อแต่ทำไมธงชาติสหรัฐจึงสามารถโบกสะบัดได้
ภาพต่าง ๆ ถ่ายโดยกล้องที่ติด อยู่บนหน้าอกของชุดนักบินอวกาศ และไม่มีช่องมองภาพ
View Finderให้กะเล็งแต่ภาพที่ได้ออกมาดูดีเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าถ่ายโดยไม่มีการจัดแสงและมุมกล้อง
แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านเลยมานานกว่า 30 ปี แล้วก็ตาม แต่ปริศนาโครงการอพอลโลก็ยังถูกวิพากษ์ วิจารณ์ อยู่จนถึงปัจจุบัน ........