
ข้อปฏิบัติในระหว่างดูนกในธรรมชาติ
เนื่องจากนกก็เช่นเดียวกับสัตว์อื่นๆ มักจะถือว่า มนุษย์คือศัตรู นกจึงพยายามที่จะหลบหนีไปให้พ้นจากคนเสมอ
ยกเว้นก็แต่นกพิราบป่า นกกระจอกบ้าน นกเอี้ยงสาริกา หรือ นกในเมืองชนิดอื่นๆ
ซึ่งคุ้นเคยกับคนเป็นอย่างดีแล้ว ด้วยเหตุนี้ การเดินทางไปดูนกในพื้นที่ต่างๆ
ซึ่งมิใช่ในตัวเมือง จึงต้องมีข้อปฏิบัติ เพื่อนักดูนกทุกคนจะได้พบเห็นนกที่อยากจะเห็น
ดังนั้น เมื่อออกนอกที่พักเพื่อเริ่มดูนก จะต้องปฏิบัติดังนี้
1. ออกเดินทางไปดูนกในเวลาเช้าตรู่ ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เพราะนกส่วนใหญ่ชอบออกหากินในเวลาเช้าตรู่
และจะหากินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 10.00 น. เป็นต้นไป นกจะออกหากินน้อยลง
และนกจะเริ่มพักผ่อน เพราะแสงแดดจัดเกินไป พอเวลาประมาณ 14.00 น. เป็นต้นไป
นกจึงเริ่มออกหากินใหม่ และจะหากินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาพลบค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นกออกหากินในเวลากลางคืน
คือ นกตบยุง (Nightjars) เริ่มออกหากิน ในช่วงเวลาเย็นจนถึงเวลาพลบค่ำเป็นช่วงเวลาที่จะพบนกได้มากเช่นกัน
แต่พบได้น้อยกว่าในช่วงเช้า
2. พยายามหยุดทุกๆ 5 นาที เพื่อสำรวจดูนกรอบๆ ตัวเรา รวมทั้งพยายามฟังเสียงร้องของนกด้วย
เพื่อจะได้ทราบว่า ในบริเวณรอบๆ ตัวเราในระยะที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มีนกกี่ตัว กี่ชนิด ชนิดอะไรบ้าง เราจะได้เห็นนกได้ครบทุกชนิดในบริเวณที่เราหยุด
ถ้าหากเราปฏิบัติเช่นนี้ได้ จะช่วยให้เราเป็นคนรอบคอบ และช่างสังเกต และมีโอกาสเห็นนกได้มากกว่าคนที่เอาแต่เดิน
หรือ คนที่รอให้นกบินผ่านมาให้เห็น
3. พยายามมองหานกตั้งแต่บนพื้นดิน ในกอหญ้า พุ่มไม้ ไม้ยืนต้น ตั้งแต่ระดับโคนต้นไม้
ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับยอดไม้ และในเรือนยอดทุกๆ ระดับ รวมทั้งในท้องฟ้าด้วย
เพราะนกแต่ละชนิดอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น นกคุ่ม (Buttonquails)
เดินอยู่บนพื้นดิน นกหัวขวาน (Woodpeckers) เกาะอยู่ที่ลำต้นไม้ใหญ่ นกขุนช้างขุนแผน
(Trogons) เกาะอยู่ในระดับกลางของต้นไม้ นกขมิ้น (Orioles) เกาะอยู่ในระดับยอดไม้
และนกแอ่น (Swifts) บินอยู่ในท้องฟ้า เป็นต้น
4. พยายามส่งเสียงให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด ไอ จาม กระแอม หรือ
เสียงที่เกิดจากการเหยียบใบไม้แห้ง ทั้งนี้เพราะนกจะหนีไปเสียก่อนที่เราจะได้เห็นตัว
หรือเห็นตัวชัด ถ้าหากนกได้ยินเสียงเหล่านั้น เพราะนกเป็นสัตว์ที่ขี้ตกใจ
และระแวดระวังภัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะนกขนาดเล็ก หรือนกที่เป็นเหยื่อของสัตว์อื่น
เนื่องจากนกเหล่านี้มักไม่มีอาวุธใดๆ ที่จะป้องกันตัวจากศัตรู ธรรมชาติจึงต้องพัฒนาให้นกเหล่านี้ขี้ตกใจง่าย
และระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา
5. เมื่อเห็นนกด้วยตาเปล่า ไม่ว่านกนั้นจะอยู่ไกลเพียงใด ควรรีบส่องกล้องสองตาดูทันที
เพราะถ้าหากรอให้เข้าไปใกล้มากกว่านี้ นกอาจจะหนีไปเสียก่อน ถ้าหากนกยังไม่หนีไปไหน
ควรจะเดินเข้าไปใกล้ๆ นกให้มากขึ้น เราจะได้เห็นนกได้ชัดเจนขึ้น เห็นรายละเอียดของนกมากขึ้น
นกบางชนิด เช่น นกจาบคา (Bee-eaters) นกตะขาบ (Rollers) นกโพระดก (Barbets)
หรือ นกเขา (Doves) มักจะเกาะนิ่งๆ นานๆ จนทำให้เรามองดูได้จนเบื่อ ในขณะที่นกบางชนิด
เช่น นกเดินดง (Thrushes) นกกินแมลง (Babblers) หรือ ไก่ฟ้า (Pheasants)
มักหนีไปทันทีที่มองเห็นคน และเรามักจะเห็นได้เพียงครั้งเดียว หรือ เพียงแวบเดียว
6. เมื่อเห็นนกไม่ควรแย่งกันดูนก แต่ควรส่องกล้องสองตาดูนกในตำแหน่งที่แต่ละคนยืน
หรือนั่งอยู่ แต่ถ้าไม่เห็นจริงๆ จึงค่อยเปลี่ยนตำแหน่ง แต่จะต้องเคลื่อนที่อย่างช้าๆ
และไวด้วย จะต้องไม่เคลื่อนไหวส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การยื่นแขน หรือ มือออกไปชี้นกให้คนในกลุ่มดู ควรจะบอกให้คนในกลุ่มรู้ด้วยวิธีอื่น
เช่น ยกแขนขึ้นช้าๆ ให้แนบชิดกับลำตัว และชี้ให้คนอื่นดู หรือพูดให้เบาที่สุด
7. เมื่อเห็นนกควรจดจำรายละเอียดของนกตัวนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ว่ามีสีสันและลวดลายเช่นใด ไม่ว่าจะเป็นปาก หัว หลัง ตะโพก ปีก หาง หน้าอก
ขา นิ้วเท้า เป็นต้น หากจำรายละเอียดได้มาก จะช่วยในการจำแนกชนิดของนกได้ง่าย
นอกจากนี้ ควรจะต้องจดจำการเกาะ การหากิน การบิน การกระโดด สภาพแวดล้อมที่พบนกตัวนั้น
และรายละเอียดอื่นๆ ด้วย ถ้าเป็นไปได้ ควรจะจดบันทึกไว้ เพื่อกันลืม หรือ
เพื่อนำมาทบทวนในภายหลัง
กลับหน้าหลัก |