นักสู้...ผู้ไร้ขา
เรื่อง-ถ่ายภาพ พอพล นนทภา
เขียน-สิงหาคม 2544

ชายหนุ่มในซอยลึก
              ช่วงระยะหลังมานี้ผมมักเห็นชายคนนี้บ่อยๆ อายุของเขาน่าจะอยู่ในราวยี่สิบกว่าๆ
สวมแว่นสายตาแต่งตัวสะอาดสะอ้าน รูปร่างสมส่วนบนตักมักวางกระเปําไว้ บนกระเปําก็มัก
เห็นตำราเรียนวางอยู่เสมอ
              หากวันใดผมมาทำงานไม่สายเกินไปนัก ผมก็มักจะเห็นภาพชายหนุ่มคนนี้หมุนล้อ
รถนั่งคนพิการของเขาออกมาจากซอยลึกเพื่อมาขึ้นแท็กซี่ที่ริมถนน และแท็กซี่ทุกคันที่จอด
รับก็ดูเหมือนจะรู้วิธีปฏิบัติต่อเขา  ช่วยพยุงให้นั่งตรงเบาะทางด้านหน้า ช่วยพับรถเข็นแล้วนำ
ไปวางไว้เบาะหลัง แล้วรถก็วิ่งออกไป จากปกหนังสือที่วางบนตักเป็นตราของมหาวิทยาลัย
แห่งหนึ่ง..รถแท็กซี่คงวิ่งไปที่นั่น

นักสู้ผู้ไร้ขา..โคกขาม
             บนแปลงดินชุ่มน้ำผืนนั้นมีนกตัวหนึ่งซึ่งผมเพิ่งสังเกตุเห็น แรกตอนขณะยืนพักหลับ
ผมคิดว่าคงอยู่ในลักษณะปกติที่จะยืนหดขาเหลือข้างเดียวตามแบบฉบับของนกน้ำโดยทั่วไป
ผมคอยสังเกตุจนกระทั่งนกเริ่มหิวและเคลื่อนตัวออกหากินจึงเริ่มสะดุดตากับท่าทางการหา
กินแปลกๆของมัน เพราะแทนที่จะเดินหากินแบบนกตัวอื่น กลับกระโดดไปที่ละก้าวด้วยขา
เพียงข้างเดียวซึ่งดูจะผิดปกติอยู่มาก เป็นไปได้ยากที่ขณะนกจิกกินอาหารตามพื้นดิน มันจะ
สามารถทรงตัวอยู่ได้ด้วยขาเพียงข้างเดียว  นอกเสียจากว่าคุ้นชินกับสภาพเช่นนี้มานานแล้ว
อาจพิการมาตั้งแต่เกิดในแถบทุ่งทุนดราทางเหนือสุดด้านตะวันออกไกลของทวีปหรือว่าอาจ
เกิดจากอุบัติเหตุในปีก่อนหน้านี้ระหว่างแวะพักเดินทางอันแสนทรหดที่ไหนสักที่

ภาพAnimation แสดงจังหวะการเคลื่อนไหวในการก้มหาอาหารบนขาข้างเดียว
ด้วยการทรงตัวอันดีเยี่ยมของ"นักสู้ผู้ไร้ขา" แห่งโคกขาม

(เมื่อโหลดครบภาพนี้จะเป็นภาพเคลื่อนไหว)

            "นักสู้ผู้ไร้ขา"ตัวนั้นยังคงหากินต่อไปโดยไม่รู้ไม่ชี้ ดูจากความอวบอิ่มของร่างกาย
แล้วดูท่าจะหากินเก่งน่าดูเชียว หรืออาจเป็นไปได้ว่านกกำลังสะสมพลังงานเพื่อบินตามฝูง
ของมันลงใต้ต่อไป"หยุดพักที่นี่เถอะ" ผมอยากจะบอกเช่นนั้น  แต่นกก็ยังทำหน้าที่ของสิ่ง
มีชิวิตต่อไปไม่หยุดนิ่ง นั่นคือการทำให้ชีวิตดำรงอยู่และสืบเผ่าพันธุ์ของมันไว้
แต่หากว่าฝูง
ของมันบินลงใต้จริงมันก็คงบินตามไปเช่นกัน เสียงห้ามของผมคงทัดทานอะไรไม่ได้หรอก
"นักสู้ผู้ไร้ขา"..อาจแข็งแกร่งเกินกว่าที่ผมจะคาดคิด


จากมุมหนึ่งบนแปลงดินชุ่มน้ำผืนเดียวกัน นกสติ๊นท์คอแดงแต่ละตัวจะมีลักษณะอ้วนท้วน
สมบูรณ์ อาจเป็นไปได้ว่านกฝูงนี้กำลังสะสมอาหารเพื่อเป็นพลังงานในการอพยพลงใต้ต่อไป
เพราะช่วงนั้นยังเป็นช่วงต้นของฤดูกาลอพยพ

นักสู้ผู้ไร้ขา..บางปู
              หลังจากได้พบกับนักสู้ผู้ไร้ขาแห่งโคกขามได้เพียงสองสัปดาห์ผมก็ได้มีโอกาสพบ
กับนกที่มีลักษณะคล้ายกันอีกตัวหนึ่งที่บางปู ความจริงแล้วนกตัวนี้มีครบสองขาแต่ว่า ขาข้าง
ซ้ายนั้น...
              ขณะนั้นเย็นแล้ว..ที่บ่อร้างวันนั้นดูจะร้างสมชื่อ ปกติในช่วงน้ำขึ้นเช่นนี้นกที่หากิน
บนหาดเลนจะขึ้นมาพักยังบ่อร้างแห่งนี้ โดยเฉพาะฝูงนกปากแอ่นหางดำที่จะพบได้ง่ายๆกลับ
ไร้ร่องรอย ก่อนหน้านี้นกอาจตกใจกับชาวบ้านที่มักลอบเข้ามาจับสัตว์น้ำจึงพากันหลบไปยัง
บ่อที่อยู่ลึกเข้าไปก็เป็นได้
              ผมเดินแหวกพงหญ้าไปยืนริมบ่อทางด้านทิศใต้ มองไปในบ่อพบเพียงนกตีนเทียน
ฝูงเล็กที่เดินหากินกันอยู่เงียบๆ ในกลุ่มนั้นเมื่อมองด้วยตาเปล่ารู้สึกเหมือนมีนกอยู่ตัวหนึ่งที่
มีท่าทางการหากินที่แตกต่างจากตัวอื่น เพราะแทนที่จะเดินกลับกระโดดไปทีละก้าวทั้งที่เมื่อ
มองไกลๆก็ยังเห็นว่ามีสองขา


              เมื่อผมลองยกกล้องสองตาขึ้นส่องดูจึงพบว่าขาข้างซ้ายของนกนั้นหักงอจนใช้การ
ไม่ได้กลายเป็นภาระที่ต้องแบกรับ ในความรู้สึกของผมให้ขาข้างหนึ่งขาดด้วนไปเลยเสียยัง
น่าจะดูคล่องตัวกว่า..บนความรู้สึกเห็นใจของผมในความเป็นจริงแล้วนกคงไม่รู้สึกเดือดร้อน
อย่างที่ผมรู้สึก มนุษย์อย่างผมเสียอีกที่อาจอ่อนไหวไปเอง...แต่ความรู้สึกเอื้ออาทรต่อชีวิตอื่น
ก็เป็นสิ่งงดงามที่จรรโลงสังคมให้ดำรงอยู่อย่างสงบสุขมิใช่หรือ

              


ท่าอันเก้งก้างของนกตีนเทียน "นักสู้ผู้ไร้ขา"แห่งบางปู อีกหนึ่งชีวิตที่ไม่รู้จักคำว่าท้อถอย

             "นักสู้ผู้ไร้ขา" ยังคงกระโดดหากินตามปกติ แม้จะดูลำบากแต่มันก็ยังก้มหน้าก้มตา
ปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตต่อไปอย่างไม่ลดละ
              เมื่อนกอิ่มจึงหยุดพักท่าการยืนหลับก็ยังดูเก้งก้างผิดเพื่อนฝูง ผมเฝ้ามองจนกระทั่ง
นกหลับ ก่อนจะผละจากบ่อผมหันไปมองนกอีกครั้งพร้อมทั้งกล่าวคำ"นับถือ"ขึ้นในใจ ไม่ใช่
เรื่องแปลกสำหรับผมที่จะแสดงความนับถือต่อสัตว์พิการตัวเล็กๆในเมื่อผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
"โชคดีนะเพื่อน"ผมกล่าวขึ้นในใจอีกครั้งก่อนจะผละจากบ่ออย่างเงียบเชียบ

เวลาที่ผ่านไป
              
เกือบปีผ่านไปจนกระทั่งฤดูกาลอพยพกำลังจะกลับมาเยือนอีกครั้ง ผมยังคงพบ
ชายหนุ่มในซอยลึกนั่งบนรถเข็นของเขาอยู่หลายครั้งหากว่าวันใดผมมาทำงานไม่เกินเจ็ด
โมงครึ่ง หลายวันก่อนเรายังได้สบตากันขณะผมกำลังซื้อหนังสือพิมพ์ เรามีสีหน้าที่เหมือน
จะยิ้มให้กันแต่รอยยิ้มก็มิได้ปรากฎขึ้นบนใบหน้า..หัวใจต่างหากที่ปรากฎรอยยิ้ม
              ผมยังจำแววตาภายใต้กรอบแว่นของเขาได้ ชุ่มฉ่ำดูมีชีวิตมีความฝัน และดูจะมี
ความศรัทธาและเชื่อมั่นในชีวิตของตนเองไม่น้อย.ในช่วงขณะนั้นทำให้ผมนึกไปถึงแววตา
ของนกพิการแห่งโคกขามและบางปู

             สำหรับนักสู้ผู้ไร้ขาแห่งโคกขามและบางปูผมยังหวังเสมอที่จะพบเขาอีกครั้งในฤดู
กาลอพยพที่กำลังจะมาถึง  นกตีนเทียนที่บางปูนั้นอาจอยู่ประจำถิ่นหรืออาจอพยพเป็นระยะ
ทางไม่ไกลมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่นับจากที่ผมได้พบในครั้งนั้นผมก็ไม่พบอีกเลยแม้
จะไปดูนกที่บางปูในครั้งหลังๆ
             ส่วนอีกชีวิตของนักสู้แห่งโคกขามในช่วงปลายเดือนสิงหาคมเช่นนี้นกอาจกำลังรวม
ฝูงอยู่ณ.จุดพักแรกหลังจากอพยพหนีหนาวลงมา ตามบริเวณแนวหาดเลนของประเทศเกาหลี
และทางชายฝั่งด้านตะวันออกไกลของจีน นกชายเลนนับแสนๆ ที่หนีหนาวลงมาจากทุนดรา
คงกำลังหากินเพื่อสะสมพลังงานเพื่อการบินไกลอยู่ที่นั่น ผมยังหวังอยู่ลึกๆ ที่จะได้พบพวก
เขาอีก เพียงอยากรู้ว่าเพื่อนของผมยังสบายดี และในความเป็นจริงนกอพยพมีโอกาสสูงที่จะ
อพยพกลับมายังที่ที่มันเคยมา  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผมก็ยังคงมีความหวังแม้จะดูริบหรี่ก็ตาม

การกลับคืนสู่ดินแดนอันอบอุ่น
           ในค่ำคืนใดค่ำคืนหนึ่งฝูงนกชายเลนฝูงใหญ่ซึ่งสะสมพลังงานจนพอเพียงจะเริ่มออก
เดินทางไกลอีกครั้ง ในคืนที่มีแสงจันทร์สลัว นกชายเลนฝูงหนึ่งกำลังบินลงทิศใต้ด้วยความ
มุ่งมั่น แม้รอบตัวจะรายล้อมไปด้วยความมืดอันว่างเปล่า และกำลังต่อสู้กับอยู่ระยะทางอันยาว
ไกล เป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้านั้นยังดำมืด     
            การบินตามกระแสลมบนทำให้พวกมันผ่อนพักภาระการกระพือปีกลงได้มาก นกฝูง
ใหญ่ยังคงบินเกาะกลุ่มกันไปอย่างเงียบกริบ และถึงแม้จะมากันเป็นฝูงแต่พวกมันก็ต้องดูแล
ตัวเองด้วยความโดดเดี่ยว รับผิดชอบต่อปีกที่กระพือถี่บินตามฝูงมุ่งสู่ความมืดเบื้องหน้ามีสมาธิ
ที่จะต้องแน่วแน่อยู่กับการบินตามฝูงที่ห้ามผิดพลาด หากอ่อนล้าหรือพลัดหลงเมื่อใด...บางที
ชิวิตทั้งชีวิตอาจเปลี่ยนแปลง

           ในฝูงนั้นมีนกอยู่ตัวหนึ่งที่มีขาอยู่เพียงข้างเดียวแตกต่างจากตัวอื่น แต่มันก็ยังกระพือ
ปีกถี่ตามฝูงไปอย่างไม่ลดละ แสงจันทร์สลัวที่ส่องกระทบทำให้มองเห็นแววตาที่มุ่งมั่นต่อการ
เดินทางไกลไม่แพ้ตัวอื่นๆ..ระยะทางนั้นยังเหลืออีกไกลนักสำหรับชีวิตเล็กๆที่กำลังบินอยู่บน
ท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง  ยังจะอีกสักกี่ขอบฟ้าจึงจะถึงจุดหมายกายและใจเท่านั้นที่จะต้องผนึกเป็น
หนึ่งเดียวสำหรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชีวิตในครั้งนี้.....

1