การตั้งชื่อของสิ่งมีชีวิต
การกำหนดชื่อสากลของสิ่งมีชีวิต
1. ชื่อพื้นเมือง - เรียกตามท้องถิ่น
2.
ชื่อสามัญ (Common name) - เป็นชื่อในภาษาอังกฤษ
3. ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) -
ชื่อสากล เช่น ในท้องถิ่นเรียกว่าปลาช่อนอะเมซอน ซึ่งเป็นชื่อพื้นเมือง
ชื่อสามัญเรียกว่า Giant Arapaima ชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Arapaima gigas
หลักในการตั้งชื่อสากลสิ่งมีชีวิต
ใช้การตั้งตามหลัก Binomial System ของ คาโรลัส ลินเนียส
- (ICZN) Zoological Nomenclature - หลักในการตั้งชื่อสัตว์
- (ICBN) Botanical Nomenclature - หลักในการตั้งชื่อพืช
Binomial System แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ
- ส่วนของชื่อสกุล (Genus) - Generic name
- ส่วนของชื่อสปีชีส์ (Species) - Specific
name (คำคุณศัพท์, สมญา)
กฏการตั้งชื่อ
1. ชื่อพืชและสัตว์ต้องแยกกันอย่างชัดเจน
2. มีชื่อที่ถูกต้องเพียงชื่อเดียวเท่านั้น
3. เป็นภาษาลาติน (เนื่องจากว่าภาษาลาตินเป็นภาษาที่ตายแล้ว
นั่นหมายถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงของคำ ทำให้มีความมั่นคงไม่ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา)
4. การเขียนหรือพิมพ์ชื่อวิทยาศาสตร์ ต้องต่างจากตัวอื่น
คือ ตัวเอน, ตัวหนา, ขีดเส้นใต้ เช่น Homo sapiens (คน)
5. จะใช้ชื่อ Genus หรือ species ซ้ำกันไม่ได้
6. ประกอบด้วยคำ 2 คำเสมอ คือ
- ในส่วนคำแรกจะเป็น
ชื่อสกุล (Genus) - เป็นตัวพิมพ์ ตัวอักษรแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นภาษาลาติน
- ในส่วนคำหลังจะเป็น
ชื่อสปีชีส์ (Species) - เป็นตัวพิมพ์เล็กหมด เป็นภาษาลาติน เป็นคนเดียวหรือคำผสม
* หมายเหตุ * ในส่วนของชื่อสปีชีส์
ถ้าหากลงท้ายด้วย spp. หมายถึง มีอยู่หลาย species แต่ถ้าหากลงท้ายด้วย
sp. หมายถึง มีอยู่ species เดียว
7.
ชื่อผู้ตั้ง นำด้วยตัวใหญ่ ไว้ด้านหลัง เช่น Carirosquilla thailandensis
Naiyanetr, 1992
Carirosquilla thailandensis คือ Species ของสิ่งมีชีวิต
Carirosquilla คือส่วนของ Genus
thailandensis คือส่วนของ specific epithet
Naiyanetr คือชื่อผู้ตั้ง
1992 คือปีที่ค้นพบ
หลักการตั้ง
1. ตั้งตามสถานที่พบ
2. ตั้งเป็นเกียรติให้บุคคลที่นับถือ เช่น
Thaiphusa sirikit
3. ตั้งเป็นเกียรติให้คนที่พบ
4. ตั้งตามขนาดตัวอย่าง เช่น Pangasianodon
gigas (ปลาบึก) (gigas = ใหญ่)
5. ตั้งตามลักษณะ เช่น Podoptamus rigil
(ปู) (rigil = ยาม)
กลับหน้าหลัก |