การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแปรรูป

โลกาปริทรรศน์ กำสรวลวิสาหกิจ (2)

วันพุธที่ 24 มีนาคม 2547

โดย วรพล พรหมิกบุตร

ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองของเม็กซิโก ได้เคยเห็นผลสะเทือนจากความพยายามของผู้นำเม็กซิโกในอดีต ในการโอนย้ายธุรกิจน้ำมันของเม็กซิโก ให้เป็นวิสาหกิจของรัฐ ความพยายามดังกล่าว ต้องเผชิญกับการตอบโต้ด้วยวิถีรุนแรงทั้งทางด้านลับ

ระหว่างการริเริ่มดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ตามกรอบคำแนะนำทางวิชาการของธนาคารโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 จนกระทั่งถึงช่วงเวลาการเกิดวิกฤติสถาบันการเงินครั้งใหญ่ของไทยปี 2540 ปรากฏว่า มีการดำเนินนโยบายขยายการลงทุน และพัฒนาวิสาหกิจของรัฐในกิจการสาธารณูปโภคสำคัญด้านพลังงาน, ไฟฟ้า, ประปา, การสื่อสาร และการขนส่งคมนาคม ซึ่งเป็นโครงการขยายศักยภาพการทำงานที่ใช้ปริมาณการลงทุนสูง แต่สอดคล้องกับระดับพัฒนาการทางเทคโนโลยีของวิสาหกิจแต่ละแห่ง

เช่น การลงทุนสร้างเขื่อนพลังน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า, การลงทุนปรับปรุงพัฒนาระบบท่อประปา และการปรับปรุงโครงสร้างบริหารองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินวิสาหกิจต่างๆ, การลงทุนพัฒนาระบบทาง และหัวจักรรถไฟ, การลงทุนพัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม สมัยใหม่มาตามลำดับ เป็นต้น

รัฐบาลไทยแต่ละยุคสมัยตั้งแต่การเมืองแบบเผด็จการทหาร จนถึงการเมืองแบบรัฐสภาตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดำเนินนโยบายการพัฒนารัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค โดยอาศัยเงินลงทุนสำคัญ 2 ส่วน คือ รายได้จากการดำเนินกิจการรัฐวิสาหกิจนั้น และเงินกู้จากสถาบันการเงินต่างประเทศที่รัฐวิสาหกิจนั้น ทำสัญญาข้อตกลงการกู้ยืม โดยมีกระทรวงการคลังและ/หรือ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องค้ำประกันเงินกู้

เงินกู้เพื่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจของไทยจำนวนมาก ระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2504-2540 เป็นเงินกู้จากธนาคารโลก และเครือข่ายสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ของกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งมีศูนย์กลางการทำงานและสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เงินกู้ต่างประเทศที่กล่าวถึงนั้น มีสถานะเป็น "เงินกู้ต่างประเทศ ภาคสาธารณะ" (exteranal public debts) ซึ่งผูกพันรัฐบาล และสาธารณชนไทย ร่วมกับองค์กรรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่ดำเนินโครงการพัฒนา โดยอาศัยเงินกู้และผลสัมฤทธิ์ จากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

เมื่อคิดเป็นองค์รวมโดยเฉลี่ยปรากฏเป็นคุณประโยชน์ ทั้งต่อสาธารณชนและงบประมาณภาครัฐ เพราะระบบรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค และการสื่อสารคมนาคมของไทย สามารถทำรายได้เป็นผลกำไรมากจนสามารถตัดแบ่งผลกำไรส่งมอบให้เป็นงบประมาณของรัฐ ทั้งนี้ นอกเหนือจากส่วนที่กันไว้สำหรับการชำระหนี้ต่างประเทศ ซึ่งรัฐวิสาหกิจก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว

สถานะทางการเงิน, การบริหาร และผลกำไรของระบบรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค โดยส่วนรวมจึงเป็นบวกมากกว่าเป็นผลลบ ทั้งต่อประชาชนส่วนรวม ของประเทศ และต่อรัฐบาลแต่ละยุคตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

สถานะที่เป็นบวกมากมายนั้นเอง ที่เย้ายวนความต้องการครอบครองกรรมสิทธิ์ของกลุ่มธุรกิจเอกชน ทั้งภายในและต่างประเทศ แต่การจะเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์เหนือกิจการและผลประโยชน์ระยะยาวของรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค จำเป็นต้องอาศัยอำนาจทางการเมืองอย่างเข้มข้น เช่น อำนาจเผด็จการ และ/หรือฉันทานุมัติ จากกระบวนการทางรัฐสภา ฯลฯ

เนื่องจากการเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์หรือความพยายามจะเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์รัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคดังกล่าว จะมีผลเป็นการโอนย้ายผลประโยชน์สาธารณะ (public interests) คิดรวมกันเป็นมูลค่าอันประเสริฐ ได้ให้กลายเป็นผลประโยชน์ถาวรของกลุ่มนักลงทุนภาคเอกชนต่อไป

ผลรูปธรรมที่จะกระทบสั่นสะเทือนต่อประโยชน์สาธารณะ (ในทางที่จะทำให้เกิดการสูญเสียกรรมสิทธิ์สาธารณะ) มีปริมาณและขอบเขตกว้างขวางยิ่งใหญ่ เทียบเท่ากับผลจากกระบวนการโอนย้ายกรรมสิทธิ์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นด้านตรงข้ามกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (privatization) นั่นคือ การโอนย้ายกรรมสิทธิ์ธุรกิจเอกชน มาเป็นวิสาหกิจของรัฐ (nationalization)

ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองของประเทศเม็กซิโก เราได้เคยเห็นผลสะเทือนจากความพยายามของผู้นำรัฐบาลเม็กซิโกในอดีต ในการโอนย้ายธุรกิจน้ำมันของเม็กซิโก ให้เป็นวิสาหกิจของรัฐ , ความพยายามดังกล่าว ต้องเผชิญกับการตอบโต้ด้วยวิถีรุนแรงทั้งทางด้านลับ และเปิดเผย จากความร่วมมือประสานงานกันระหว่างกลุ่มทุน-เอกชน และรัฐบาลพันธมิตรในโลกตะวันตก

ในทำนองคล้ายคลึงกัน, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองของประเทศชิลี เคยแสดงให้เห็นผลสะเทือนจากความพยายามของประธานาธิบดี ในอดีตในการโอนย้ายธุรกิจเหมืองแร่ (ทองแดง) และอื่นๆ ในประเทศชิลี ให้เป็นของรัฐ , ความพยายามดังกล่าว เผชิญกับการตอบโต้ด้วยวิธีรุนแรงจากการรัฐประหาร โค่นล้มและสังหารประธานาธิบดีชิลีท่านนั้น โดยมีบทบาทการแทรกแซงจาก "ทหารรับจ้าง" จากต่างประเทศเข้าเกี่ยวข้องกับการดำเนินการรัฐประหารครั้งนั้นด้วย

สิ่งที่ธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟแนะนำให้รัฐบาลไทย ดำเนินการให้สำเร็จภายหลังการเกิดวิกฤติการเงินกู้สถาบันการเงิน 2540 ได้แก่ การเร่งรัดการโอนย้ายกรรมสิทธิ์รัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภค ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของธุรกิจเอกชน

คำแนะนำดังกล่าวเป็นคำแนะนำภายใต้ชื่อ "การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ" (privatization) ซึ่งเป็นสุดขั้วด้านตรงข้ามกับการโอนย้ายกรรมสิทธิ์เอกชนให้เป็นของรัฐ (nationalization) แต่ผลสั่นสะเทือนต่อรากฐานผลประโยชน์ของสาธารณชน ในระยะสั้น และระยะยาวมีขอบเขตกว้างขวางไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

ในช่วงเวลาที่พลังการรวมฉันทานุมัติในรัฐสภา ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลปัจจุบัน เป็นพลังที่คิดเป็นจำนวนทางคณิตศาสตร์ได้ถึงขั้นเบ็ดเสร็จ, สังคมไทยและสาธารณชนไทยกำลังเผชิญภาวะล่อแหลมอย่างยิ่งยวดว่า รัฐบาลจะใช้พลังจากจำนวนคณิตศาสตร์การเมืองดังกล่าวนั้น เป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผลประโยชน์สาธารณะและประชาชน
 


1