|
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแปรรูป |
สวัสดีครับ ท่านที่เคารพทั้งหลาย มาถึงวันนี้ก็ดูคุ้นๆ นะครับ การที่คนกลุ่มหนึ่งสามารถมารวมกันและก็ยืนหยัด ผมเห็นวัฒนธรรม เห็นความเหนียวแน่นในการรวมตัวแล้ว ก็เชื่อนะครับ ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายไม่ได้รวมกัน เพื่อที่อยากจะได้หุ้นอะไรแบบที่เขาว่า ท่านทั้งหลายคงจะมีเหตุผลมีข้อเท็จจริงที่อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ ว่าท่านไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลอย่างไรบ้าง แต่กระบวนการที่ผ่านมา มันไม่เปิดโอกาสให้ท่าน แล้วมันไม่มีอะไรจะน่าเจ็บใจไปกว่า พูดข้างเดียว ประเด็นนี้สำคัญนะครับ จริงอยู่ รัฐบาลบอกว่า การไฟฟ้าไม่ใช่ของสหภาพ แน่นอนเห็นด้วย ของประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน การไฟฟ้าก็ไม่ใช่ของรัฐบาล ประชาชนต่างหากที่เค้าเป็นเจ้าของ งั้นทำอย่างไรล่ะครับ ท่านทั้งหลาย ถึงแม้ท่านจะไม่ใช่เจ้าของ แต่ท่านมีสิทธิประการหนึ่ง สิทธิที่จะได้รับการรับฟัง สิ่งที่ท่านเรียกร้องประชาพิจารณ์นั้น ก็คือความหมายอันนี้ รัฐบาลก็อย่าพูดข้างเดียวสิ ว่ากันมาเรื่องเป็นยังไง เหตุผลชั้นเป็นอย่างนี้ เหตุผลคุณเป็นยังไง ว่ากันตรงๆ แล้วให้ประชาชนเค้ารับฟัง ว่าใครกันแน่ที่มันจะขายชาติ เพราะฉะนั้นนะครับ ทางพวกผมทั้งหมดที่อยู่ในวุฒิสภานี่ ก็ในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชน เราเชื่อว่าปวงชนมีสิทธิ ที่จะรับฟังพวกท่าน รัฐบาลก็มีสิทธิเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ใช้สิทธิข้างเดียวแบบนี้ ไม่ถูก ประชาชนไม่ใช่ควายครับ ผมเชื่อว่าถ้าโอกาสเท่าเทียมกัน มีการสื่อสารที่เท่าเทียม มีการถ่ายทอด มีประเด็น มีกรรมการที่ชัดเจน ผมเชื่อว่า ท่านจะเปลี่ยนความคิดของผู้คนได้อีกมากมายนะครับ ด้วยเหตุดังกล่าว วันนี้ จึงมารายงานให้ท่านทราบ ว่าด้วยความนึกคิดเช่นนี้ว่า ชาวบ้านมีสิทธิ จะได้ยิน แล้วท่านมีสิทธิจะพูด ก็เลยได้เข็นเสนอญัตติ เข้าสู่วุฒิสภา กว่าจะชนะได้เกือบตาย เราได้เสนอญัตติว่า ให้วุฒิสภา ซึ่งเขาเชื่อว่านะครับ จริงหรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง ว่าน่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการเมือง รับจัดเวที รับฟังขึ้นมา กำหนดเสร็จอย่างช้า ไม่ใช่อย่างช้าครับ deadline เลย ก็คือ อาทิตย์ที่ 3 ของพฤษภาคมนี้ กำหนดเวลาแน่ชัด ให้จัดการรับฟังทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค แล้วก็เปิดเผยต่อผู้คน ต่อมวลชนทุกฝ่าย ใช้ทั้งทีวี ทั้งวิทยุ ทุกอย่าง จัดกติกา จัดปัญหาที่เป็นธรรมขึ้นมา คะแนนเท่าไหร่ทราบไหมครับ 57 ต่อ 57 ประธานต้องชี้ขาด แล้วประธานก็ไม่มีการชี้ขาดเป็นอื่น ท่านก็ชี้ขาดว่า ญัตติให้รับฟังประชาชนนั้นต้องชนะ ก็จะต้องตอบคุณอโณทัย คุณสมยศ พอญัตตินี้ชนะแล้วผมก็ต้องประสานกับเขาทั้งคู่ ว่าโอเค วุฒิฯ จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็นิมนต์มาว่า ช่วยมาบอกพี่น้องทางนี้ให้รู้เรื่องด้วย ผมก็ยินดีมา แต่พอมาแล้วมาแจกอะไรให้ผมคาดนี่นะครับ มันไม่สมบทบาท คนละเรื่องนะครับ ก็มาชี้แจงในฐานะที่ว่า อธิบายว่า เราวุฒิสภากำลังจะทำอะไร แล้วก็คิดว่าจะทำให้ท่านสามารถสื่อสารกับผู้คนได้ดีขึ้น ดังต่อไปนี้ วันนี้ประชุมเรียบร้อยแล้วนะครับ พรุ่งนี้จะแถลงข่าว ว่าเราจะทำอะไรบ้าง กำหนดการยังไงบ้าง เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับพี่น้อง ข้อแรก วันนี้ตั้งคำถามหลักเสร็จแล้ว มีอยู่ 6 ข้อ คณะกรรมการชุดนี้ เรียกว่า คณะกรรมาธิการศึกษาและรับฟัง ฟังดีๆ นะครับ แนวทางปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า เราไม่พูดถึงแปรรูปนะครับ พออยู่ดีๆ มาบอกว่าแปรรูปเนี่ย ไม่ได้ คุณต้องชี้ปัญหามาก่อนว่า มันมีโครงสร้างอะไรอยู่ในวิสาหกิจไฟฟ้าของประเทศที่คุณอยากจะเปลี่ยนแปลง ส่วนมันจะต้องเอาไปเข้าตลาดหุ้นหรือไม่นั้น อย่าเพิ่งพูด คุณพูดมาก่อนสิ ที่เป็นอยู่นี่มันไม่ถูกยังไง คุณพูดมาก่อน แล้วอธิบายเหตุผลมา ถ้ามันเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง คุณต้องอธิบายมา เพราะฉะนั้นนะครับ สมมุติว่า คุณหมอมิ้ง ฝ่ายรัฐบาลเนี่ยนะครับ เอาสมมุติ เราสร้างคำถามหลักประการหนึ่ง ปัญหาการระดมทุน คุณพูดมาสิว่า ความต้องการไฟฟ้าในปัจจุบัน ที่คุณพยากรณ์ไว้เนี่ย มันขาดอีกเท่าไหร่ มันต้องการเงินลงทุนอีกเท่าไหร่ แล้วคุณอธิบายมาสิว่าที่เป็นอยู่เนี่ย จนมีทรัพย์สินเป็นแสนๆ ล้านเนี่ย มันทำต่อไปไม่ได้ คุณอธิบายมาสิ แล้วทำไมคุณถึงเลือกเอาทุนของบ้านของเมืองไปในนามระดมทุน แล้วถามคุณสิ แล้วที่เอาไประดมทุนเนี่ย ตกลงไม่ต้องกู้ใช่ไหม มันต้องกู้อยู่ดี ไม่มีหรอกครับ ระดมทุนแล้วก็เอามาสร้างโรงไฟฟ้าได้ทั้งโรง ไม่ใช่ มันก็ต้องกู้อยู่ดี งั้นคุณช่วยอธิบายต่อสิว่า การกู้โดยบริษัทที่คุณจะแปรรูปไป กับการกู้โดยโรงไฟฟ้าที่เป็นอยู่เนี่ย มันดีมันต่างกันยังไงอธิบายมา ผมได้ฟังทางอโณทัย ทางสมยศ หรือแม้กระทั่งคุณกุ้ง มันมีสิ่งที่มันข้าม ไม่ได้บอกชาวบ้านเขาเยอะแยะ เขาพูดเหมือนกับระดมทุน แล้วก็เปิดโรงไฟฟ้าใหม่ ไม่จริง กู้มันต้องเสียดอกเบี้ย ดอกเบี้ยใครถูกกว่ากัน แล้วเงื่อนไขที่จะไปกู้เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยต่ำๆ เนี่ย ประชาชนเสียหายหรือเปล่า ตอบมาสิ ตรงนี้ ตอบมา เพราะฉะนั้นนะครับ สิ่งที่ประชาชนต้องการก็คือเวทีที่ซัดกันแบบนี้ เราจะพูดครั้งเดียว พูดให้หมด ไล่กันดู และในทำนองเดียวกัน การที่การไฟฟ้าซึ่งมติวุฒิสภามอบให้สหภาพนะครับ ไม่ได้มอบให้บอร์ดนะครับ ไม่ได้มอบให้ผู้บริหารนะครับ สหภาพก็มีโอกาสที่จะนำเสนอว่า การระดมทุนเนี่ย ยังเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอยู่ก็ระดมทุนได้ ด้วยเหตุผลโดยการแก้ไขดังต่อไปนี้ 1 2 3 4 ทำได้ คุณเปิดให้ผมออกพันธบัตรมั้ย คุณต้องไปคิดมาแล้วนำเสนอว่า ถ้ากู้โดยการไฟฟ้า เงื่อนไขมันเป็นยังไง ภาระมันจะตกกับผู้บริโภคยังไง ใครเบากว่ากัน นี่คือเวทีที่ผมคิดว่าการไฟฟ้ากับคุณมิ้ง น่าจะได้เจอกัน ปัญหาที่สอง ก็คือ คิดว่าประเทศเราอับจนหนทาง หมดเครดิต ต้องไปตั้งบริษัท แล้วก็ไปกู้เขาเนี่ย ทำเป็นบริษัทให้หมดเนี่ย ปัญหาที่สองที่ไม่ต้องตอบ คืออันนี้การไฟฟ้าไม่มีหน้าที่ที่จะต้องตอบ เพราะคุณไม่ได้เสนออย่างนั้น คือเขาต้องตอบเรื่องการถือครองกิจการ ถามว่า สินทรัพย์อะไรบ้างที่จะไปตกกับบริษัทที่จะตั้งขึ้นใหม่ เขื่อนด้วยหรือเปล่า ที่ดินนี้ด้วยหรือเปล่า แล้วสายส่งด้วย แล้วบอกว่า ไม่ได้ไปตกกับบริษัทหรอก ให้กรมธนารักษ์ถือไว้ คิดค่าเช่า อ้าว คิดค่าเช่าเหรอ อ้าว แล้วต้นทุนไฟฟ้าแพงขึ้นใช่ไหม ก็ไล่เอา มันก็ต้องไล่กันอย่างนี้ ว่าที่จะถือครองเอาอะไรไปบ้าง และที่สำคัญ ผมก็เพิ่งทราบ โอ้ ไอ้ตัวนี้ ขนาดนี้เชียวเรอะ คือ อันนี้ก็เป็นข้อมูลใหม่นะครับ ผมเพิ่งทราบ ทราบว่า Optic Fiber ที่เชื่อมระหว่างสายส่งทั้งหลายทั่วประเทศ ตัวนี้นะครับแปรเป็นมูลค่าโทรคมนาคมเนี่ยนะครับ ใครได้ถือครองไปได้เป็นหมื่นล้าน เอ๊ะ งั้นตกลงอันนี้นี่เอาไปด้วยใช่มั้ย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบ ต้องตอบว่าของหลวงที่จะไปน่ะ มันอะไรบ้าง เพราะถ้าเอาไปแล้ว มันก็เป็นประโยชน์ของผู้ถือหุ้น มันไม่ใช่ของหลวง คุณจะเอาอะไรบ้าง ตอบมาสิ แล้วข้อที่สอง ในอนาคตเนี่ย ถ้าเผื่อจะต้องเวนคืน จะต้องไปลากสายผ่านที่ชาวบ้านเขาอีก มันเป็นบริษัทกันหมดแล้ว ทีนี้ใครจะเวนคืน เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้นะครับ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบอย่างชัดเจน มีหน้าที่ต้องตอบอย่างแน่นอน แล้วที่บอกว่าจะออก พระราชกฤษฎีกาอย่างโน้นอย่างนี้ ปัญหาทางกฎหมายมีทันทีนะครับ พระราชกฤษฎีกานี้มันเป็นอำนาจตามพระราชบัญญัติทุน พระราชบัญญัติทุนมันพูดเฉพาะการโอนทรัพย์สิน มันไม่ได้พูดถึงการไปเวนคืน ไปเอาอำนาจอะไร ไปรุกล้ำสิทธิเสรีภาพชาวบ้าน ทำได้เหรอ ทำไมคุณไม่เอาพระราชบัญญัติเข้าสภา ตอบมาสิ เพราะฉะนั้นนะครับ นี่คือปัญหาที่สอง คือการถือครองที่ ผมคิดว่ารัฐบาลจะรับหน้าที่หนักทีเดียวในการที่จะต้องตอบ แต่ถ้าปัญหาการระดมทุนเนี่ย ทางสหภาพต้องศึกษากันให้ดีนะครับ รวมพลังแนวคิด ข้อมูลทั้งหลายที่คุณมีอยู่ มีข้อนำเสนอที่คนฟังแล้วพยักหน้าให้ได้ เพราะถ้าคุณนำเสนอไม่ดีไม่ชัดนะครับ เจ็บตัวเหมือนกันนะ ผมบอกเวทีนี้ 2 ปัญหาแล้วนะครับ ปัญหาที่ 3 ก็เป็นปัญหาเรื่องการแข่งขัน การไฟฟ้าของเราถูกวิพากย์มามาก อันนี้อย่าโกรธผมนะ ผมรวบรวมมาว่าต้นทุนของเรา อธิบายไม่ได้หลายอย่าง แล้วก็บวกกำไรเอาตามต้องการ นี่เขาว่านะผมไม่ได้ว่านะ เพราะฉะนั้น โครงสร้างราคาแบบนี้เป็นปัญหามั้ย จะใช้การแข่งขันเหรอ หรือจะใช้กรรมการมาควบคุม อธิบายได้ ตรวจสอบได้ ตอบมาสิ เพราะฉะนั้นถ้าการไฟฟ้าอธิบายได้ บอก ต้นทุนผมอธิบายได้อย่างนี้ ระบบผมเป็นอย่างนี้ การคิดกำไรเป็นอย่าง ถ้าคุณอธิบายได้ คุณรอด ในขณะเดียวกันถ้าทางฝ่ายรัฐบาลบอกว่าต้องมีการแข่งขัน เขาก็ต้องมีปัญหาหนัก แข่งขันตรงไหนครับ แข่งขันแบบ pool แบบตลาดกลางไฟฟ้า ที่ไฟฟ้าดับกันฉิบหายหลายประเทศน่ะ เอางั้นเหรอ เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลเสนอ power pool สอบหนักเหมือนกัน หรือเสนอกลไกตรวจทานราคา กรรมการมาจากไหนครับ ตอบมาสิ เสนอมา เพราะฉะนั้นนะครับ ถ้าจะมีกรรมการต้องไม่ใช่ ครม. แต่งตั้งแน่นอน ไม่ แน่นอน ยอมไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องกลไกราคานี่นะครับ ทางสหภาพและพี่น้องไฟฟ้าทั้งหลาย ท่านก็ต้องเตรียมเสนอว่าปัญหามีอยู่จริงหรือไม่ มีแนวทางแก้ไขอย่างไร เสนอมา ถ้ารัฐบาลจะเสนอแข่งขัน ก็ต้องตอบให้ชัด เสนอ regurate ควบคุม เอาใครเป็น ตอบมา 3 ปัญหาแล้วนะครับ ปัญหาที่ 4 ตรงนี้ เป็นปัญหาที่ต้องไปคิดนะครับ ผมไม่ได้สรุปเองนะครับ มีข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาสังคมและเศรษฐกิจ และข้อเสนอจากนักวิชาการในมหาวิทยาลัย 2 สำนัก เขาเสนอไว้อย่างนี้ เขาเรียกว่าปัญหาโครงสร้างโดยรวม ข้อแรก เขาบอกว่า รัฐบาลอยู่ฝ่ายนโยบาย แต่โครงสร้างปัจจุบันไม่ดี อยู่ในระดับนโยบาย ลงมาล้วง จริงหรือเปล่า ข้อที่สอง ส่วนที่กำกับดูแลด้วยเหตุด้วยผลด้วยความเป็นมืออาชีพ ส่วนนี้เราไม่มีเลย ส่วนที่สาม เราซึ่งเป็นพวก operator บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเอื้อมมือไปทางนโยบายแล้วก็กำกับดูแลตัวเอง แล้วก็เลยมีผู้เสนอว่า ช่วยแยกบทบาทเหล่านี้ให้ชัดได้มั้ย มีการกำกับดูแลชี้เปรี้ยงออกมาเลย ถ้าจะ 1000 เมกะวัตต์ตามความต้องการใหม่ ใช้พลังงานอะไร เงื่อนไขเป็นยังไง แล้วต้องจ่ายค่าความพร้อม จ่ายให้กับกิจการใหม่นี้ คิดยังไง มันไม่ควรจะให้ฝ่ายการเมืองมาซุ่มอยู่ข้างหลังแล้วก็แต่งเนื้อแต่งตัว แล้วก็มาฮุบเอาไปกิน ไม่ควร เพราะมันมีความอัปรีย์ทางการเมืองที่ซ่อนอยู่ในนี้ อันนี้ไม่ขอโทษนะ เราก็ไม่ยอมถอนด้วย เพราะมันเรื่องจริง เพราะฉะนั้นทำยังไงจะปรับโครงสร้างที่จะตรวจทานสิ่งเหล่านี้ได้ ก็มีผู้เสนออย่างนี้ขึ้นมา เอาให้ชัด ซึ่งถ้าเดินตามนี้นะครับ ต้องมีพระราชบัญญัติรับรองทั้งหมดเลย อย่างุบงิบแบบนี้ ไม่ได้เด็ดขาด ข้อที่สอง ฟังต่อนะครับตรงนี้ ท่านคิดให้ดี เดี๋ยวจะทะเลาะกันเองซะก่อน มีผู้เสนอว่า ในระดับ operator คือผู้ประกอบการนี่นะครับ สภาที่ปรึกษาเขาเสนออย่างนี้นะครับ เขาบอกว่า การไฟฟ้าพื้นฐาน เขาหมายถึง หนึ่ง ระบบสายส่งทั้งหมด พลังน้ำทั้งหมด เรามีผู้เสนอให้คลุมถึงเหมืองแม่เมาะด้วย ถึงเหมืองถ่านหินด้วย เขาบอกว่า พวกนี้เป็นพวกพื้นฐาน ที่ไม่มีความจำเป็น หรือสภาพการขยายตัวในการลงทุนมาก ไม่ควรจะแปรรูป เขาเสนอนะครับ เพราะแปรรูปแล้ว มันติดของหลวงเข้าไปเต็มเลย และมันไม่ควรจะเป็นส่วนที่หาประโยชน์ เพราะมันเป็นการสร้างพื้นฐานให้เพียงพอแล้วก็รับผลไฟฟ้า คิดค่าใช้จ่ายมา ส่วนที่เป็นการผลิตโดยพลังแก๊ส น้ำมัน ถ่านหิน อะไรพวกนี้ ตรงนี้ แยกออกมาต่างหาก และตามข้อเสนอของสภาที่ปรึกษานะครับ อย่างโรงไฟฟ้าวังน้อย โรงไฟฟ้าบางปะกง เขาบอกว่า โอเค ถ้าจะแปรรูป คุยกันได้ ว่ามีเหตุผล มีขั้นตอนยังไง แต่การไฟฟ้าพื้นฐานนี่ เขาบอกว่า ไม่ได้ มีผู้เสนออย่างนี้ว่าให้แบ่งส่วนปั่น ส่วนส่ง แล้วก็ส่วนขายนี่ออกจากกัน แล้วก็เสนอซ้ำเข้าไปอีกว่าในแต่ละส่วนนี่ สมมุติว่า โรงปั่นนะครับ อย่าให้ใครถือครองเกินกว่า 2 โรง เอื้อมมือไปผูกขาดหมด ไม่ได้ อันนี้เป็นปัญหาที่ 4 พวกท่านทั้งหลาย ทางสหภาพนี่ เห็นว่าเป็นปัญหามั้ย โปรดสังเกตนะครับ กติกาคราวนี้ ไม่ได้บังคับให้ท่านยอมรับปัญหานะครับ สำหรับปัญหาทั่วไปน่ะเป็นอย่างนี้ ท่านเห็นว่าเป็นปัญหามั้ย ถ้าเป็น จะแก้ยังไง ท่านเสนอมา อาจจะไม่จำเป็นต้องแปรรูป หรือปรับอะไรก็ได้ ท่านเสนอมาตามที่ท่านเห็น 4 ปัญหา ปัญหาที่ 5 นะครับ ก็คือเรื่องโครงสร้างทางกฎหมาย อันนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่นะครับ ว่าเวนคืนที่ดินผมมาจะไปทำกิจการรถไฟ ให้เอกชนเช่าทำเซ็นทรัล อันนี้ขัดรัฐธรรมนูญนะครับ บอกให้ บ้านอื่นเมืองอื่นทำไม่ได้ บ้านนี้เมืองนี้ทำได้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณเอาที่ดินอะไรทั้งหลาย จริงอยู่คุณบอกว่าอยู่กรมธนารักษ์ แต่ปรากฏว่าอำนาจจัดการดูแลอยู่กับเอกชนหมด ธนารักษ์ถือเพียงในนาม ชอบโดยรัฐธรรมนูญหรือเปล่า นี่เป็นปัญหากฎหมายที่รัฐบาลต้องตอบ แล้วเขาก็ต้องตอบว่าเขาจะมาสร้างระบบอย่างนั้น ออกพระราชกฤษฎีกา ตั้งกรรมการ ก็จะติดปัญหาพระราชบัญญัติอีก ว่าทำได้หรือไม่ ปัญหาที่ 6 นะครับ ปัญหาสุดท้าย เขาเรียกพวกคุณว่า tiger sleep eat ใช่หรือเปล่า คือปัญหานี้ ถ้ามันจะเป็นปัญหา มันก็เป็นเรื่องการปฏิรูปการบริหารของ กฟผ. ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องแปรรูป ใช่หรือเปล่าครับ มันคนละเรื่อง เพราะฉะนั้น ส่วนที่เป็นปัญหาการปฏิรูปโครงสร้าง กฟผ. ให้มีประสิทธิภาพขึ้นนี่ เราก็เลยกำหนดเป็นปัญหาด้วย แต่ถ้าทางสหภาพ ทางพี่น้องเห็นว่าที่เป็นอยู่นี่มีประสิทธิภาพแล้ว ท่านก็เสนอมา หรือถ้าปฏิรูป ปัญหาคือตรงนี้ 1 2 3 4 เพราะการเอาปัญหาที่อ้างว่า กฟผ. ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารทางธุรกิจ ไปทำลายประสิทธิภาพและความเป็นเจ้าของของกิจการไฟฟ้าของประเทศนี่ อันนี้มันมั่ว เพราะฉะนั้นวันนี้โครงสร้างทั้งหมดนี้ คณะกรรมาธิการมีมติเรียบร้อยแล้วว่ามี 6 ข้อ คณะกรรมาธิการ ก็จะมีคุณโสภณ สุภาพงษ์ เป็นประธาน คุณมีชัย วีรไวทยะ เป็นรอง คุณสักกอ แสงเรือง อาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล แล้วก็ผม แล้วก็ตัวแทนจากกรรมาธิการพลังงานแปรรูป มามีส่วนร่วม กำหนดเรียบร้อยแล้ว แล้วพรุ่งนี้จะแถลงข่าว ถามว่าจะแถลงอะไร งานจะเป็นอย่างนี้ ตรงนี้ฟังดีๆ นะครับ เรากำหนดคำถามหลักเสร็จแล้ว เราจะส่งให้ผู้มีหน้าที่ตอบดังต่อไปนี้ 1. สหภาพการไฟฟ้า ในฐานะเป็นตัวแทนของท่าน ไฟฟ้าไม่ใช่ของท่าน แต่ท่านมีสิทธิที่จะพูด เพราะฉะนั้นสหภาพการไฟฟ้ามีหน้าที่ที่ต้องระดมข้อมูล ความคิดเห็น คนเก่งทุกคนที่อยู่ในการไฟฟ้า ไม่ว่าจะมีตำแหน่งอะไร ต้องมาช่วยกันพัฒนาข้อเสนอนี้ ต้องมีหน้าที่พัฒนาข้อเสนอนี้ ให้รู้ว่าเราทำงานกันยังไง อะไรที่ว่าเราข้างเดียวไม่เห็นเหตุเห็นผล ขออธิบายอย่างนี้ 1 2 3 4 อะไรที่เป็นปัญหาจริงๆ แต่มันไม่ได้อยู่ที่เรา มันอยู่ที่กระทรวงพลังงานมีนู้น ไปเอาท่านได้มั้ย แต่อะไรเป็นปัญหาอยู่จริงควรจะแก้ไข ใช้เวลายังไง ก็ตอบเขาไป ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ เราคิดเป็น เสนอเป็น เราสร้างบ้านสร้างเมืองได้ ขอให้ฟังเราบ้าง เพราะฉะนั้นฝ่ายแรกที่พัฒนาข้อเสนอนี้ คือสหภาพ แต่ผมเตือนสหภาพ เตือนน้องทั้งคู่ งานนี้ห้าม ห้ามรมควันคนเดียวเป็นอันขาด ตั้งคณะทำงาน ดึงทุกฝ่าย ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายไฟแนนซ์ มาระดม ให้เวลา ขอโทษนะครับ ถ้าสิ้นมิถุนายน มันจะติดสมัยประชุม ในสมัยประชุมหน้านี่ เอาเข้าสภาไม่ได้ รู้สึกเป็นสมัยออกกฎหมาย เพราะฉะนั้นโดยข้อกำหนดที่ต้องมีรายงานเข้าสภาภายในมิถุนายนนี่ ต้นมิถุนายนนี่ เราจึงจำเป็นต้องวางกำหนดว่า ให้เวลาท่าน สหภาพนี่นะครับ 3 อาทิตย์ ทำกิจการไฟฟ้าอยู่กับมือมาตลอดชีวิต ให้เวลา 3 อาทิตย์ ตอบไม่ได้ ให้มันรู้ไป กำหนดความยาวเดี๋ยวจะแจ้งมา วันจันทร์จะมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการมา กำหนดความยาวอาจจะไม่เกิน 3040 หน้ากระดาษ เล่นกันแบบวิทยานิพนธ์เลย แล้วต้องมีลักษณะเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่รายงานวิจัยนะ ปัญหานี้มองได้อย่างนี้ มีข้อเสนอกี่ทาง เป็นตัวอย่างนี้ไม่เอา เสนอมาเลยเอายังไง รับปัญหาอะไร บอกมาเลย แล้วต้องมีวิธีนะครับ ท่านก็พูดถึงข้อเสนอของท่าน แต่เวลาเราถามเราบอก เอ้า ปัจจุบันมีปัญหาการระดมทุนมั้ย มีความต้องการในระดมทุนอยู่เท่าไหร่ มีทางเลือกอะไรบ้าง โปรดสังเกตนะ มีทางเลือกอะไรบ้าง ให้เลือกแนวทางใด เพราะอะไร ท่านก็ต้องชี้ไป แนวทางเลือกประการหนึ่งคือนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วระดมทุน เห็นด้วยมั้ย ไม่เห็นด้วยก็ใส่เข้าไป แต่ไม่ใช่มัวแต่ด่าของเขาเสร็จ ของตัวเองเสนออะไรบอกคุณไม่รู้ ไม่ได้ เพราะงั้นอย่ามัวเสียเวลาไปด่าเขานะครับ ต้องพัฒนาข้อเสนอของเรา ให้เห็นทางเลือกต่างๆ ตรงนี้ผมบอกนิดล่ะกัน ผมฟัง ดร. วุฒิพงศ์ กับคุณวิลาศ เขาพูดตรงนี้ ผมว่าคอนเซ็ปต์เขา ข้อคิดเขาชัด เขาบอกว่า แนวเสนอของรัฐบาลนี่ ถ้าไม่ระวังจะเปลี่ยนรูปโฉมการไฟฟ้า ปัจจุบันเขาเรียกว่าเป็น service base มุ่งให้บริการต่อเนื่อง ไม่ดับ ทั่วถึง กำไรจะส่งเข้ารัฐเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเงินมาก อันนี้เรียกว่า service base แต่ถ้าเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ มันจะกลายเป็น profit base มันจะมุ่งไปที่กำไร เพราะเข้าตลาดมันก็ต้องหากำไรให้กับผู้ถือหุ้น เพราะฉะนั้น การระดมทุนตรง service base นี่ คุณเสนอมาสิ เสนอออกมา ให้เวลา 3 อาทิตย์ ฉุดวิทยานิพนธ์ 1 ฉบับ ระดมความคิด ความรู้ ความสามารถ คนในกฟผ. ขึ้นมาให้ได้ ไม่ต้องไปฟังบอร์ด หรือชาวบ้าน ไม่เกี่ยว วุฒิสภา เขาไม่ได้ถามการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขาถามสหภาพ ถามพี่น้องทั้งหมด แต่ถ้าคนในตำแหน่งบริหาร มีความรู้ความสามารถและยินดีช่วยในฐานะที่เป็น กฟผ. คนหนึ่ง จงต้อนรับเข้ามา เพราะงั้นอันนี้ชัดเจนนะครับ ขอเตือนเอาไว้จะได้ไม่ทะเลาะกันนะครับ 2. ฝ่ายที่สองที่ต้องทำวิทยานิพนธ์ ก็คือ รัฐบาล ก็จะทำหนังสือไปถึงรองนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็จะประสานภายในไปถึงรองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ยังสับสน ไม่ทราบว่า ท่านมิ้งหรือท่านสมคิด ใครกันแน่ที่คุมปัญหา แต่คงไม่ยากที่จะหาและประสานท่านได้ เรียนกับท่านตรงๆ ท่านพูดแค่ปัญหาระดมทุนไม่ได้นะครับ มันมีปัญหาเรื่องราคา ปัญหาเรื่องโครงสร้างกฎหมาย ปัญหาเรื่องโครงสร้างโดยรวม ท่านตอบทีละครั้ง ทีละส่วนไม่ได้ ที่เราจัดเวทีประชาพิจารณ์ขึ้น นี่คือโอกาสอันดีของรัฐบาล ที่จะตอบวิทยานิพนธ์อย่างเท่าเทียมกับ กฟผ. ยกกันมาตอบเลยสิ ท่านมิ้ง เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มา ไม่ร่วมมือ กรรมาธิการก็จะใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ออกคำสั่งให้มา ให้เสนอ ถ้าพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง ส่วนสหภาพนี่ผมบังคับไม่ได้ ปรึกษากันเอง จะเอาเวทีนี้หรือเปล่า จะเอาไหมครับ เรากล้าเอาปัญญามาสู้กับรัฐบาลไหม ตอบสิครับ ถ้าเข้าใจอย่างนี้ มาช่วยกันระดมตรงนี้ ผมไม่ได้หมายถึงให้พักรบ พักอะไร ไม่เกี่ยวนะ ระดมมาตรงนี้ แล้วตลาดหลักทรัพย์ไม่จำเป็น อย่าไป มันดักจับอยู่ ผมเช็คแล้ว โดนแน่ นั้นล่ะกล่องดวงใจ ทางนี้ไปเมื่อไหร่ล่ะก็ โดนแน่ 3. เอาล่ะ ฝ่ายที่ 3 อันนี้เป็นสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญสร้างขึ้นไว้ เขามีองค์ประกอบหลายส่วนและเขาก็เคยยื่นข้อเสนอถึงนายกไปแล้ว เขาก็เสนอด้วย เพราะฉะนั้น 3 อาทิตย์นี้นะครับ ก็มีของ ดร. วุฒิพงศ์ กับคุณณรงค์ โชควัฒนา ตรงนั้นก็คล้ายๆ กับสภาที่ปรึกษา พอได้วิทยานิพนธ์นี้ ภายใน 3 อาทิตย์ คือสิ้นเมษาฯ แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น คำตอบเป็นอย่างนี้ครับ เราจะตั้ง คณะผู้ซักถามขึ้น กรรมาธิการ 9 คน แล้วก็ตัวแทนผู้บริโภค ตัวแทนหอการค้า ตัวแทนสภาอุตสาหกรรม สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ แล้วก็สันนิบาตเทศบาล และท้ายสุดคืออาจารย์เศรษฐศาสตร์ ทุกคณะ คนพวกนี้จะนั่งอ่านวิทยานิพนธ์ของทุกฝ่ายให้เวลาศึกษา 1 อาทิตย์แล้วไปประชุมกันตั้งคำถามบอก ตัวเองจะถามอะไรการไฟฟ้า ตัวเองจะถามอะไรรัฐบาล ประมวลคำถามไว้ พอถึงวัน เข้าใจว่าจะเป็นกลางพฤษภา นะครับ อย่างช้า จะเป็นวันเรียกว่าวันประชาพิจารณ์ รอบแรก เอ้า การไฟฟ้า แถลง ให้เวลา 2 ชั่วโมง แค่นี้นะ แถลงเลย ออกอากาศทั่วประเทศ แล้วตอนนำเสนอรายงานต้องตอบหมดนะ ตอบเรื่องระดมทุน เรื่องโครงสร้างต่างๆ ที่เราตั้งไว้ คุณต้องตอบให้หมด รัฐบาลเหมือนกัน เอ้า เชิญ ตอนนี้รอบท่านแล้ว เขาจะส่งท่านมิ้งหรืออะไรมา เราไม่เกี่ยว ให้เวลา 2 ชั่วโมง ตอบทั่วประเทศ สภาที่ปรึกษาเสนอเท่ากัน โอเค จบรอบแรก อาจจะใช้เวลาวันเดียวหรือ 2 วัน เอ้า พัก 1 วัน แล้วจะมีสรุปย่อออกทีวี ออกสื่อทุกอย่าง มาถึงวาระสุดท้าย ไม่ใช่ใครตายนะครับ รอบสุดท้าย คือ เอาล่ะ ขอเชิญนั่ง ท่านมิ้ง ตัวแทน กฟผ. ไม่จำเป็นต้องเป็นสมยศหรืออโณทัยนะ ทีมคนทำเป็นคนชี้แจงก็ได้ คนนี้ชี้แจงเรื่องนี้ เลือกคนที่เก่ง ตอบได้ แจ๋ว พูด เอาล่ะ นั่ง 3 ฝ่าย หรือ 4 ฝ่าย แล้วก็มีทีมอยู่ข้างหลังคอย support ไม่ว่า เอ้า กรรมการเริ่มถาม ทีนี้จะถามเกี่ยวกับเรื่องอะไร เอ้า ปัญหาเรื่องระดมทุน กฟผ. เสนออย่างนี้ เอ้าท่านกรรมการ มีใครอยากถาม กฟผ. บ้าง อาจจะมีอาจารย์คนหนึ่งอาจจะยกมือถาม ที่ท่านว่าจะออกพันธบัตรเนี่ย ประเมินหรือยังว่าจะมีคนซื้อมั้ย คุณจะให้ดอกเขาเท่าไหร่ ตอบมาสิ เอ้า ท่านมิ้ง มีใครถามท่านมิ้งบ้าง เรื่องนี้ ก็บอกว่าจะได้ดอกถูกๆ นะ เงื่อนไขยังไงที่เขาจะให้กู้ ถ้าประโยชน์ไม่สูงเขาจะให้คุณกู้เหรอ ตอบมาสิ ไอ้เงินกู้ถูกๆ ที่คุณว่าน่ะคือการเอาประชาชนไปขายใช่ไหม ในอดีตมันเป็นอย่างนี้ ตอบสิตอบ เพราะงั้นทุกฝ่ายจะถูกถาม ในประเด็นแต่ละประเด็นไล่กันทีละเรื่อง เรื่องโครงสร้างบริหาร เรื่องโครงสร้างราคา เรื่องโครงสร้างการลงทุน เรื่องการถือครอง ไล่กันหมด คนก็จะฟังกันทั้งประเทศ ทีละเรื่อง ทีละเรื่อง เฮ้ยๆ เห็นด้วยกับเขาหรือเปล่า เฮ้ย อันนี้มั่วนี่หว่า เฮ้ย อันนี้พูดขัดกันนี่ เฮ้ย อันนี้ตอบเขาไม่ได้นี่ เฮ้ยอันนี้มั่วแล้ว อันนี้ไม่ได้ ผู้คนที่เราบอกว่าเขาเป็นเจ้าของนี่ เขาจะเกิดขึ้น เขาจะเข้าใจ เออ เรื่องมันเป็นยังไง นี่คือเป้าหมายที่สุดที่วุฒิสภาต้องการ พอเสร็จการไล่ทีละประเด็นทุกฝ่ายแล้วนี่นะครับ ผลสุดท้ายก็จะเป็นการสรุป สรุปนี่คือ สรุปผลการรับฟังนะครับ ไม่ใช่กรรมาธิการ 9 คนตรัสรู้ บอก เฮ้ย เลิกแปรรูป ไม่ใช่ สรุปผลการรับฟังว่าเรื่องนี้ กฟผ. ตอบยังไง รัฐบาลตอบยังไง สภาที่ปรึกษาตอบยังไง มีปัญหาข้อมูลของใครบ้างในความเห็นของกรรมการ กรรมการคนไหนเห็นยังไง กรรมการคนไหนถามยังไง สรุปหมด ช่วงนี้ก็ออกอากาศเหมือนกันนะครับ แล้วจะใช้เต็มที่ข่าวสารทุกอย่างจะอยู่ในนั้น ท้ายสุดอะไรเกิดขึ้น ได้รายงาน 1 ฉบับ แต่ขอโทษ คุณภาพของสังคมเปลี่ยนไปแล้ว ผู้คนได้รู้ได้เห็น ได้เห็นปัญหา ไม่ถูกฟังข้างเดียว ผมทนไม่ได้ มันออกสปอตอยู่ได้ ไอ้สปอตกร๊วกนั่นมันดูถูกสมองคนจริงๆ มันข้ามข้อเท็จจริง ข้ามปัญหาอะไรๆ ไปหลายอย่าง มันพูดอย่างกับว่าแปรรูปแล้ว ไม่ต้องกู้เงินงั้นแหล่ะ ไม่ใช่ ต่อให้เป็นบริษัทก็ต้องกู้เงินครับ หนีไม่พ้นนะครับ กู้แบบ กฟผ. หรือกู้แบบบริษัท อันไหนประชาชนได้ประโยชน์ มันข้ามไปเฉยๆ อย่างงั้นแหล่ะ ประชาชนจะเปลี่ยนคุณภาพ แล้วกระดาษแผ่นนั้น ปึ๊งนั่น จะเข้าสู่วุฒิสภาในที่ประชุมวุฒิสภา ในต้นมิถุนายน อาทิตย์แรกเลย แล้วก็จะมีมติให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเข้าร่วมประชุมด้วย ตรงนั้นนะครับ ตรงนั้นก็ถ่ายทอดทั่วประเทศด้วยเช่นกัน เพราะงั้นเรื่องของสภาพที่เราเถียงกันไว้ ชี้กันไว้เนี่ย รัฐบาลจะถูกบังคับให้ต้องตอบเลย เอ็งเอาไงแน่ จะหยุด จะทบทวน จะเดินหน้า หรือจะปรับแก้ยังไง ตอบมาเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นนะครับ ก็จบตรงนี้
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่กรรมาธิการมอบให้ผมมารายงานต่อพี่น้องว่า
มีปากแล้วเหมือนมีอะไรไม่ทราบ พูดไม่ออก หรือพูดแล้วไม่มีใครได้ยิน ตรงนี้
เราคิดว่าท่านมีสิทธิที่จะพูด แล้วที่สำคัญประชาชนไม่ใช่ควาย
ประชาชนมีสิทธิที่จะฟัง เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่วุฒิสภาทำหน้าที่แล้ว
แล้วก็มารายงานให้ท่านทราบ แล้วก็เชิญชวนพี่น้องด้วย
เอาเหตุเอาผลเอาข้อเท็จจริงต่างๆ เข้ากระบวนการนี้ให้เต็มที่ แล้วผมคิดว่า
อันนี้เป็นจุดที่วุฒิสภาทำได้ ดีที่สุดตรงนี้
ท่านเคยขอประชาพิจารณ์มาแล้ว ไม่เคยจัดให้ท่าน ไอ้ที่จัดที่เรียกว่า
public hearing
นั่น จริงๆ แล้วมันไม่ใช่
public hearing
มัน
public listening
คือมึงจงฟังกูข้างเดียว แต่เวทีนี้ไม่ใช่ ท่านจะได้สิทธิพูด
แล้วการซักถามก็จะซักถามโดยตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด
ไม่ใช่ นาย ก ไก่ นาย ก๊อกแก๊กอะไร ยกมือขึ้นมา ขอถามหน่อยคร้าบ ไม่ได้ มันเป็นชุดๆ
และมีการศึกษาข้อมูล และก็ไล่กันทั้งหมด งั้นเพราะความจริง แง่มุม เหตุผลตรงนี้
ที่จะปรากฏต่อประชาชนโดยกระบวนการนี้ วันดีเดย์ทั้งหมดนะครับ ก็คือ
อาทิตย์ที่ 3 ของพฤษภาคม
สังคมไทยทั้งสังคมจะได้รู้เรื่องว่า อะไรคือปัญหานะครับ ท่านก็มีสิทธิที่จะพูดแล้ว
ชาวบ้านเขาก็ได้สิทธิที่จะฟังแล้ว เอาไม่เอา ขึ้นกับท่าน ขอบคุณครับ
อ. แก้วสรร อติโพธิ ปราศรัย ณ เวทีคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ. |