การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแปรรูป

มองแบบคนของรัฐ
30
เมษายน 2547


เมื่อเป็นเอกชนย่อมเกิดการแข่งขัน และ ราคาค่าบริการถูกลง เห็นด้วย ถ้าประชาชนได้ประโยชน์

แต่มองอีกมุม ใครจะแข่งขันปักเสากับ การไฟฟ้าทั้งสามแห่ง

โครงการทุกบ้านต้องมีไฟใช้ ที่ให้ กฟภ. ดำเนินโครงการ การปักเสาพาดสาย ของกฟภ. ซึ่งเป็นการลงทุนของรัฐ เมื่อแปรรูป ในพรบ. ทุนรัฐวิสาหกิจ บอกว่า หนี้ ที่เป็นของรัฐวิสาหกิจเดิม หลังจากแปรรูปไปแล้ว รัฐบาลก็ต้องค้ำประกันหนี้ส่วนเก่าอยู่ดี แถมผู้ถือหุ้นไม่มีภาวะเสี่ยงในการลงทุนปักเสาพาดสาย เพราะมันเป็นหนี้ในส่วนของภาคประชาชน(รัฐ) ผู้ถือหุ้นก็จะมีแต่กำไรโดยไม่ได้ถือว่าลงทุน ส่วนการปักเสาพาดสาย

ในส่วนของ
กฟผ. ต้องปักเข้า ไปในลาว พม่า มาเล เขมร กฟผ. ก็ได้ลงทุนไปในขณะที่เป็นภาครัฐ เมื่อแปรรูปไปก็เป็นลักษณะเดียวกับ กฟภ. แล้วต่อไป บริษัทโทรคมนาคม ก็อาศัย เสา ของทั้ง กฟผ. กฟภ. กฟน. ในการพาดสายสัญญาณต่างๆ โดยที่ไม่ต้องลงทุน ในการปักเสานับแสนล้านบาท

ถ้าจะยกกรณีการให้บริการ
ปตท. เมื่อแปรรูปไปแล้ว รัฐบาลก็ไม่สามารถพยุงราคานำมันไว้ได้ แต่สร้างภาพก็คือ น้ำมันราคา ลิตรละ 17 บาท แต่เราซื้อน้ำมัน ลิตรละ 16 บาท หาก วันไหนราคาน้ำมันเหลือ 15 บาท เราก็ต้องซื้อลิตรละ 16 เท่าเดิม แล้วมันต่างอารายกัน อย่างแก๊สที่มีอยู่ในประเทศทำไมถึงแพงก็เพราะ บริษัทที่ได้รับสัมปทานมันเป็นเอกชน

การที่ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจ หาก ปตท. ไม่ขึ้น บริษัทก็จะขึ้นแพงกว่า ปตท ไม่ได้

ปตท.เป็นกลไกของรัฐ ที่ใช้บีบบริษัทเอกชนในเรื่องของราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน

การบินไทย แปรรูปไปแล้วบริการดีขึ้น คุณคิดว่าคนที่ใช้บริการของ การบินไทย ใช้ทั้ง 62 ล้านคนหรือไม่ แล้วคนที่ใช้บริการเป็นใคร แล้วบริษัทมาแข่งกับการบินไทย บริษัทของใครล่ะ

องค์การโทรศัพท์และการสื่อสารแห่งประเทศไทย ก็เช่นกัน

หนี้เดิมรัฐ(ประชาชน)ก็ต้องเป็นผู้ค้ำประกัน การขยายโครงข่ายต่างๆ ก็ได้ทำไปมากมายตอนที่เป็นภาครัฐ แล้วค่าสูญเสียในสายก็ไม่มี

การสื่อสารแห่งประเทศไทย โดยปกติใครจะทำอะไรเกี่ยวกับสื่อสัญญาณทั้งหลายจะต้องจ่ายเงินค่าสัมปทานด้วย ซึ่งก็หมายถึงให้รัฐ แต่วันวันนี้มันดูไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว อย่างไอทีวียังเป็นเอกชนที่สามารถชนะรัฐ(ประชาชน)ได้ ก็แสดงว่า เอกชนมีอำนาจมากกว่าหรืออย่างไร

น้ำ ไฟ คนต้องกินต้องใช้ทั้งสิ้น เมื่อแปรรูปแล้วจะคุ้มไหม

เมื่อแปรรูป การดำเนินงานก็ต้องเป็นธุรกิจ ทุกอย่างตีมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น ภาษีต่างๆ เช่น ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ค่าธรรมเนียม ที่ได้รับการยกเว้นเพราะถือเป็นหน่วยงานของรัฐ ก็จะต้องจ่ายทั้ง เสาที่ปักอยู่ ก็ต้องเสียภาษีท้องที่ ทุกอย่างล้วนเป็นต้นทุนทั้งสิ้น

โครงการต่างที่เคยทำอาจถูกยกเลิกก็ได้ ไฟเกษตร ไฟชนบท ไฟสาธารณะ ไฟทหารผ่านศึกษา เพราะยังไงก็ไม่กำไร

ทุกวันนี้ต้องถามคำถาม ว่า ทำไม ไฟฟ้าทั้งสามแห่ง ยืนอยู่ได้เพราะการขายไฟให้กับภาค เอกชนทั้งสิ้น ประชาชนคนทั่วไป ลองมองดูบิลค่าไฟฟ้าที่บ้าน หากท่านใช้ไฟไม่เกิน 400 หน่วย แสดงว่าท่านใช้ไฟถูก เพราะหน่วยที่400 จะราคาจะเท่าทุน 401 คือหน่วยที่ ไฟฟ้าจะคิดกำไร แต่ถ้าหากใช้อยู่ที่ไม่เกิน 600 ท่านก็ยังไม่ขาดทุน เพราะหน่วยที่ต่ำกว่า 400 ขาดทุนทั้งสิ้น

มองย้อนไปสิบกว่าปี ผมจำได้ ผมกินข้าวจานล่ะ 5 บาท น้ำหวาน แก้วล่ะบาท ทุกวันนี้ ข้าว ขึ้นมา 300 % น้ำหวาน ขึ้นมา 500 % แต่เชื่อไหมค่าไฟฟ้าขึ้นมา 233%

บางคนบอกว่า โทรศัพท์มือถือมันเกิดการแข่งขัน อืมใช่ ลองมองให้ลึกอีกสักหน่อย
1. ais โปรโมชั่นดีๆ ไม่ค่อยมีแล้ว 2. orange ก็ยังมีบ้าง 3. detac ก็ธรรมดา 4 น้องใหม่ ฮัชเชย
รูปแบบการทำตลาด คือ เมื่อมาใหม่ ก็ถูกไปหมด มีกลยุทธ์ทางการตลาดมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป แนวโน้มราคาค่าบริการก็จะสูงขึ้น โปรโมชั่นดีก็จะหมดไปพร้อมกับราคาถูก

หากทุกบริษัทตกลงกัน เพียงเพราะคิดว่า มันไม่มีใครขาดทุน ขอให้มีเพียงพอกับรายจ่ายประจำและกำไรคงที่ ราคาและการให้บริการจะไม่มีทางลดลง นอกจากจะมีน้องใหม่มาอีก จะกำไรหรือไม่ก็ลองมองดูว่ามีการให้เช่าโครงข่ายกันยังกำไร และมันเป็นอย่างที่ว่าไหมก็ลองดูของ ais

การระดมทุนก็มีหลายวิธีไม่จำเป็นต้องเอาเข้าตลาดหุ้น เช่น การออกพันธบัตร ให้ประชาชน มีสิทธิในผลประโยชน์ ชาวนา กรรมกร ก็มีสิทธิซื้อเก็บไว้ให้ลูกหลาน กำไรแน่ๆ ไม่ขาดทุน ไม่มีภาวะเสี่ยง ไม่ต้องศึกษา ผ่านไป 5 ปี 10 ปี ก็คืนเงินต้นพร้อมทั้งผลประโยชน์ให้ น่าจะดีกว่า แต่ไม่คิด หรือรู้ แต่ไม่ทำ จะฮุบไว้ให้ใคร

ถ้าเป็นหุ้น ชาวบ้าน ใครจะไปเสี่ยง

สุดท้าย ที่เอาโฆษณาปัญญาอ่อนมาออกทางช่อง 9 น่ะมันทุเรศสิ้นดี ใครเขาจะถามอย่างนั้น ตอบอย่างนั้นทุกคน

มันเป็นการโฆษณา ชี้นำ และชวนเชื่อ โฆษณาทำลายความน่าเชื่อถือหน่วยงานของรัฐ แล้วไอ้ช่องนี้ก็เป็นของรัฐ แต่เดี๋ยวนี้ใช้ทำลายพวกเดียวกันเสียแล้ว

บอกให้ทำประชาพิจารณ์ เปิดเสวณาที่สนามหลวง ตอบทุคำถาม มีการถ่ายทอดสดทำไมไม่ทำ

หนี้สิ้นกฟผต้องจ่ายดอก 7000 ล้านต่อปี โฆษณาทำลายความน่าเชื่อถือหน่วยงานของรัฐ แต่หนี้นี้กฟผ มีปัญญาใช้ ไม่เห็นเหมือน ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ กับ 56 ทรัสต์ที่เอาเงินภาษี ประชาชนไปอุ้ม แล้วขณะที่บอกว่าตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการป้องกัน มันยังโกงกันได้เลย

เอาหนี้ npl โยนมาให้ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

ข้อสังเกต
การไฟฟ้าทุกการไฟฟ้า รณรงค์ให้ทุกคนประหยัดไฟ ไม่เคยมีโปรโมชั่นว่า ยิ่งใช้มากยิ่งถูก เพราะถ้าประชาชนใช้มาก เราก็ยิ่งขาดทุนเพราะต้องเอากำไรจากภาคเอกชนไปเฉลี่ยกับภาคประชาชน
ที่พูดไม่ได้หมายความว่าต้องเชื่อ ไม่บังคับ แต่อยากให้เชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น

พูดในฐานะคนไทย และเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่ก็เป็นลูกหลานชาวนา

1