การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแปรรูป

ตลาดหุ้น..แหล่งใหญ่ไซ่ฟ่อนเงิน
Nation สุดสัปดาห์
: 10 พฤษภาคม 2547
โดย
สุนันท์ ศรีจันทรา


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงการณ์ดำเนินงานในไตรมาสแรก โดยระบุถึงผลงานความสำเร็จ ในการสกัดกั้นการผ่องถ่ายผลประโยชน์ของบริษัทจดทะเบียน 5 แห่ง รวมเป็นเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่ผลงานการป้องกันการไซ่ฟ่อนเงินในตลาดหลักทรัพย์ ถูกกลบด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่ร้อนระอุ จนไม่ได้รับความสนใจมากนัก

การสกัดกั้นการไซ่ฟ่อนเงินของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แม้เป็นข่าวที่น่ายินดี และเป็นการสะท้อนถึงผลงานการดูแลผลประโยชน์ของประชาชนผู้ลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็ถือเป็นข่าวร้าย เพราะเป็นการสะท้อนว่า
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก ยังมีพฤติกรรมฉ้อฉล ส่อเจตนาโกง และขาดสำนึกหลักการธรรมาภิบาล

สถาบันการลงทุนชั้นนำจากต่างประเทศ เพิ่งจะประเมินความเป็นธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยระบุว่าบริษัทส่วนใหญ่ยังขาดมาตรฐานความเป็นธรรมาภิบาล และทำให้บรรดาหน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ออกมาตอบโต้ โดยยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีมาตรฐานธรรมาภิบาล แต่การจับผิดบริษัทจดทะเบียน 5 แห่งที่เตรียมไซ่ฟ่อนเงิน เป็นบทพิสูจน์ว่าธรรมาภิบาลในตลาดหลักทรัพย์มีมากน้อยเพียงใด

สำหรับพฤติกรรมที่เข้าข่ายการโยกย้ายถ่ายเทผลประโยชน์ของบริษัทจดทะเบียน 5 แห่งที่ ก.ล.ต. ตรวจพบ ประกอบด้วย โครงการให้กู้ยืมเงินบริษัทในเครือหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกันในวงเงินจำนวนสูง โดยไม่ระบุชื่อบริษัท และไม่ได้จัดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินให้ความเห็นเหมาะสมในการให้กู้ยืม โครงการให้กู้ยืมเงินโฮลดิ้ง คัมปานี ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดทางการค้าประจำกับบริษัท ทั้งที่มีเงินกู้ค้างอยู่จำนวนมากแล้ว

การทยอยให้กู้ยืมเงินบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อใช้ในโครงการสนามกอล์ฟที่ไม่ใช่โครงการของบริษัท โดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

โครงการนำสินทรัพย์ไปค้ำประกันวงเงินกู้ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจะกู้จากสถาบันการเงิน ทั้งที่บริษัทอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ และโครงการซื้อโรงงานผลิตวัตถุดิบจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทั้งที่บริษัทมีความต้องการวัตถุดิบไม่มาก และผู้ถือหุ้นใหญ่ยังทำธุรกิจผลิตวัตถุดิบแข่งขันกับบริษัทโดยตรง

รูปแบบการฉ้อฉล ถ่ายเทเงินจากบริษัทจดทะเบียนทั้ง 5 แห่ง ไม่ได้แตกต่างจากอดีต โดยผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียน มักจะอาศัยช่องว่าง ดูดเงินออก อาศัยอำนาจในการบริหาร ตักตวงผลประโยชน์ เอาเปรียบประชาชนทั่วไป และบริษัทจดทะเบียนจำนวนไม่น้อย ถูกผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่องถ่ายเงิน จนบริษัทล่มสลายมาแล้ว หรือผ่องถ่ายเงินจนกิจการมีปัญหาด้านฐานะ

บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งต้องล้มลง โดยผู้ถือหุ้นรายย่อยทั่วไปได้รับความเสียหาย แต่ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่กลับร่ำรวย เพราะล้มลงบนฟูก

แม้ว่าแผนการโกงของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียน 5 แห่งจะต้องล้มเลิก เพราะถูก ก.ล.ต.ตรวจสอบพบและทักท้วง แต่ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ไร้ธรรมาภิบาล และมีพฤติกรรมฉ้อฉล คงจะรอโอกาส หาช่องโหว่ เพื่อผ่องถ่ายเงินต่อไป ซึ่งไม่รู้ว่า ก.ล.ต.จะติดตามทันเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทจดทะเบียนทั้ง 5 แห่งหรือไม่

และ
ไม่รู้ว่ายังมีบริษัทจดทะเบียนอีกเท่าไหร่ที่เต็มไปด้วยพฤติกรรมการฉ้อฉล จ้องจะผ่องถ่ายเงินออกจากบริษัท โดยใช้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแห่งตักตวงผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่ง ก.ล.ต.ตรวจสอบไม่พบ

ปัญหาการฉ้อฉล ไร้ธรรมาภิบาลในตลาดหุ้น เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นที่จะลงทุน ทำให้ประชาชนที่พลัดหลงเข้ามาในตลาดหุ้น ได้รับความสูญเสียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ตลาดหลักทรัพย์ไทยในสายตาต่างประเทศ แต่การตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลมีน้อยมาก และน้อยกว่าความพยายามในการสร้างภาพธรรมมาภิบาล หรือน้อยมากเมื่อเทียบกับมาตรการปลุกตลาดหุ้นให้ฟื้น

ปัจจุบันรัฐบาล กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ จัดลำดับความสำคัญการแก้ปัญหาตลาดหุ้นอยู่ที่ ทำอย่างไร จึงจะหามาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นมากกว่า

ภาวะความซบเซาการลงทุนในตลาดหุ้น กลายเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายพยายามหามาตรการปลุกให้ฟื้น พยายามโน้มน้าวให้ประชาชนขนเงินเข้ามาซื้อหุ้น โดยไม่สนใจว่าสินค้าที่วางขายในตลาดหุ้น ไม่สนใจว่าหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้นเน่าเหม็นหรือไม่ และประชาชนผู้บริโภคหุ้นจะเสียหายกันอย่างไร

แม้ว่าภาวะความผันผวนของตลาดหุ้นจะเป็นปัญหาใหญ่ และจำเป็นต้องเร่งแก้ไข เพื่อชะลอความเสียหายของนักลงทุน แต่ความตกต่ำของราคาหุ้น เป็นเพียงปัญหาระยะสั้น หรือเป็นปัญหาชั่วคราว ซึ่งเกิดจากผลกระทบจากปัจจัยลบที่กระหน่ำเข้ามา

และปัจจัยลบบางด้านอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาล ความพยายามป้องกันผลกระทบ ความพยายามปลุกความเชื่อมั่น เพื่อให้นักลงทุนแห่มาไล่ซื้อหุ้นกันใหม่ จึงเป็นสิ่งที่เหนื่อยเปล่า ซึ่งรัฐบาลเหนื่อยเปล่ากับการเข็นมาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นมากกว่า 4 เดือนแล้ว

ส่วนปัญหาธรรมมาภิบาล ปัญหาผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนฉ้อฉล เป็นปัญหาใหญ่เรื้อรัง และทำให้ประชาชนผู้ลงทุนได้รับความเสียหายมากต่อมากแล้ว ซึ่งรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถกำกับดูแลและแก้ปัญหาได้ แต่ความฉ้อฉลของบริษัทจดทะเบียน กลับไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งที่เป็นปัญหาที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ

ใครที่ยังไม่เข้าหรือยังไม่คิดจะลงทุนในตลาดหุ้น ถือว่าโชคดีแล้ว เพราะถ้าเข้ามา มีแต่ความเสี่ยงรอบด้าน เสี่ยงจากภาวะความผันผวนเนื่องจากผลกระทบข่าวร้ายที่ทะลักท่วมตลาดแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับการถูกผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนโกงอีกด้วย

และมีใครบอกได้ว่าบริษัทจดทะเบียนกว่า 400 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบัน ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทไหนบ้างที่ไม่เล่นขี้โกง
 

1