การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแปรรูป

พิจารณ์แปรรูปสมบัติชาติ ยักษ์สื่อสารจ้องฟาดกฟผ.

ไทยโพสต์ : วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2547

 

ประชาพิจารณ์แนวทางปฏิรูปไฟฟ้าของวุฒิสภายกแรก ผู้แทนกระทรวงพลังงานเสียงแตก ขณะที่องค์กรเอกชนอัดรัฐบาลมุสาศิลปิน

ดันกิจการไฟฟ้าป้อนเศรษฐีไม่กี่ตระกูลแบบขายเองซื้อเอง เพื่อหากำไรจากการขึ้นค่าไฟฟ้าปีละนับแสนล้านบาท แฉบริษัทสื่อสารจ้องแบ่งผลประโยชน์ทับซ้อนจากเคเบิลใยแก้วมูลค่าหมื่นล้านจาก กฟผ.

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2547 คณะกรรมาธิการสามัญรับฟังและศึกษาปัญหาการปฏิรูปโครงสร้างวิสาหกิจการไฟฟ้าของประเทศ วุฒิสภา จัดทำประชาพิจารณ์รับฟังแนวทางการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าของประเทศจากกระทรวงพลังงาน, สหภาพการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, สถาบันสหัสวรรษ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นายวิเศษ จูภิบาล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แนวทางการปรับปรุงกิจการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ นั้น มีแนวทางแก้ไขปัญหาในภาพรวมของประเทศ ซึ่งการแปรรูปและนำกิจการไฟฟ้าเข้าตลาดหุ้นจะเป็นแนวทางที่เพิ่มประสิทธิภาพแก่กิจการการไฟฟ้า อันเนื่องมาจากการที่ต้องแข่งขันกับภาพเอกชนในธุรกิจ ส่วนการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวจะทยอยดำเนินการไปพร้อมๆ กัน โดยหลักประกันความโปร่งใส ของการแปรรูปจะมีคณะกรรมการกำกับดูแลขึ้นมาระหว่างรอร่างกฎหมายการไฟฟ้าใหม่เสร็จสิ้น

สำหรับประเด็นที่ถูกซักถามว่า บมจ.ปตท.เอากำไรมากมายจากก๊าซที่ขาย กฟผ. น่าจะเอากำไรลดลงเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน แต่นายวิเศษตอบว่า กำไรของ ปตท. 39,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมานั้น มาจากกิจการปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมัน โดยจะมีการซักรายละเอียดประเด็นนี้เพิ่มในสัปดาห์หน้า เพราะข้อมูลขัดกับความเข้าใจของคนทั่วไปที่ว่า กำไรของ ปตท.ส่วนใหญ่มาจากก๊าซธรรมชาติ

นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ประธานคณะกรรมการ กฟผ. ที่มาชี้แจงร่วมในทีมกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การดำเนินการปรับปรุงกิจการไฟฟ้า ต้องมีการตระเตรียมเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งภาครัฐกำลังทำอยู่ สวนแนวทางที่ทำกันมาในก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นอดีตชาติ ตอนนี้เราต้องมาดูปัจจุบัน

ประธานบอร์ด กฟผ.กล่าวว่า ตนมาใน 2 ฐานะ คือ เป็นบอร์ด กฟผ. และประธานคณะทำงานร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ มีการถกเถียงกันมาก ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่คณะกรรมการทำงานร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพเพื่อยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ คณะทำงานฯ ได้พยายามที่จะยกร่างกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องหาวัวมาเทียมเกวียน ที่วัวหมายถึงสภาวะการตลาด ไม่ใช่หาเกวียนมาเทียมวัว ที่ไปมุ่งเน้นเรื่องการระดมทุน ซึ่งหากพูดถึงเรื่องวัวให้ชัด ก็จะคลี่คลายปัญหาได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังไม่แน่ใจว่าแนวทางข้อเสนอของนายชัยอนันต์ที่ดูเหมือนว่าจะหยุดการแปรรูป กฟผ. รอการออกกฎหมายใหม่ก่อนเป็นแนวทางที่รัฐบาลจะทำจริง หรือจะยึดตามแนวทางเดิมที่เร่งขายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปก่อน แล้วค่อยดำเนินการเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น การตั้งกรรมการกำกับภายหลัง

ทั้งนี้ นายแก้วสรร อติโพธิ ส.ว.กทม. ได้ซักถามโดยตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่า ภายหลังการแปรรูป กฟผ. ใครจะได้ผลประโยชน์ในการใช้ใยแก้วนำแสง ที่มีมูลค่ามหาศาลที่ใช้ในแวดวงการสื่อสารโทรคมนาคม

ด้านนายศิริชัย ไม้งาม ประธาน สร.กฟผ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดให้เอกชนเช่าบางส่วนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้หากยังคงเป็นของ กฟผ. สามารถให้เช่าที่จะเป็นรายได้เข้า กฟผ. โดยมีมูลค่ามหาศาลที่นำมาเป็นเงินบริหารและยังสามารถลดค่าไฟให้ประชาชนได้ด้วย

"กฟผ.มีผลประโยชน์ซ่อนอยู่ในสายเคเบิลใยแก้วมูลค่านับหมื่นๆ ล้านบาทที่ธุรกิจสื่อสารจ้องเอาประโยชน์อยู่ ซึ่งจะมีการแจงรายละเอียดในสัปดาห์หน้า"

นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการสถาบันสหัสวรรษ กล่าวว่า เหตุผลที่รัฐบาลอ้างเพื่อจะนำ กฟผ.แปรรูปเข้าตลาดหุ้น เช่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าตลาดหุ้น ลดหนี้สาธารณะ ฯลฯ ไม่มีความจริงอยู่เลย ถือเป็นมุสาศิลปิน หลอกประชาชน ตัวอย่างที่ผ่านมา เช่น การซื้อหุ้น ปตท. ก็มีคนไม่กี่ตระกูลใหญ่ได้หุ้น กับต่างชาติคือเมอร์ริลลินช์ ที่กวาดหุ้นไปร้อยละ 10 หรือหนึ่งในสามของหุ้น ปตท.ที่ขาย

ขณะที่ธุรกิจการไฟฟ้าไม่สามารถเลิกการผูกขาดตามธรรมชาติได้ ใครก็แก้ไม่ได้ ตนจึงเสนอให้โอนอำนาจผูกขาดจากแนวทางที่รัฐบาลเตรียมทำที่จะมีคนได้รับประโยชน์ไม่กี่ตระกูลใหญ่ในเมืองไทยมาเป็นโอนอำนาจผูกขาดกลับสู่มือประชาชน ในแนวคิดประชาวิสาหกิจ ที่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าจะเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการจำหน่ายไฟฟ้า ส่วนกิจการผลิตไฟฟ้ายังเป็นความรับผิดชอบในส่วนกิจการของรัฐตามเดิม ซึ่งหากไม่ทำเช่นนี้ จะเป็นช่องทางให้คนไม่กี่ตระกูลเข้ามาหาประโยชน์จากการบงการขึ้นราคาค่าไฟฟ้าเป็นเงินเข้ากระเป๋าคนเหล่านี้ปีละนับแสนล้านบาท

นายแก้วสรรกล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากที่ทั้ง 4 ฝ่ายเสนอข้อมูลในวันนี้แล้ว ก็จะกลับมาตอบรายละเอียดคำถามของคณะกรรมาธิการฯ และประชาชนที่เข้าฟังประชาพิจารณ์อีกครั้ง ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-17.00 น. ที่รัฐสภา จึงขอให้ประชาชนที่สนใจเข้ารับฟังได้ตามวันและเวลาดังกล่าว


1