คำว่า ภิกษุณี และ สาวิกา
มีความหมายอย่างเดียวกับ
ภิกษุ และสาวก
ต่างกันเพียงเพศ คือ
สาวิกาและภิกษุณี
เป็นพระผู้หญิง
ต่อไปนี้จะขอกล่าวถึงพระภิกษุณีที่สำคัญๆบางรูปเท่านั้น
ที่ได้รับการยกยองให้เป็นเอตทัคคะ
คือ เป็นเลิศ ดังต่อไปนี้ :-
๑.พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี
ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะ ในการ
เป็นผู้รู้ราตรีนาน พระนางทรงเป็นทั้งพระมารดาเลี้ยง และพระน้านางของพระพุทธองค์
และทรงเป็นสตรีคนแรกที่ทูลขอการอุปสมบทเป็นพระภิกษุณี ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง
ภิกษุณีสงฆ์ในที่สุด <<อ่านต่อ
๒.พระนางเขมาเถรี เดิมทรงเป็นพรระชายาของพระเจ้าพิมพิสาร ทรงมีความ
เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ครั้นเมื่ออุปสมบทเป็นภิกษุณีแล้ว ทรงมีความเชี่ยวชาญ
ในการเทศนาธรรม ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่ามีความเป็นเลิศในทางปัญญา
<<อ่านต่อ
๓.กุณฑลเกสีเถรี เดิมเป็นธิดาของเศรษฐีที่หลงรักนายโจรหนุ่ม ครั้นแต่งงาน
กับนายโจร กลับถูกปอกลอกและลวงไปฆ่า เธอใช้สติปัญญาเอาชีวิตรอดมาได้
นับจากนั้นได้เที่ยวจาริกไปแสวงหาความรู้ความชำนาญในเชิงปรัชญา ครั้นได้พบ
พระสารีบุตร จึงได้บวชเป็นพระภิกษุณี และได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า
มีความเป็นเลิศในการเรียนรู้ธรรมะได้รวดเร็ว
<<อ่านต่อ
๔.ปฏาจาราเถรี นางมีประสบการณ์ความทุกข์อย่างสาหัสจากพลัดพรากสามีและ
บุตรที่รัก ได้รับการชี้นำจากพระพุทธองค์จนได้เข้าสู่ทางธรรม นางจึงเป็นภิกษุณีที่
ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในความทรงจำพระวินัย
ฝ่ายอุบาสก <<อ่านต่อ
|