my jornal , used to be written as a ideosyncrasy behavior Diary ของปอเอง เคยคิดบ้างไหมว่า ถ้าสักวันนึง เราเป็นอะไรขึ้นมาที่ไม่สามารถบอกอะไรกับใครได้อีกต่อไปมันจะรู้สึกเศร้าแค่ไหน เรามัวแต่จะคิดว่าคนข้างหลังจะทำอย่างไร ……..ทำไมเราไม่รู้จากปล่อยวางอะไรบ้างนะ ชีวิตมันต้องดำเนินต่อไปอยู่แล้ว เราควรจะมีอะไรไว้ให้ใครได้อ่าน สักคนหนึงให้ได้รู้ว่า ตอนนั้นเราคิดอะไรอยู่นะ แต่บางเรื่องพอกลับมาอ่านแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองสักเท่าไหร่ ว่าทำไปได้อย่างไรกันนี่ เราน่าจะอย่างนี้มากกว่านะ แล้วบางที่ก็มีเขียนเมาท์คนอื่น เป็นคนชอบ นินทาชาวบ้านเค้าลับ ๆ อย่างนี้แหล่ะ ไม่โต้ง ๆ เหมือนกับ คนอื่นๆ ที่เป็นการท้าทายชีวิตเป็นอย่างยิ่ง จริง ๆ ก็น่าจะมี กีฬาสนับสนุนทางด้านนี้นะปอว่า …..เป็นการท้าทายชีวิตยิ่งกว่า บันจี้จัมพ์ ซะอีก ยิ่งนินทาใกล้ ยิ่งใกล้บ้านเก่า เป็นการลุ้นระทึกมากเวลาที่เพื่อน ๆ จะนินทาคนอื่นแล้วหันมาทางเรา …….. ได้โปรดเถอะ….รอเค้าไปก่อนได้ใหม…… เคยมั้ย นินทาคนอื่น? แล้วต้องเอาชีวิตเพื่อนไปเดิมพัน ….. ถ้ารอเค้าไปอีกนิด แล้วบรรยากาศจะเสีย การเล่าจะไม่ได้อรรถรสหรืออย่างไรไม่ทราบ. สิ่งที่ภูมิใจที่สุด คือ การที่เราได้มา เขียนถึงความรู้สึก คือ การเข้าใจตนเอง คือบางทีเขียนๆ อยู่เนี่ยะ จะตะลึงกับความเป็นตัวของตัวเอง อะ นี่เราเหรอ ………เราจริง ๆ อะ บางที่ก็ดีใจ แต่บางที่ก็ต้องหันไปถามกำแพงด้านข้าง ว่าจริง ๆ เหรอ . ความจริง แล้ว ตั่งแต่ ปีที่แล้ว ยังไม่ได้เขียนเลยสักตัว เพราะหน้าปก มันหมดเขตแล้ว ก็เลยท้อใจ ส่วนเล่มเก่า ตั่งแต่ ม.ต้น นี่ ก็เก่ามาก เขียนเต็ม แล้วด้วย ………ความจริง เล่มเก่า ตลกมาก หัดเขียน Diary เป็นภาษาอังกฤษตั่งแต่เด็ก แล้วมันเป็นอะไรที่ผิด พอกลับไปดู ก็ เขียนใหม่ เรียบเรียงให้ถูกต้อง พร้อมลงท้ายไว้ด้วยว่า……….This is the way how to write IDIOT !!! อะไรประมาณนั้น แล้วก็มี โน้ต ของเพื่อน ๆ ที่เขียนไว้ให้ อะไรประมาณนี้ เอาไว้เตือนว่า อย่างน้อยเรายังมี ค่า สำหรับใครบางคนอยู่ ถามว่า ชอบเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ก็จะจดไปว่า วันนี้มีอะไรที่มันโดดเด่น มั่ง หรือ ภาพรวมๆ ทำอะไรที่ไหนอย่างไร ถ้าช่วงไหนชอบใคร อะไรอย่างเนี่ยะ ก็จะเขียนว่า รู้สึกอย่างไร มีบางที ที่รักษาฟอรม์มาก ก็จะมาขอโทษในนี้ เหมือนกับเค้าจะรับรู้อะไรประมาณนั้น ทั้งหมดนี้ก็คือที่ปอเขียนไว้ใน Diary

BACK

1