ความรู้เรื่องโรคมะเร็ง
มะเร็งโรคร้าย รักษาหายได้ หากพบเริ่มแรก
มารู้จักโรคมะเร็งกันเถอะ
มะเร็ง คือ เชลล์ที่มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติและสามารถบุกรุกทำลายเนื้อเยื่อใกล้เคียง ซึ่งเมื่อเข้าสู่เส้นเลือดและน้ำเหลือง แล้วก็จะกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะนั้นเสียไป ถ้าเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่สำคัญของร่างกาย เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก ก็จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว
ขบวนการเกิดโรคมะเร็ง
เมื่อร่างกายได้รับสิ่งก่อมะเร็ง เช่น สารเคมี ไวรัส รังสี สิ่งเหล่านี้จะทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงและในที่สุดเซลล์ปกติก็จะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ถ้าระบบภูมิต้านทานของร่างกายไม่สามารถทำลาย เซลล์นั้นได้ เซลล์มะเร็งก็จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นก้อนมะเร็งต่อไป
สาเหตุของโรคมะเร็ง
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนแต่เชื่อว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งอยู่หลายประการ คือ 1..สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น
สารเคมีบางชนิด เช่น สารเคมีในควันบุหรี่ และเขม่ารถยนต์ สารพิษจากเชื้อรา สารพิษที่เกิดจากเนื้อสัตว์รมควัน ปิ้ง ย่าง ทอดจนไหม้เกรียม สีย้อมผ้า - สารเคมีบางชนิดที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
รังสีต่างๆ รวมทั้งรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตในแสงแดด
การติดเชื้อเรื้อรัง เช่น
ไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งตับ
ฮิวแมน แพพพิบโลมา ไวรัส (Human Papilloma Virus) อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งของเซลล์เยื่อบุต่าง ๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก (Cervical Carcinoma)
เอบสไตน์ บาร์ ไวรัส (Ebstein Bar Virus) มีความสัมพันธ์กับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และมะเร็งโพรงหลังจมูก (Nasopharyngeal Carcinoma)
เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลรัย (Helicobacter Pylori) มีความสัมพันธ์กับมะเร็งกระเพาะอาหาร
พยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ตับ มีความสัมพันธ์กับมะเร็งท่อน้ำดีในตับ
2. สาเหตุในร่างกาย เช่น
กรรมพันธุ์ที่ผิดปกติ
ความไม่สมดุลทางฮอร์โมน
ภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง
การระคายเคืองที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
ภาวะทุพโภชนา เป็นต้น
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยมีหลายวิธี เช่น
ตรวจร่างกายด้วยตนเอง และโดยแพทย์
ตรวจทางห้องปฎิบัติการ เช่นตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ และเสมหะ
ตัดชิ้นเนื้อที่สงสัยไปตรวจทางพยาธิวิทยา
ตรวจทางรังสี เช่น เอ็กซเรย์ เอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ และเวชศาสตร์นิวเคลียร์
ตรวจโดยใช้เครื่องมือพิเศษส่องโดยตรง เช่น การตรวจลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก กระเพาะอาหาร และลำคอ เป็นต้น
เจาะดูดเซลล์จากก้อนหรือตุ่มที่สงสัยไปตรวจทางเซลล์วิทยา
การตรวจพิเศษอื่น ๆ
การรักษา
การตรวจพบโรคมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกย่อมเป็นผลดีต่อการรักษา
ซึ่งวิธีการรักษามีดังนี้
การผ่าตัด เป็นการเอาก้อนที่เป็นมะเร็งออกไป
รังสีรักษา เป็นการให้รังสีกำลังสูง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
เคมีบำบัด เป็นการให้ยา (สารเคมี) เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
ฮอร์โมนบำบัด เป็นการใช้ฮอร์โมนเพื่อหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
การรักษาแบบผสมผสาน เป็นการรักษาร่วมกันหลายวิธี ดังกล่าวข้างต้น แต่จะใช้วิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
สัญญาณอันตราย 7 ประการ
เนื่องจากโรคมะเร็งส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง การป้องกันก็ลำบาก แต่โรคมะเร็งบางตำแหน่งก็ทราบสาเหตุนำ หรือสาเหตุร่วมซึ่งอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น ทุกคนควรต้องตรวจ สำรวจร่างกายของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และควรให้แพทย์ตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หรือถ้าพบอาการผิดปกติก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เช่น
มีเลือดหรือสิ่งผิดปกติออกจากร่างกาย เช่น มีตกขาวมากเกินไป
มีก้อน หรือตุ่ม เกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งของร่างกายและก้อนนั้นโตเร็วผิดปกติ
มีแผลเรื้อรัง มีการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะผิดปกติ หรือเปลี่ยนไปจากเดิม
เสียงแหบ หรือไอเรื้อรัง กลืนอาหารลำบาก
เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
การเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน เช่น โตผิดปกติ
คำแนะนำผู้ป่วยที่มี อาการคลื่นไส้อาเจียน อาการคลื่นไส้อาเจียน
อาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัดจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้ตลอดจนความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายของผู้ป่วยเป็นสำคัญ แต่เมื่อหยุดการใช้ยาเคมีบำบัด อาการดังกล่าวนั้นก็จะหายไป
อาการคลื่นไส้อาเจียนก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดคำแนะนำต่อไปนี้อาจจะช่วยให้ท่านสามารถเผชิญกับอาการผิดปกตินี้ได้
รับประทานอาหารครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้งขึ้นเพื่อกระเพาะอาหารจะได้ไม่เต็มมาก จนทำให้รู้สึกแน่น
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำพร้อมกับการรับประทานอาหารไปด้วย เพราะกระเพาะอาหารจะเต็มไปด้วยน้ำ แต่ควรจะดื่มน้ำก่อนหรือหลังอาหารประมาณ 1 ชม.
หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด ของทอดและของมัน
ไม่ควรรับประทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด
รับประทานอาหารช้า ๆ เพื่อที่ปริมาณอาหารจะได้ไม่ตกลงสู่กระเพาะมากไป ขณะใดขณะหนึ่ง
เคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อที่จะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น
รับประทานอาหารแห้ง ๆ เช่น ขนมปังปิ้ง
ไม่ควรรับประทานอาหารให้อิ่มก่อนรับเคมีบำบัด
ควรรับประทานอาหารเครื่องดื่มที่ใส น้ำผลไม้ น้ำขิง หรือน้ำอัดลมที่เปิดฝาขวดทิ้งไว้ระยะหนี่งแล้ว เพื่อให้ก๊าซระเหย
หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนจัดที่ท่านไม่ชอบ เช่น อาหารบางชนิด ควันบุหรี่
ในวันที่ท่านรู้สึกแข็งแรงสบายดี ควรประกอบอาหารหลายๆชนิดและเก็บไว้ในช่องน้ำแข็งเพื่ออุ่นรับประทานในวันที่ท่านมีความรู้สึกไม่อยากประกอบอาหาร
ท่านควรพักผ่อนสักครู่หลังรับประทานอาหารเสร็จและไม่ควรออกกำลังกายทันที เพราะการย่อยอาหารช้าลง
ท่านควรนั่งเก้าอี้และไม่ควรล้มตัวลงนอนราบอย่างน้อยเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
หากท่านใส่ฟันปลอม ควรถอดออกในวันที่ท่านได้รับเคมีบำบัด เนื่องจากท่านจะอาเจียนได้ง่ายขึ้นหากมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปาก
ควรลองอ้าปากหายใจเมื่อรู้สึกคลื่นไส้