พ.ศ. ๒๔๖๐
เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม
พ.ศ. ๒๔๖๒
สอบไล่วิชากฎหมายขั้นเนติบัณฑิตได้
สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๓
- ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงยุติธรรมให้ทุนไปศึกษาวิชากฎหมาย ณ ประเทศฝรั่งเศส
- ศึกษาภาษาฝรั่งเศสและความรู้ทั่วไปที่ วิทยาลัยก็อง (Lycee de Caen)
- และศึกษาพิเศษจาก ศาสตราจารย์เลอบอนนัวส์ (Lebonnois)
- สำเร็จการศึกษาได้ปริญญารัฐเป็น "บาเชอลิเอร์" กฎหมาย (Bachelier en Droit)
- และได้เป็น "ลิซองซิเอร์" กฎหมาย (Licencie en Droit) ณ มหาวิทยาลัยก็อง (Universite de Caen)
พ.ศ. ๒๔๖๖
ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการ (คนแรก) ของสามัคยานุเคราะห์สมาคม (S.I.A.M )
พ.ศ. ๒๔๖๘
ได้รับเลือกให้เป็นสภานายกสามัคยานุเคราะห์สมาคม
พ.ศ. ๒๔๖๙
ได้รับเลือกให้เป็นสภานายกสามัคยานุเคราะห์สมาคม
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๙
ประชุมครั้งแรกก่อตั้งคณะราษฎร ที่กรุงปารีส
พ.ศ. ๒๔๖๙
- สำเร็จการศึกษาฝ่ายนิติศาสตร์ (Sciences Juridiques)
- และสอบได้ประกาศนียบัตรชั้นสูงในทางเศรษฐกิจ (Diplome d' Etudes superieures d' Economic Politique) มหาวิทยาลัยปารีส (Universite de Paris)
- ได้ปริญญารัฐเป็น "ดุษฎีบัณฑิตกฎหมาย" (Docteur en Droit) ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยเสนอวิทยานิพนธ์เรื่อง " Du Sort des Societes de Personnes en cas de Dขeceขs d'un Associeข" (ศึกษากฎหมายฝรั่งเศสและกฎหมายเปรียบเทียบ)
พ.ศ. ๒๔๗๐
เดินทางกลับประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๗๐ - ๒๔๗๑
- ไดัรับยศเป็นรองอำมาตย์เอกและอำมาตย์ตรีตามลำดับ
- ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ " หลวงประดิษฐ์มนูธรรม"
๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๑
สมรสกับ นางสาวพูนศุข ณ ป้อมเพชร
พ.ศ. ๒๔๗๐ - พ.ศ. ๒๔๗๕
- ดำรงหน้าที่ผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรม
- ผู้ช่วยเลขานุการกรมร่างกฎหมาย
- ผู้สอน ณ โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๓ ตอนว่าด้วย "ห้างหุ้นส่วน, บริษัท, สมาคม"
- กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
- ผู้สอน (คนแรก) วิชา "กฎหมายปกครอง" (Administratif)
๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕
- เป็นผู้นำฝ่ายพลเรือนคณะราษฎร ทำการอภิวัฒน์เปลี่ยนแปลงการปกครอง
- เสนอหลัก ๖ ประการของคณะราษฎร สำหรับใช้เป็นหลักการดำเนินนโยบายของสยาม
(๑) จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
(๒) จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกัน ลดน้อยให้มาก
(๓) จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฎรทุกๆคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
(๔) จะต้องให้ราษฎรได้สิทธิเสมอภาคกัน
(๕) จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
(๖) จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
- เสนอร่างธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ฉบับ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕
๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕
- ไดัรับแต่งตั้งจากผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารให้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว
- ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติให้เป็น คณะกรรมการราษฎร
- ไดัรับแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นเลขาธิการ (คนแรก) ของสภาผู้แทนราษฎร
- ได้รับแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็น กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕
ได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรีที่มีพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นนายกรัฐมนตรี
๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
เสนอ "เค้าโครงร่างเศรษฐกิจ" เพื่อให้พิจารณาใช้เป็นหลักสำหรับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖
ถูกบังคับให้ออกนอกประเทศไทยไปอาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ในข้อกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ตาม พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ ฉบับ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖
กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๖
เดินทางกลับสยาม ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี
๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ความไว้วางใจหลวงประดิษฐ์มนูธรรม
๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖
- จัดยกร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วนระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม โดยแบ่งออกเป็น
(๑) ราชการบริหารส่วนกลาง
(๒) ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
(๓) ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
- พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ ๒
๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาว่า หลวงประดิษฐ์มนูธรรมเป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่
๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติว่าหลวงประดิษฐ์มนูธรรมไม่มีมลทินเป็นคอมมิวนิสต์ดังที่ถูกกล่าวหา
๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
เสนอร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เพื่อการก่อตั้งมหาวิทาลัยฯ และได้รับการลงมติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
- ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ครั้งที่๑) ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี
- ก่อตั้ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
เสนอร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบเทศบาล และได้รับการลงมติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
ดำรงตำแหน่ง "ผู้ประศาสน์การ" มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗
พิธีเปิดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘
ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ครั้งที่๒) ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกหระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี
๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘
- ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ครั้งที่๑) ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี
- เจรจาให้ธนาคารอังกฤษลดดอกเบี้ยเงินกู้จากร้อยละ ๖ ต่อปีเป็นร้อยละ ๔ ต่อปี
- เจรจาให้ประเทศมหาอำนาจเลิกสนธิสัญญาไม่เสมอภาคกับประเทศสยาม
๙ สิงหาคม - ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๐
ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ครั้งที่๒) ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี
๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๑
- ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ครั้งที่ ๓) ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี
- ทำสนธิสนสัญญาใหม่กับประเทศมหาอำนาจรวม ๑๓ ประเทศทำให้สยามได้เอกราชอธิปไตยสมบูรณ์ทั้งในทางการเมือง ในทางศาล และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ
- ได้เจรจากับรัฐบาลอังกฤษให้โอนคืนดินแดนของสยามส่วนหนึ่งที่อังกฤษได้ไปจากสยามตามสนธิสัญญา พ.ศ. ๒๔๑๑
๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
- ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ครั้งที่๑) ในคณะรัฐมนตรีที่มีนายพันเอกหลวงพิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี
- ยกเลิกเงินภาษีรัชชูปการ (ภาษีส่วย)
- ยกเลิกอากรค่านา
- ปรับปรุงภาษีอากรให้เป็นธรรมแก่สังคม คือผู้ใดมีรายได้มาก เสียภาษีมาก ผู้มีรายได้น้อยเสียภาษีน้อย ฯลฯ
- สถาปนา "ประมวลรัษฎากร" ซึ่งรวมบทบัญญัติเกี่ยวกับภาษีอากรทางตรง ที่เป็นธรรมแก่สังคม
- ป้องกันทรัพย์สินของชาติไทยซึ่งมีอยู่ในต่างประเทศ และซื้อทองคำเข้ามาเก็บในห้องนิรภัยของกระทรวงการคลังเป็นมูลค่า ๓๕ ล้านเหรียญสหรัฐ
- ผูกหู (earmark) ทองคำญี่ปุ่นทดแทนการกู้เงินไทย
- โอนวิสาหกิจยาสูบของบริษัทอังกฤษและอเมริกันมาเป็นของรัฐบาลไทย
- ก่อตั้งธนาคารชาติ
- เสนอร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔
พ.ศ. ๒๔๘๓
ประพันธ์และอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "พระเจ้าช้างเผือก"
๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
ญี่ปุ่นเดินทัพเข้าไทย
๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ - สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๗
เป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยในนาม "รู้ธ" (Ruth) โดยมุ่งรวบรวมและนำชาวไทยปฏิบัติการเพื่อให้ชาติไทยได้เอกราชและอธิปไตยสมบูรณ์กลับคืนสู่สภาพ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ - ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ดำรงตำแหน่ง "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" แต่ผู้เดียว
๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
- ประกาศสันติภาพในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
- สัมพันธมิตรรับรองเอกราชอธิปไตยของชาติไทย รับรองคุณูปการของเสรีไทยและรับรองฐานะผู้นำขบวนการเสรีไทย
๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘
เป็นประธานในพิธีสวนสนามของขบวนการเสรีไทย ในตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกย่องไว้ในฐานะ "รัฐบุรุษอาวุโส"
๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙
สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งให้เป็น สมาชิกผู้แทนราษฎรประเภทที่ ๒
๒๖ กุมภาพันธ์ - ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ประชุมกรรมาธิการได้เลือก นายปรีดี พนมยงค์ เป็นประธาน
๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
- ดำรงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" (ครั้งที่๑) ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ครั้งที่๒)
- เสนอ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙
- รัฐบาลไทยได้เจรจากับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นที่สำเร็จ โดยรัฐบาลอเมริกันสั่งเพิกถอนเงิน ซึ่งได้กักกันไว้ ณ สหรัฐอเมริกา
- เจรจาเปลี่ยนแปลงข้อตกลงกับอังกฤษ เรื่องสัญญาสมบูรณ์แบบ
๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
เสนอร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ รับสนองพระบรมราชโองการในฐานะนายกรัฐมนตรี
๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกพฤฒสภา โดยสภาผู้แทนราษฎร
๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี (ครั้งที่๒)
๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
สมเด็จพรเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาให้อัญเชิญพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นครองราชย์สืบราชสันติวงส์ต่อไป
๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
- ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี (ครั้งที่๓)
- ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ครั้งที่๓)
๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๐
ได้รับเลือกให้เป็น ผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๐
ได้รับเชิญจากประเทศพันธมิตร ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ฯลฯ
ไปเยี่ยมประเทศนั้นๆ ในฐานะแขกผู้มีเกียรติของพันธมิตร และเพื่อความสัมพันธ์ไมตรีอันดีต่อกัน
พ.ศ. ๒๔๘๙
สถาบัน Smithsonian Institution สหรัฐอเมริกา ตั้งชื่อนกที่ค้นพบบริเวณดอยอ่างขางและดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า นก "CHLOROSIS AURIFRONS PRIDII" เพื่อเป็นเกียรติแก่นายปรีดี ในฐานะผู้นำขบวนการเสรีไทย
๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๐
คณะรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศ ลี้ภัยการเมืองไปยังสิงคโปร์
๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๒
ดำเนิน "ขบวนการประชาธิปไตย ๒๖ กุมภาพันธ์" แต่ไม่ปีะสบความสำเร็จ
กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๒ - พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓
- ลี้ภัยทางการเมือง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
- ประพันธ์บทความเรื่อง "สังคมปรัญชาเบื้องต้น"
- "ความเป็นอนิจจังของสังคม" ฯลฯ
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ - พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖
- ลี้ภัยการเมือง ณ ประเทศฝรั่งเศส
- ประพันธ์บทความเรื่อง "จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยสันติวิธีหรือไม่"
- "จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน ๑๔ ตุลาคม"
- "เราจะต่อต้านเผด็จการอย่างไร" ฯลฯ
๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖
อสัญกรรม ณ บ้านพักกรุงปารีส
|