ชาคริตเป็นเด็กหนุ่มที่มีความขยันหมั่นเพียร
มีความตั้งใจ และเชื่อมั่นในตนเองสูง ตลอดจนเป็นคนฉลาดหลักแหลมกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นหนุ่ม เขาได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากพ่อแม่
ซึ่งเป็นผู้มีฐานะทางครอบครัวค่อนข้างจะร่ำรวย และมีหน้ามีตาในวงสังคม ซึ่งเขาเองก็มีความสุขที่มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีพ่อแม่ที่เข้าใจห่วงใยเขาอยู่ตลอดเวลา
ด้วยความที่พ่อแม่มีความรักความห่วงใยต่อลูก และอยากจะให้ลูกมีความเจริญก้าวหน้าและมีอนาคตที่ดี
อีกทั้งเพื่อเป็นเกียรติ และศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลด้วย พ่อแม่จึงพยายามปลูกฝังให้ชาคริตตั้งใจเรียนหนังสือตั้งแต่เด็ก
เพื่อจะได้เป็นคนเก่ง และเป็นที่รักใคร่ของทุก ๆคน และด้วยเหตุที่พ่อแม่มีฐานะดี
จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่ชาคริตจะได้เข้าโรงเรียนดี ๆ มีชื่อเสียงตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปลาย
ซึ่งในการเรียนและการสอบนั้นเขาสอบได้อันดับที่หนึ่งตลอดเวลา ซึ่งยิ่งทำให้พ่อแม่มีความภาคภูมิใจในตัวลูกชายของตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก
และเพื่อจะให้ลูกชายของตนเองมีความก้าวหน้า และมีหลักประกันเกี่ยวกับอนาคตมากยิ่งขึ้น เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมปลายในประเทศไทยแล้ว พ่อกับแม่จึงได้ส่งชาคริตไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในประเทศแถบยุโรปประเทศหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบการเรียนการศึกษาที่ทันสมัยที่สุด
เมื่อชาคริตไปอยู่ที่นั่น เขาก็ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศนั้น
ซึ่งเขาก็ยังเป็นชาคริตคนเดิมที่มีความตั้งใจและขยันเรียนเป็นเลิศ จนทำให้เขาสามารถสอบได้อันดับที่หนึ่งภายในปีแรกนั่นเอง
จวบจนกระทั่งปีที่สามจึงเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอย่างที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ เพราะหลังจากที่ผลสอบปีที่สามออกมาได้เพียงสองวัน
ชาคริตก็ทำอัตวินิบาตตนเองโดยการเอามีดกรีดแขนตัวเองทั้งสองข้างจนเส้นเลือดใหญ่ขาด
แล้วก็ลงไปนอนแช่ในอ่างน้ำโดยปล่อยให้เลือดไหลออกมาไม่หยุด จนกระทั่งสิ้นลมหายใจไปในที่สุด
กว่าเพื่อนๆจะมาพบเข้าก็สายเกินไปเสียแล้ว
ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ชาคริตทำอัตวินิบาตตนเอง ต่างก็พากันวิพากย์วิจารณ์ไปต่าง
ๆ นานา แต่ในที่สุดทุกอย่างก็กระจ่างชัดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบจดหมายที่ชาคริตเขียนถึงพ่อแม่วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือ
ซึ่งจดหมายฉบับนั้นสรุปใจความสาระสำคัญได้ว่า ชาคริตเสียใจที่ทำให้ความฝันของตัวเองพังทลาย
อันเนื่องมาจากการสอบได้แค่อันดับที่สอง ทั้งที่หวังและตั้งใจเอาไว้อย่างมากว่าจะต้องได้อันดับที่หนึ่งอีก
เขารู้สึกเสียใจที่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวเขา เขารู้สึกอับอายเหลือเกินที่ต้องเป็นอย่างนี้
ทั้งๆ ที่ได้ตั้งใจเรียนมาโดยตลอด เขาทำใจไม่ได้ที่ต้องทนเป็นที่สองรองจากใคร
หากเขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปก็มีแต่จะเจ็บปวด และทุกข์ทรมานดังนั้น เขาจึงขอเลือกใช้วิธีที่จะทำให้ความเจ็บปวดนั้น
หมดสิ้นไปโดยเร็วที่สุด นั่นก็คือการทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าคนอื่นอีกต่อไป
โดยที่ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ต้องโศกเศร้าเสียใจ และทุกข์ทรมานสักปานใด ที่ลูกอันเป็นสุดที่รักเพียงคนเดียวจะต้องมาด่วนลาจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันจะหวนกลับคืนมา
สังคมมนุษย์ในยุคปัจจุบันเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและทารุณ
อันเนื่องมาจากมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในด้านใดก็ตาม
เพื่อที่จะให้ตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบ และเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ทั้งนี้เพราะว่าสังคมในปัจจุบันมีค่านิยมในการยอมรับ
และยกย่องเชิดชูเกียรติให้เฉพาะผู้ที่ประสบชัยชนะเท่านั้น โดยไม่ยอมรับหรือยกย่องคนที่แพ้
หรือเป็นรองแต่อย่างใด
ระบบการแข่งขัน (Competitional system) ที่มีในปัจจุบันทำให้มนุษย์กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว
ร้อนรน มีความทะเยอทะยานสูง มีจิตใจที่หยาบกระด้าง และขาดความรักความเมตตาต่อกันและกัน
ตลอดจนทำให้มนุษย์มองมนุษย์ด้วยกันเป็นฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา และประเมินค่าความเป็นมนุษย์ของคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามต่ำกว่าตนเองอยู่เสมอ
อีกทั้งยังทำให้มนุษย์แต่ละคนดิ้นรนเพื่อแสวงหาชัยชนะในทุกวิถีทาง เพื่อที่จะให้ตนเองได้สมหวังโดยไม่สนใจว่าชัยชนะนั้นจะได้มาโดยวิธีการที่ถูกต้องดีงามหรือไม่ประการใดก็ตาม
ขอเพียงให้ตนเองได้สมหวังและได้ชัยชนะเท่านั้นก็พอ ส่วนผู้อื่นจะทุกข์ทรมานหรือเจ็บปวดเพียงใดนั้นไม่ต้องไปสนใจกับมัน
ตราบใดก็ตามที่มนุษย์ยังมองมนุษย์ด้วยกันเป็นฝ่ายตรงข้าม
มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และมีการแสวงหาความได้เปรียบ เพื่อตนเองจะได้มาซึ่งชัยชนะ
โดยที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมส่วนรวมตราบนั้นสังคมมนุษย์ก็คงจะต้องเผชิญกับปัญหาความทุกข์
และพบแต่ความเจ็บปวดอยู่ร่ำไปไม่มีที่สิ้นสุด
แท้ที่จริงแล้ว คนเราจะมีความสุขและมีชีวิตที่ดีงามได้นั้น
คุณค่าของชีวิตดังกล่าวไม่ได้วัดกันที่ชัยชนะ หรือการได้มาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงแต่ประการใด
หากแต่ความสุขที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่ที่การได้เรียนรู้ ศึกษา ค้นพบ รู้จัก และเข้าใจชีวิตและตนเองอย่างแจ่มแจ้งต่างหาก
เรามายอมแพ้กันเถอะ ถ้าหากว่าความพ่ายแพ้นั้น ทำให้สังคมมีความสุข
และอยู่กันอย่างสันติ
ยอมแพ้เสียบ้าง............ แล้วโลกของเราจะน่าอยู่กว่านี้อีกมากมาย.
ยอมแพ้เสียบ้าง
|