เมื่อหลายปีก่อน พลเอกชาติชาย
ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยผู้ล่วงลับ ได้กล่าวประโยคอมตะเอาไว้ว่า
"ก่อนพูดเราเป็นนายของคำพูด แต่เมื่อพูดออกไปแล้ว
คำพูดจะเป็นนายของเรา" เพื่อย้ำเตือนให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญของคำพูดและมีความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเองมากยิ่งขึ้น
"คำพูด" เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์
เพราะเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจให้เกิดขึ้นตรงตามเจตนารมณ์ที่แต่ละคนต้องการจะสื่อสารออกไป
ซึ่งถ้าหากปราศจากคำพูดเสียแล้ว บางทีการสื่อสารหรือทำความเข้าใจกับคนอื่น ก็มิอาจจะบรรลุผลสำเร็จตามที่ต้องการได้
"คำพูด" นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกันแล้ว
ก็ยังทำหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมอีกด้วย ซึ่งจะทำหน้าที่คอยควบคุมพฤติกรรมการพูดจาของมนุษย์ให้มีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
ถ้าหากว่าใครใช้คำพูดถูกต้อง ก็จะได้รับการยอมรับนับถือหรือเป็นที่น่าศรัทธาเชื่อถือ
ในขณะเดียวกัน ถ้าหากใครใช้คำพูดไปในทางที่ไม่ชอบ ก็อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นกับตนเองได้เช่นกัน
ซึ่งจะส่งผลทำให้ขาดการยอมรับหรือเชื่อถือจากคนอื่นได้
สำหรับมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ แล้ว ดูเหมือนว่าโลกธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ลาภ
ยศ สรรเสริญ และความสุข ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็ปรารถนาอยากจะได้และอยากจะมี
และไม่ใช่จะมีเพียงแค่นี้เท่านั้น หากแต่ยังอยากให้ใครต่อใครรัก ยอมรับ นับถือ
ศรัทธา เชื่อถือ และไว้วางใจในตนเองอีกด้วย ซึ่งก็มีบางคนเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่อีกหลายๆ คน กลับไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่นแต่อย่างใด
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเราไม่ได้รับการยอมรับหรือไว้วางใจจากคนอื่นนั้น ก็คือ
"คำพูด"นี่เอง ซึ่งบางครั้งอาจชอบโกหก
ชอบพูดเท็จ ขาดความจริงใจ หรือหลอกลวงคนอื่น หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากการที่คนเราชอบพูดคำหยาบ
ชอบการพูดส่อเสียด และพูดด่าคนอื่นเจ็บๆ อยู่บ่อยๆ เลยเป็นสาเหตุทำให้คนอื่นไม่ค่อยให้ความเคารพนับถือ
เชื่อถือหรือไว้วางใจเท่าที่ควร รวมทั้งสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาด้วย
การสร้างหลักประกันทางด้านความเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับตนเอง เป็นสิ่งที่คนเราควรจะศึกษาเรียนรู้และนำมาใช้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด
ซึ่งมิใช่เรื่องยากแต่อย่างใดเลย ถ้าหากว่าแต่ละคนมีความยินยอมและยินดีที่จะปรับปรุงหรือพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
เพื่อที่จะสร้างหลักประกันทางความเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับตนเอง
หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา เรื่อง "สัจจะ" ดูเหมือนจะเป็นคำสอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีการดำรงตนอยู่ในสังคมของมวลมนุษย์
และเป็นหลักธรรมที่จะทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติมีหลักประกันทางความเชื่อถือ ช่วยสร้างความศรัทธาเลื่อมใสให้เกิดกับผู้ปฏิบัติอยู่เสมอ
"สัจจะ" ในที่นี่ แปลว่า ความจริง,ความซื่อสัตย์,ความซื่อตรง
และความจริงใจ ซึ่งหมายความว่า ถ้าหากคนเราอยากจะให้คนอื่นมีความเชื่อใจ นับถือ
ศรัทธา และไว้วางใจในตัวเรา เราก็ควรที่จะประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์
มีความซื่อตรง พูดจริงทำจริง ไม่พูดเท็จ และมีความจริงใจต่อคนอื่นอยู่เสมอ แล้วจะสามารถทำให้คนอื่นมีความศรัทธาเลื่อมใสในตัวเราได้
เพราะความจริงใจนั้น ได้ชื่อว่าเป็นสายใยแห่งมิตรภาพและความเชื่อถือ
สังคมใดก็ตามที่สมาชิกในสังคม พากันประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนเรื่อง "สัจจะ"
อยู่เสมอ สังคมนั้นจะเป็นสังคมที่มีแต่ความร่มรื่น มีความเบิกบาน ไร้ความหวาดระแวง
มีความรักสามัคคี มีความจริงใจ และอยู่ร่วมกันอย่างมีเกียรติและมีสันติภาพตลอดเวลา
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนต่างก็ปรารถนาและวาดหวังอยากจะให้มีมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าในยุคปัจจุบันนี้เราจะหาสังคมแห่งอุดมคติอย่างนั้นไม่ได้เลยสักแห่ง
เพราะหาคนที่จะประพฤติตามหลักการแห่งสัจจะได้น้อย ถึงแม้ว่ายุคนี้วิทยาการหรือเทคโนโลยีจะเจริญขึ้นก็ตามที
หากแต่จิตใจของมนุษย์นั้นกลับมีแต่ความเสื่อมทรุด และมิได้พัฒนาหรือเจริญขึ้นเหมือนกับเทคโนโลยีแต่อย่างใด
บ่อยครั้งที่เราจะมักได้พบกับนักการเมืองขี้โกงหรือกลิ้งกลอกปลิ้นปล้อน ข้าราชการจอมทุจริต
พ่อค้าที่เห็นเอาเปรียบ และเพื่อนทรยศผู้ปราศจากความจริงใจ ซึ่งปรากฎการณ์เหล่านี้
ล้วนเกิดมาจากการที่คนเราขาดความจริงใจต่อกัน มุ่งแต่จะเอาเปรียบกันเพียงอย่างเดียว
จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดการพูดเท็จหรือการโกหกกันขึ้นมา
การพูดเท็จหรือการโกหก มิใช่จะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นเฉพาะแก่ตนเองเท่านั้น
หากแต่ยังสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่สังคม หรือประเทศชาติอีกด้วย ถ้าหากว่าแต่ละคนต่างก็ขาดความจริงใจและคอยแต่จะหลอกลวงกันอยู่ตลอดเวลา
โดยมิเคยเลยที่จะพูดความจริงหรือพูดสิ่งที่ดีๆต่อกัน
ฉะนั้น คำพูดที่ประกอบด้วย"สัจจะ"จึงเป็นสิ่งเดียวที่จะสร้างหลักประกันแห่งความเชื่อถือให้เกิดขึ้นทั้งแก่ตนเองได้
ซึ่งไม่ใช่จะเพียงมีเพียงแค่นี้ หากแต่ยังจะเป็นสื่อที่สร้างสรรค์ความมั่นคงเป็นปึกแผ่นและความเจริญให้เกิดแก่สังคมอีกด้วย.
หลักประกันแห่งความเชื่อถือ
|