ค่ายฝึกอบรมคุณธรรม
วัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม ) ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

----------------------------------------------------

 

1. หลักการและเหตุผล

พุทธศาสนาถือได้ว่าเป็นศาสนาประจำชาติไทยมาแต่โบราณ หลักศีลธรรม จริยธรรมอันเป็นหลักธรรมคำสอนในศาสนาได้หล่อหลอมเป็นประเพณี ระเบียบวินัย ค่านิยม กำหนดเป็นวิถีชีวิตที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัฒนธรรม" สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สร้างความสุขสงบสันติแก่ประชาชนทั่วไป

สภาพสังคมในปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและหลากหลาย อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ทำให้แนวคิด วิถีชีวิต ค่านิยมของบุคคลในสังคมเกิดความเปลี่ยนแปลง เบี่ยงเบนไปจากหลักศีลธรรม จริยธรรมที่ดีงามตามหลักธรรมของพุทธศาสนา กลับกลายเป็นไปตามวัฒนธรรมตะวันตก ที่เน้นการบริโภควัตถุต่างๆ จนเกิดความสับสน ก่อเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิตของผุ้คน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน เช่น การหลงมัวเมาในอบายมุข สิ่งเสพย์ติด การปล่อยตัวปล่อยใจ ขาดระเบียบวินัย ไร้ทิศทางของชีวิต ฟุ่มเฟือย เป็นต้น

พระเดชพระคุณ พระราชสิทธาจารย์ (สมณศักดิ์ขณะนั้น) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และในฐานะรองอธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ มีเจตนาอย่างแรงกล้าที่จะให้มีการจัดอบรมคุณธรรม จริยธรรมแก่นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนทั่วไป จึงได้สนับสนุนให้บุคลากรส่วนหนึ่งร่วมกับวัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม) คณะพุทธนิคม และพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ จัดดำเนินการอบรมคุณธรรมแก่นักเรียน นักศึกษาขึ้น ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2534 ต่อมาในปี 2538 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน โดยทางวัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม) ร่วมกับสถาบันปัญญานันทะ พุทธนิคมเชียงใหม่ และพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ดำเนินงานต่อจนถึงปัจจุบัน

2. วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ศึกษาและทำความเข้าใจตนเองตามหลักธรรม และรู้จักนำไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง

2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ศึกษาธรรมแบบเจาะลึก และเสวนาธรรม กับพระวิทยากรเพื่อให้เกิดปัญญาสามารถนำไปประยุกต์แก้ไขปัญหาชีวิตได้อย่างเหมาะสม

3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการปลูกฝังระเบียบวินัย และค่านิยมที่ถูกต้องดีงามจากพื้นฐานของคุณธรรม

4. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้อยู่ร่วมกัน ปฏิบัติธรรมแบบเข้ม เน้นการใช้สติควบคุมตนเองทุกอิริยาบถ

5. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจ และตระหนักถึงคุณค่าความสัมพันธ์ระหว่างชีวิต ธรรมะ และธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

6. เพื่อให้ครูอาจารย์ผู้ร่วมไปกับนักเรียน นักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรม นำไปสู่ความต่อเนื่องในการประพฤติปฏิบัติธรรมในสถานศึกษาต่อไป

3. กลุ่มเป้าหมาย

จัดค่ายดำเนินการฝึกอบรมคุณธรรม เน้นภาคปฏิบัติควบคู่ไปกับภาคความรู้ด้านธรรมะ

1. เดิมมีเป้าหมายเฉพาะนักเรียน นักศึกษาและเยาวชนทั่วไป อบรมรุ่นละ 80 คน แบ่งออกเป็น 8 กลุ่มๆ 10 คน คือ กลุ่มเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สัจจะ ทมะ ขันติ แปละจาคะ โดยมีพระวิทยากรพี่เลี้ยงประจำกลุ่มๆ ละ 1 รูป ช่วยดูแลภาคปฏิบัติและการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ต่อมาได้ขยายตามความต้องการของหน่วยงาน สถานศึกษา โดยจัดอบรมครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงานและประชาชน รุ่นละ 60 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มเช่นเดียวกัน

3. และต่อมาได้มีพระภิกษุสามเณรที่บรรพชาอุปสมบทเข้าพรรษา หรือโอกาสพิเศษ ได้เข้ารับการฝึกอบรมด้วย รวมถึงพระภิกษุสามเณรที่เป็นนักเรียน นักศึกษา และพระภิกษุผู้ปฏิบัติงานเผยแผ่ พระธรรมจาริก

4. ผู้ให้การสนับสนุนและอุปถัมภ์

ฝ่ายพระภิกษุ
1. พระธรรมโกศาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทะ) วัดชลประทานรังสฤษฏ์ นนทบุรี
2. พระธรรมสิทธาจารย์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่
3. พระราชพุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ วัดบุพพาราม เชียงใหม่
4. พระราชรัตนากร อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เชียงใหม่
5. พระครูสุคันธศีล เจ้าอาวาสวัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม) เชียงใหม่
6. พระเถรานุเถระอื่นๆ

ฝ่ายคฤหัสถ์
1. เจ้าพ่อชื่น -เจ้าแม่สุริฉาย สิโรรส และบุตรหลานตระกูล "สิโรรส"
2. คุณสมบูรณ์ - คุณบัวชม กันทะปา โรงเรียนดรุณนิมิตร และโรงเรียนดรุณนิมิตรวิทยา
3. ผศ. รุ่งเรือง บุญโญรส
4. คณะพุทธนิคม เชียงใหม่
5. พุทธสมาคม จังหวัดเชียงใหม่
6. หน่วยงาน องค์การ มูลนิธิ และผุ้มีจิตศรัทธาอื่นๆ

5. คณะผู้ดำเนินงาน

ฝ่ายพระภิกษุ
1. พระครูสุคันธศีล เจ้าอาวาสวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม)
2. ดร. พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ หัวหน้าฝ่ายแผนงานและวิชาการ
3. พระมหาเวียง ญาณนันโท หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติ
4. พระภิกษุบางรูปที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยมหามกุฎฯ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
5. พระภิกษุบางรูปของวัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม)

ฝ่ายคฤหัสถ์
1. นายแสงชัย สิงหวิบูลย์ ข้าราชการบำนาญ ผู้อำนวยการค่ายฯ
2. นายประสาท สุขเกษม อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย มหาจุฬาฯ เชียงใหม่ เลขานุการและผู้ประสานงาน
3. นางไฉไลฤดี ยุวนะศิริ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย มหาจุฬาฯ เชียงใหม่ ช่วยงานการเงินในระยะแรก
4. นางสาวเพ็ญฉาย สิโรรส พุทธนิคม ฝ่ายอาคารสถานที่
5. นายสมาน เชี่ยวศิลป์ อดีตพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ ช่วยงานการเงิน
6. นายจรัส ภู่ผลทาน นักธุรกิจ ช่วยงานบริการทั่วๆ ไปในระยะหลัง

6. การสมัครและการส่งเข้ารับการอบรม

1. นักเรียน นักศึกษา สมัครผ่านสถานศึกษา หรือสถานศึกษาส่งเข้ามารับการอบรมรุ่นละ 80 คน การกำหนดจำนวนดังกล่าว เพื่อควบคุมคุณภาพและเพื่อให้เหมาะกับสถานที่ อุปกรณ์ รวมทั้งความทั่วถึงในการควบคุม

2. ครูอาจารย์ ข้าราชการ พนักงานและประชาชน สมัครผ่านสถานศึกษา หน่วยงาน สถาบัน กลุ่มชมรม รุ่นละ 40-60 คน

3. พระภิกษุ สามเณร คณะสงฆ์ เจ้าอาวาส หรือเจ้าสำนักเรียนขอส่งเข้ารับการอบรมปฏิบัติธรรม รุ่นละ 40-60 รูป

7. หลักสูตรและระยะเวลาของการอบรม

1. นักเรียน นักศึกษา ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน (48 ชั่วโมง)

ภาควิชาการ อบรมความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะช่วยเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และค่านิยม เช่น เรื่องพระรัตนตรัย ความกตัญญูกตเวที อบายมุข ทิศ 6 มรรค 8 ไตรสิกขา สติสัมปชัญญะ กฎแห่งกรรม ธรรมะกับการพัฒนาชีวิต ธรรมะกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ปัญหาวัยรุ่น พุทธภาษิต คติธรรม ระเบียบวินัย ค่านิยม และหัวข้อธรรมอื่นๆ ตามที่สถาบันขอเน้น

ภาคปฏิบัติ ฝึกมารยาทตามแนววัฒนธรรมไทย เช่น การกราบ การไหว้ การเคารพ กิริยาลุก นั่ง การสวดมนต์ทำวัตร ฝึกการเจริญสมาธิภาวนา แผ่เมตตา เดินจงกรม ฝึกโยคะ การศึกษา สำรวจ ทำความเข้าใจตนเอง การรับประทานอาหารอย่างสำรวมระวังและการปฏิบัติอื่นๆ เน้นการใช้สติควบคุมตนเอง

2. ครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงานและประชาชน ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน หรือตามความประสงค์ของหน่วยงาน

ภาควิชาการ อบรมความรุ้พื้นฐานที่จะช่วยสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรม ในการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ เช่น พระรัตนตรัย ไตรสิกขา ฆราวาสธรรม สังคหวัตถุ สุขของฆราวาส อริยสัจจ์ ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ อบายมุข มรรค 8 ธรรมกับการพัฒนาชีวิต ธรรมกับหน้าที่การงาน ศาสนาพิธี และหัวข้อธรรมตามที่หน่วยงานขอเน้น
ภาคปฏิบัติ ปฏิบัติแบบเดียวกับนักเรียนนักศึกษาแต่เน้นเวลาการปฏิบัติที่ยาวนานกว่าและเคร่งครัดมากกว่า

3. พระภิกษุ สามเณร ฝึกการปฏิบัติธรรม 3 วัน 2 คืน หรือมากกว่า แล้วแต่วัตถุประสงค์

ภาควิชาการ ฟังการบรรยาธรรม ร่วมอภิปรายและวิเคราะห์หลักธรรมโดยละเอียด เช่น ขันธ์ 5 ธาตุ 4 สติปัฏฐาน 4 อายตนะ 6 กระบวนการเกิดทุกข์ และการดับทุกข์ อานาปานสติ ธรรมและพระสงฆ์กับปัญหาสังคม บทบาทของพระสงฆ์ในการธำรงพระพุทธศาสนา ปัญหาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แนวทางพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน เป็นต้น

ภาคปฏิบัติ การทำวัตรเช้า-เย็น อบรมอานาปานสติ เดินจงกรม ฝึกโยคะ เน้นการใช้สติทุกอิริยาบถ เพื่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 อันเป็นสภาวะ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญาอย่างสมบูรณ์


8. สถานที่ฝึกอบรม

ใช้สถานที่บริเวณส่วนใต้ของวัดอุดมงค์(สวนพุทธธรรม)

1. สถานที่ประชุมอบรมและรับประทานอาหาร ใช้อาคารธรรมศาลาเพิ่มพูน ว่องวานิช

2. สถานที่พัก ใช้อาคาร 6 หลัง พักได้ประมาณ 80-100 คน

3. ห้องน้ำ - ห้องส้วม รวม 42 ห้อง

4. สถานที่ฝึกภาคปฏิบัติและทำกิจกรรมต่างๆ ใช้อาคารธรรมศาลาเพิ่มพูน ว่องวานิช และบริเวณค่ายๆ วัดอุโมงค์ และวัดอุโมงค์

9. งบ ประมาณค่าใช้จ่าย

1. ค่าอาหาร ผู้เข้ารับการอบรมออกเอง โดยหน่วยงานรวบรวมจ่ายให้แก่แม่ครัว เฉพาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา อบรม 3 วัน 2 คืน อาหาร 6 มื้อ เริ่มตั้งแต่คนละ 70 บาท เพิ่มเรื่อยมาจนถึงสิ้นปี 2541 เก็บคนละ 110 บาท ในปี 2542 ไม่มีแม่ครัวประจำ ทางโรงเรียนต้องจัดหาแม่ครัวมาเอง ส่วนครูอาจารย์ ข้าราชการ ตั้งแต่มื้อละ 30 บาท จนถึงมื้อละ 40 บาทต่อคน แล้วแต่การตกลงในรายการอาหาร

2. ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เป็นค่าน้ำดื่ม น้ำปานะ น้ำยาล้างถ้วยชาม ล้างห้องน้ำ ยากันยุง ดอกไม้ธูปเทียน ค่าภัตตาหารพระวิทยากร เป็นต้น รุ่นละ 2,000 บาท

3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากข้อ 9 (2) เช่น ค่าพิมพ์วุฒิบัตร เริ่มตั้งแต่ใบละ 2,3 และ 4 บาท ค่ากระแสไฟฟ้าประมาณ รุ่นละ 500 บาท ค่าซักผ้าห่ม ครั้งละ 800-1,000 บาท ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง รุ่นละ 200-300 บาท ค่าฟิล์มและล้างอัดรูป ค่าวัสดุ ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ

4. ค่าตอบแทนสมนาคุณ ทางค่ายฯ ช่วยเหลือในด้านการลงทะเบียนเรียนในระดับปริญญาตรี-โท ในเชียงใหม่และช่วยสมทบค่าเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเล็กๆ น้อยๆ
และถวายช่วยเหลือเป็นปัจจัยประมาณรูปละ 1,000-1,200 บาทต่อปี

ที่มาของงบประมาณ ค่าใช้จ่ายตามข้อ 9 (2)(3) และ (4) ได้มาจากการบริจาคสนับสนุนขององค์กรมูลนิธิ หน่วยงาน ราชการ และผู้มีจิตศรัทธาทั่วๆ ไป และจากหน่วยงาน สถานศึกษาที่ส่งผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งบริจาคตามกำลังศรัทธา

10. การติดตามประเมินผล

การประเมินผลเบื้องต้นในระหว่างการอบรม ใช้วิธีการสังเกตติดตามพฤติกรรม และแนะนำชี้แจงให้แก้ไขเป็นรายคน และมีการประชุมกลุ่มสรุปผลรายงานก่อนการปิดอบรม และมีการสอบถามหลังการอบรม

ที่ผ่านมาประเมินผลได้ ดังนี้

1. นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจและมองเห็นคุณค่าของธรรม บางรายสามารถนำหลักธรรมไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น

2. ครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน มีความเข้าใจ มองเห็นชีวิตและธรรมในทัศนะที่ถูกต้อง บางรายสามารถละเลิกอบายมุขบางอย่างได้

3. พระภิกษุ สามเณร มีความเข้าใจธรรมละเอียดยิ่งขึ้น เข้าใจถึงบทบาทพระสงฆ์กับสังคม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนึกในเพศพรหมจรรย์มากยิ่งขึ้น.

กลับ - back

 

1