โลโก้นะเนี่ย
Special Column
 Home
 X-Files Series
 Photo Gallely
 Lyric
 Joke
 MultiLinks
 Jkong Guest Book
บทความพิเศษ
 มาทำเว็บกันเถอะ
 ชวนกันอ่านหนังสือ
 คุยเฟื่องเรื่องหนัง
 เรื่องราวของประเทศไทย
 ธรรมะเพื่อชีวิต
About Me
JK's Story
JKong's Family
JKong's memories
JK's Friends
JK's Society
JK's Diary
JK 's Chatroom
ขอบคุณครับ







ประวัติการทำงาน

ประวัติการทำงาน Episode I:
งานชิ้นแรกเริ่มเมื่ออายุ 15 ขวบ หลังจากท่านบิดาเสด็จกลับสรวงสวรรค์ คืองานเก็บขวด เศษเหล็ก เศษแก้ว อลูมิเนียมขาย ทำอยู่สองปี รายได้ดีมาก ตาหลังเลิกครับ ดันไปชอบสาว แต่สาวเจ้ามองหมิ่น ๆ อายสาวเลยเลิก
งานชิ้นที่สอง ทำงานอยู่ในโรงทำขนม พวกขนมปัง เบเกอรี่ อะไรพวกนี้ สนุกดีครับ ตาหลังโดนมารดาท่านด่าว่าไม่ยอมเฝ้าบ้านเลยเลิกครับ(แล้วตูจะเอาอะไรกินฟะเนี่ย ตังส์ก็ไม่ให้ตูใช้ แต่ก็ไม่ปล่อยตูไปทำงานอีก)
งานชิ้นที่ 3 ทำงานในโรงน้ำขวดมอรีสระยะสั้น ๆ เพราะมือต้องถูกน้ำทั้งวันเปื่อยหมด
งานชิ้นที่ 4 หลังจากจบการศึกษาม.ปลายจากก.ศ.น. แล้ว ก็เข้ากรุงเทพได้ทำงานที่แม็คโดนัลด์
แต่ 8 เดือนหลังจากนั้น เมื่อมองเห็นว่าวุฒิม. 6 ไม่สามารถ สร้างเงินเดือนเลี้ยงตัวได้จึงลาออกมาเรียนต่อที่โรงเรียนพณิชยการ.......... เป็นผู้ตั้งสโลแกนให้กับโรงเรียนนี้ว่า "เรียนสนุก นั่งลุกสบาย พ่อแม่ฉิบหาย จ่ายเงินเต็มที่ เป็นหนี้จนอาน พณิชยการ........ " ก่อนสอบ 1 สัปดาห์ เกิดล้มป่วยหนัก ถึง 2 สัปดาห์เต็ม ๆ จึงไม่ได้สอบ สุดท้ายเมื่อหายดีมาติดต่อขอสอบกับทางโรงเรียน พบปัญหายุ่งยากมากมาย จึงดรอปได้เพื่อกลับไปทำงาน ซึงไปทำงานหลายที่ อาทิ แม็คโดนัลด์( อีก 7เดือน) เจเอสพี มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป(1เดือน)นอร์ทไทยทัวร์, ซีเอ็ดยูเคชั่น(7เดือน), จนได้พบกับความมหัศจรรย์ของคอมพิวเตอร์ จึงยอมลาลอกเพื่อจะกลับมาเรียนต่อ เมื่อกลับมาเรียนต่อทางโรงเรียนไม่ยอมนับหน่วยกิจเก่า ๆ ให้ จะให้เรียนใหม่หมด เมื่อเห็นความสิ้นเปลืองหนักกว่าเดิม นายก้อง จึงไปสมัครสอบเข้าเรียน ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เมื่อจบการศึกษามาจึงเข้ากรุงเทพไปหางานทำต่ออีกรอบ หางานสายงานคอมพิวเตอร์ได้แสนจะยากลำบาก เพราะคนดันแห่ไปเรียนสายนี้กันหมดแล้วจบออกมาเดินชนกันบนท้องถนน นี่ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะพูดภาษาจีนได้ก็คงจะหางานไม่ได้ ไปได้งานที่คิงส์เพาเวอร์ดิวตี้ฟรี ซึ่งเป็นช่วงจังหวะเปิดตัวพอดีหลังจากมาเทคโอเวอร์บริษัทไทยแลนด์ดิวตี้ฟรี รายได้ดีมากรับเดือนเป็นหมื่น แต่ไม่มีความสุข กับรูปแบบงาน ระบบงาน เคยขอโอนย้ายไปอยู่แผนกคอมพิวเตอร์หลายครั้ง แต่ไม่เคยได้ (มารู้ภายหลังว่าเพราะหัวหน้าไม่อยากเสียมือดีไปแผนกอื่น แค้นใจมาก คนอะไรเห็นแก่ตัวจริง ๆ) เมื่อทนอยู่ต่อไปไม่ไหวจึงลาออกกลางอากาศ ก่อนหน้านั้นได้ไปสมัครเรียนปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ วิชาเอกการจัดรายการวิทยุกระจายเสียง ของมสธ.ไว้ เมื่อลาออกมาก็ตระเวนหางาน เทียนอี้ ลิขิตฟ้า คนมันจะซวยก็คือคนมันจะซวย ช่วงนั้นประเทศประสบพิษเศรษฐกิจ ล่มจมกันเป็นแถบ บริษัทน้อยใหญ่ปิดตัวไปตาม ๆ กัน หลายบริษัทปลดคนออก ทำให้งานหายากยิ่ง เวลาผ่านไป 3 เดือน เงินเก็บที่มีก็ร่อยหรอ สิ่งเดียวที่รู้ว่าควรทำและทำได้ก็คือ "กลับบ้าน"

ประวัติการทำงาน Episode II:
หลังจากกลับบ้านไปแล้วงานประจำก็คือนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่พักใหญ่ ไป ๆ มา ๆ ก็ได้มีโอกาสไปทำงานร่วมกับเพื่อนนายตี๋ทำร้านคอมพิวเตอร์อยู่พักใหญ่ ที่ร้านกาฬสินธุ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งตอนนั้นเจ้าของร้านทะเลาะกับภรรเมีย สาวเจ้าหอบเสื้อผ้าหนีไป ก็เลยทำงานคนเดียวไม่ไหว ก็เลยไปช่วยงานซะ ซ่อมเครื่องเอย พิมพ์งาน สอนคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรม รายได้ก็พอเป็นรายได้บ้าง ไป ๆ มา ๆ ทำอยู่หลายเดือน ภรรเมียหมอนั่นกลับมา ข้าน้อยเห็นว่าอยู่ต่อไปก็คงไม่ดีแน่รายได้ร้านนั้นก็ไม่ได้มากมายอะไร เมื่อตัวหารเยอะยิ่งจะลำบากกัน ก็เลยถอนตัวออกมาตามประสาหมาหัวเน่า พอกลับมาว่างก็เลยกลับไปเรียนศิลปะและเรียนดนตรีอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เลยไปเป็นตัวแทนประกันชีวิตให้กับเอไอเอ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ในช่วงที่เรียนดนตรีไปซักหลายเดือนนั่นล่ะ ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับนายเค ซึ่งทำให้มีโอกาสได้งานใหม่อีกที่คือเป็นเด็กเสริฟอยู่ที่นิวเวฟผับ เป็นเด็กเสริฟด้วย เดินขายประกันไปด้วย เหนื่อยชิบเป๋ง และที่นิวเวฟที่นี่เองทำให้ได้เห็นคนและเข้าใจคนมากขึ้นว่าคนมันจะมองกันแค่เปลือกจริง ๆ เพื่อนบางคนมันทำเป็นจำไม่ได้ เจอหน้าแล้วไม่กล้าทัก บางคนก็แสดงอาการดูถูกเห็น ๆ (ไอ้เบี้ยวอนันต์เป็นต้น) บางคนมันก็คิดว่าเรากระจอกงอกง่อย ลูกค้าหาว่าขโมยบุหรี่บ้างล่ะ(จะขโมยไปทำเหี้ยอะไร กุ๊ไม่สูบบุหรี่ บ้านกูรวยกว่าบ้านมึงอีกแค่บุหรี่ซองไม่กี่ตังส์จะขโมยไปทำห่าอะไร) ยังจำคำพูดลูกค้าคนนั้นได้เลย "แกไม่เอาไป ใครจะเอาไป" ถ้าไม่ติดว่าเป็นเด็กเสริฟล่ะก็ กระทืบแม่งตายคาร้านแล้ว
ทำที่นิวเวฟได้หลายเดือนเหมือนกัน จนกระทั่งสงกรานต์ปี 2542 ก็กลับเข้ากรุงเทพเพื่อจะหางานทำ มาสมัครงานมีโอกาสได้ทำงานที่ บริษัท ดิโอ ฟู๊ด จำกัด ที่นี่เองที่เจอสหายอ๋อง ตัวประหลาดหมายเลข 13 เทพหมายเลข 8 เทพสยองขวัญ การทำงานก็ควรจะราบรื่นไปได้สวยนะ ถ้าไม่เจอคนบ้าอย่างไอ้คุณประพงษ์ ซึ่งเข้าทำงานก่อนผม 8 วันในตำแหน่งผู้จัดการ และไล่คนออก 8 คน แล้ว ล่าสุดเช้าวันนั้นเองเพิ่งจะไล่เด็กออก 1 คน สรุปมันไล่คนออกวันล่ะคน ความบ้าของไอ้หมอนี่ไม่อยากจะบรรยาย เอาเป็นว่าลูกน้องลาออกกันว่าเล่น วันที่ผมลาออกมีออกพร้อมผมอีก 2 คน สรุปไอ้เหี้ยนี่แม่งบ้า สุดท้ายมันไล่คนออก จนไม่มีคนทำงาน จนเจ๊งต้องปิดกิจการไป (ไม่รู้เฮียตงแกรับเข้ามาทำงานได้ยังไง) หลังจากลาออกจากดิโอแล้วผมก็กลับมาบ้านอีกครั้งเพื่อที่จะกลับมาทำงานที่นิวเวฟ แต่ดูเหมือนพี่เอ็ดดี้เจ้าของกิจการแกจะน้อยใจอะไรซักอย่าง เลยไม่ได้งานทำ ก็เลยเดินร่อนไปเรื่อย ๆ หางาน จนมาเจอ "ครัวคุณยาย" จะกลับมาเขียนต่อเร็ว ๆ นี้ครับ


1