โลโก้นะเนี่ย
Special Column
มุมธรรมะ
ปริศนาจักรวาล
มุมหนังสือ
หัวเราะต่ออายุ
ภาพยนตร์
ดนตรี - เพลง
เกมส์ - กีฬา
ท่องโลกภาษา
เมืองไทยน่ารู้
คันปากอยากวิจารณ์
อัดอั้นตันใจ
สรรหามาฝาก
คาบข่าวมาเล่าต่อ
ชวนกันสรรค์สร้างเว็บ
มันมากับเมล์
Photo Gallely
รวมลิงค์
กระดานสนทนา
สมุดเยี่ยม
About Me
JK's Story
JK's Guan
JK's Society
JK's Diary
JK 's Chatroom
ขอบคุณครับ





ธรรมวิภาค
ธรรมะพื้นฐานที่ชาวพุทธควรรู้ โดย JK! หมัดมั่ว

ทั้งหมดนี้เป็นธรรมวิภาคที่นักธรรมตรีหรือนักศึกษาธรรมศึกษาตรีต้องศึกษา มีหัวข้อพิเศษเพิ่มเติมที่ไม่ได้อยู่ในธรรมวิภาคเพิ่มเติมพิเศษให้ชั่วคราว เพราะยังไม่มีคอลัมน์เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพุทธศาสตร์ ต่อไปเมื่อจะอธิบายเกี่ยวกับหัวข้อธรรมเหล่านั้นแยกไปเป็นอีกหัวข้อต่างหากในอนาคต ทสกะ (หมวด ๑๐) อกุศลกรรมบท ๑๐ ๑. ปาณาติบาต ทำให้ลมหายใจของสัตว์ต้องสิ้นสุดลง ๒. อทินนาทาน ยึดถือเอาของที่เจ้าของเข้าไม่ใด้ให้ ๓. กาเมสุมิจฉาจาร แสวงหาสุขทางโลกในทางที่ผิด ๔. มุสาวาท กล่าววาจาเท็จ ๕. ปิสุณวาจา กล่าววาจาส่อเสียด เสียดสีผู้อื่น ๖. ผสุสวาจา กล่าววาจาหยาบคาย ๗. สัมผัปปลาป กล่าวคำพูดเพ้อเจ้อ เหลวไหล ไร้สาระ ๘. อภิชฌา โลภอยากได้ของเขา ๙. พยาบาท คิดร้ายผู้อื่น ๑๐. มิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นผิดจากคลองธรรม กุศลกรรมบถ ๑๐ ๑. ปาณาติบาตา เวรมณี เว้นจากการทำให้ลมหายใจของสัตว์ต้องสิ้นสุดลง ๒. อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากการยึดถือเอาของที่เจ้าของเข้าไม่ใด้ให ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากการแสวงหาสุขทางโลกในทางที่ผิด ๔. มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากการกล่าววาจาเท็จ ๕. ปิสุณาย วาจายะ เวรมณี เว้นจากการกล่าววาจาส่อเสียด เสียดสีผู้อื่น ๖. ผรุสาย วาจายะ เวรมณี เว้นจากการกล่าววาจาหยาบคาย ๗. สัมผัปปลาปา เวรมณี เว้นจากการกล่าวคำพูดเพ้อเจ้อ เหลวไหล ไร้สาระ ๘. อนภิชฌา ไม่โลภอยากได้ของเขา ๙. อพยาบาท ไม่คิดร้ายผู้อื่น ๑๐. สัมมาทิฏฐิ เห็นนชอบตามคลองธรรม บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน ๒. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาความปกติของกาย วาจา ใจ ๓. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา ๔. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยการประพฤติถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ ๕. เวยยาจัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการช่วยขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ ๗. ปัตตานะโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ ๘. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม ๙.ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม ๑๐. ทิฎฐุชุกรรม การทำความเห็นให้ตรง นาถกรณธรรม ๑๐ (ธรรมทำที่พึ่ง ๑๐) หัวข้อธรรมเหล่านี้เป็นที่พึ่งได้ ไม่ทำให้ตกยากลำบาก ๑. สีล การรักษากาย วาจา ใน ให้เรียบร้อย ๒. พาหุสัจจะ ความรู้มาก ๓. กัลยาณมิตตตา การมีมิตรที่ดี ๔. โสวจัสสตา ความเป็นผู้ว่าง่าย ๕. กิงกรณีเยสุ ทักขตา ความขยันเอาใจใส่ในกิจธุระของเพื่อน ๖. ธัมมกามตา ความใคร่ในธรรม ๗. วิริยะ ความเพียร ๘. สันโดษ ความยินดีในสิ่งที่มี ๙.สติ ความระลึกได้ ๑๐. ปัญญา ความรอบรู้แยกแยะสิ่งดีชั่ว สิ่งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ สิ่งอันเป็นสาระ และไม่มีสาระ กถาวัตถุ ๑๐ ๑. อัปปิจฉกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้มีความปรารถนาน้อย ๒. สันตุฎฃฏฐิกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้สันโดษ ยินดีด้วยปัจจัยตามมีตามได้ ๓. ปวิเวกกถาถ้อยคำที่ชักนำให้สงัดกาย สงัดใจ ๔. อสังสัคคกถาถ้อยคำที่ชักนำไม่ให้ระคนด้วยหมู่ ๕. วิริยารัมภกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ปรารถนาความเพียร ๖. สีลกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ตั้งมั่นอยู่ในศีล ๗. สมาธิกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ทำใจให้ตั้งมั่น ๘. ปัญญกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้เกิดปัญญา ๙.วิมุตติกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ทำใจให้พ้นจากกิเลส ๑๐. วิมุติญาณทัสสนกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้เกิดความเห็นในความที่ใจพ้นจากกิเลส อนุสสติ ๑๐ ๑. พุทธานุสสติ ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า ๒. ธัมมานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระธรรม ๓. สังฆานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ ๔. สีลานุสสติ ระลึกถึงศีลของตน ๕. จาคานุสสติ ระลึกถึงทานที่ตนได้บริจาคแล้ว ๖. เทวตานุสสติ ระลึกถึงคุณที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา ๗. มรณสติ ระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตน เตรียมใจรับความตาย ๘. กายคตาสติ ระลึกให้เห็นว่ากายนี้ไม่งาม น่าเกลียด ไม่สะอาด ๙.อานาปานสติ ตั้งสติกำหนดลมหายใจเข้าออก ๑๐. อุปสมานุสสติ ระลึกถึงคุณพระนิพพาน ซึ่งเป็นที่ระงับกิเลสและกองทุกข์ ปกิณณกะ (หมวดเบ็ตเล็ด) อุปกิเลส ๑๖ ๑. อภิชฌาวิสมโลภะ ละโมบไม่สม่ำเสมอ คือความเพ่งเล็ง ๒. โทสะ ร้ายกาจ ๓. โกธะ ความโกรธ ๔. อุปนาหะ ผูกโกรธไว้ ๕. มักขะ ลบหลู่คุณท่าน ๖. ปลาสะ ตีเสมอ ยกตนเทียมท่าน ๗. อิสสา ริษยา เห็นเขาได้ดีแล้วทนอยู่ไม่ได้ ๘. มัจฉริยะ ตระหนี่ ๙. มายา มารยา เจ้าเล่ห์ หลอกลวง ๑๐. สาเถยยะ โอ้อวด ๑๑. ถัมภะ หัวดื้อ ๑๒. สารัมภะ แข่งดี ๑๓. มานะ ถือตัว ๑๔. อติมานะ ดูหมิ่นท่าน ๑๕. มทะ มัวเมา ๑๖. ปมาทะ เลินเล่อ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ธรรมเป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้) สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘ หากมีเวลาว่างจะมาทำการอธิบายหลักธรรมเหล่านี้โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แต่คงทำได้เพียงแค่คร่าว ๆ เท่าที่คนศึกษาและปฏิบัติธรรมมาเพียงยี่สิบปีจะทำได้เท่านั้น หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมควรศึกษาจาก บรรพชิตผู้สละโลกครองผ้ากาสาวพัตรถือธรรมเป็นสรณะแทน


1