ว่าด้วยศีลห้า
หลักปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนานั้น มีหลัก ๓ ประการคือ
ศีล สมาธิ ปัญญา
ศีล ตามความหมายตรงตัวคือ "ปกติ" คือข้อปฏิบัติอันจะนำชีวิตไปสู่วิถีชีวิตปกติสุข ไม่มีทุกข์ภัย
คือเมื่อไม่ก่อกรรมเลว ย่อมไม่ได้รับผลของกรรมเลวตอบสนอง
การอันจะปฏิบัติศีลได้นั้น "สติ" คือความระลึกได้ นี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะต้องรู้ตัว
รู้เท่าทันทุกขณะจิตว่ากำลังจะทำผิด
ศีลนั้นมีอยู่หลายกลุ่มเหมือนกัน
แบ่งเป็น จุฬศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ซึ่งมีข้อพึงละเว้นเยอะแยะมากมาย
ถ้าต้องการศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียดจริง ๆ ควรจะไปศึกษาพระไตรปิฏกเล่มที่ ๙
ศีลขันธวรรคสูตรที่๑ หรือไปหาหนังสือธรรมนูญของชาวพุทธซึ่งสมาคมผู้ปฏิบัติธรรมเป็นผู้จัดพิมพ์
เอาเป็นว่าในศีลทั้งหลายนั้นแบ่งเป็น เบญจศีล(ศีลห้า) อุโบสถศีล(ศีลแปด) ศีล ๑๐
ศีล ๒๒๗ ข้อ ของภิกษุสงฆ์ และอื่น ๆ ไม่ขอพูดถึง ขอกล่าวพื้นฐานถึงศีลห้าแต่เพียงอย่างเดียว
อันว่าศีลห้านั้นประกอบด้วย ๕ ข้อต่อไปนี้
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทัง สมาทิยามิ พึงละเว้นจากการทำให้ลมหายใจของสิ่งมีชีวิตต้องขาดหรือดับลง
๒. อทินนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทัง สมาทิยามิ พึงละเว้นจากการเอาของที่เจ้าของเขามิได้เต็มใจให้
๓. กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทัง สมาทิยามิ พึงละเว้นจากการแสวงหาสุขทางโลกในทางที่ผิด
ศีลข้อสามนี้เป็นศีลที่ชาวไทยพุทธส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จริงกันเลย เพราะชอบแปลความหมายว่าไม่ให้ผิดลูกผิดเมียใคร
แต่โดยความจริงแล้วคำว่า "กาเมสุ มิจฺฉาจาร" เป็นคำที่มีความหมายที่กว้างและครอบคลุมกว้างไกล
คำว่า "กาเม" นั้น มีความหมายถึงความสุขทางโลก เพราะฉนั้นความหมายที่แท้จริงของบาลีบทนี้ก็คือ
พึงละเว้นจากการแสวงหาสุขทางโลกในทางที่ผิด ไม่ว่าจะเป็น ต้มตุ๋น หลอกลวง ยักยอก ฉ้อโกง คอรัปชั่น แย่งแฟนคนอื่น
เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เหมือนนักการเมืองของประเทศสารขันธ์ทำกัน และการเอาดีใส่ตัวในทางที่ผิดทั้งหมด
นั่นคือ "กาเมสุ มิจฺฉาจาร"
๔. มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทัง สมาทิยามิ พึงละเว้นจากการกล่าววาจาเท็จ
ศีลห้าหรือเบญจศีลนั้น แต่เดิมมีเพียงแค่ ๔ ข้อ โดยหากพิจารณาจาก ทีฆนิกาย(พระสูตรยาว) พระสูตรแรกในพระสุตันตปิฏก
วรรคแรก "ศีลขันธวรรค" จะมีเพียง ๔ ข้อ ครั้นต่อมาเกิดกรณีของพระสาคตะ พระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์
ชาวบ้านได้นำสุรามาถวาย และพระสาคตะได้เสพสุราจนเมาสุราเมามายจนหมดสิ้นอิทธิฤทธิ์
พระพุทธองค์จึงได้ทรงบัญญัติศีลข้อที่ห้าขึ้นมา
๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวรมณี สิกฺขาปทัง สมาทิยามิ
ในข้อนี้จะประกอบไปด้วย
สุรา คือ ของหมักดอง
เมรย คือ สุรากลั่น
มชฺช คือ ของมึนเมา ซึ่งจะหมายความรวมไปถึงยาเสพติดทั้งหลายทั้งปวงด้วย
ปมาทัฏฐานา อันเป็นเหตุแห่งความประมาท
นั่นก็คือ
พึงละเว้นจากการเสพ ของหมักดอง สุรากลั่น ของมึนเมาทั้งหลาย อันเป็นสาเหตุแห่งความประมาท
ทั้ง ๕ ข้อนี้คือเบญจศีล หลักปฏิบัติพื้นฐานอันจะนำไปสู่วิถีชีวิตปกติสุขของชาวพุทธ
จะปฏิบัติได้มากน้อยอย่างไรก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลคน ปฏิบัติได้มากของเข้าสู่วิถีชีวิตปกติได้มาก
อันจะนำมาซึ่งการไม่ก่อเวรก่อภัยแก่ตนเองและผู้อื่น ซึ่งจะส่งผลดีให้แก่ชีวิต
ผมเองคนเขียนบทความนี้ก็ปฏิบัติได้แค่ ๔ ข้อแรก ส่วนข้อ ๕ ก็ค่อยเป็นค่อยไปตามเวลา
จิตยังไม่เข้มแข็งพอที่จะตัดกิเลสในส่วนนี้ได้ แต่ก็อย่างบอกล่ะครับทำได้ก็ดีต่อตัวเอง
ทำได้มาก ก็ดีมาก นี่ล่ะครับ "ทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ขนานแท้ ตามความหมายของพระพุทธศาสนา
หมายเหตุ เนื้อหาทั้งหมดเกิดจากการศึกษาปฏิบัติของผู้เขียนเอง
หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดคลาดเคลื่อนจากพุทธธรรม นั่นเป็นความผิดพลาดในการตีความของผู้เขียนเอง
บทความนี้หากเกิดเป็นบุญกุศลใด ๆ ก็ขออุทิศให้ดวงวิญญาณบรรพชนและญาติผู้ล่วงลับทั้งหลาย
หากเกิดเป็นบาปเวรใด ๆ ขอให้บาปกรรมนั้นตกอยู่กับข้าพเจ้าเพียงผู้เดียว