นำชม : สิ่งดีๆ จำเริญตา จำเริญใจ ในแม่สอด แม่ระมาด และเมืองตาก
๏ เดินทางไปไหว้พระ | ตามประสา |
รวมจิตรวมศรัทธา | ประณตน้อม |
วิสาขะบูชา | ปรมัตถ์ |
แม่สอดแม่ระมาดพร้อม | พม่าเงี้ยวประสิทธิ์ศิลป์ ๚ |
เมื่อวิสาขปูรณมีบูชาที่ผ่านมา
พี่เล็กได้มีโอกาสไปเที่ยวไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งในจังหวัดตาก
โดยออกเดินทางคืนวันพฤหัสที่ ๗ พ.ค. ๕๒ ดิ่งตรงจากกรุงเทพฯไปแม่สอด
ไปไหว้พระตามวัดวาอารามต่างๆ แวะซื้อของที่ตลาดริมเมย
พักผ่อนในรีสอร์ทเล็กๆ แต่สร้างเสร็จใหม่ๆ ในราคาย่อมเยา
แล้วรุ่งขึ้นไปไหว้พระพุทธรูปหินอ่อนที่วัดดอนแก้ว อ.แม่ระมาด
แล้วตีรถไปเข้าเมืองตาก นอนพักหนึ่งคืน
รุ่งขึ้นตระเวนไหว้พระและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
แล้วตีรถกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางแวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวเมืองกำแพงเพชร
แวะนมัสการหลวงพ่อโม้ วัดเทพโมลีกำแพงเพชร แล้วกลับถึงกรุงเทพฯ ตอนเย็นๆ
วันที่ ๑๐ พ.ค. ๕๒ ได้พบเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (Unseen Thailand)
หลายแห่ง จึงนำภาพมาฝากพี่ๆน้องๆ ให้ได้ชมกันครับ
ภาพข้างบนนั้นได้แก่ พระมหามุนีที่แม่สอด
พระพทธรูปหินอ่อนที่แม่ระมาด ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่แม่สอด
และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ อ.เมือง จ.ตาก
วัดไทยวัฒนาราม
: ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก
วัดนี้แต่เดิมเรียกว่าวัดแม่ตาวเงี้ยวหรือวัดไทยใหญ่ สร้างเมื่อประมาณปี
พ.ศ. ๒๔๑๐ โดยชาวพม่าชื่อนายมุ้ง ซึ่งต่อมาได้รับพระราชนามว่า
หมื่นอาจคำแหง และเมื่อถึง พ.ศ. ๒๕๐๐
วัดได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดไทยวัฒนารามจนถึงปัจจุบัน
การเดินทางใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 105 วิ่งไปทางตลาดริมเมย
(สะพานมิตรภาพไทย-พม่า) จากตัวอำเภอแม่สอดวิ่งไปประมาณ ๔ กม.
ก่อนถึงสะพาน ๑-๒ กม. วัดจะอยู่ในซอยขวามือ
วัดนี้เป็นวัดที่สวยงามมากทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมแบบพม่า (ไทยใหญ่)
มีเจดีย์ชเวดากองจำลอง มีศาลาการเปรียญไม้ลายฉลุแบบพม่า
ทั้งยังมีพระพุทธรูปสำคัญประดิษฐ์สถานอยู่ คือ
พระมหามุนีจำลองจากพระมหามุนีเมืองมัณฑเลย์ในพม่า
พระพุทธรูปหินอ่อนจำลองจากวัดดอนแก้ว อ.แม่ระมาด จ.ตาก
และพระพุทธไสยาสน์ศิลปพม่าองค์ใหญ่
ชาวบ้านแถวๆนั้นพูดภาษาพม่า
มีสามเณรน้อยและลูกศิษย์วัดรุ่นหนุ่มคนหนึ่งพาพี่เล็กและภรรยาไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
ภายในวัด ก็พูดภาษาพม่าปนไทย แต่ก็พอสื่อสารกันได้ วัดนี้เงียบสงบ สะอาด
สวยงามและน่าชมมากครับ และในส่วนชั้นบน บนศาลาการเปรียญ
ยังมีพระพุทธรูปหินอ่อนเก่าแก่จากพม่าประดิษฐานอยู่ด้วย
ซึ่งนับเป็นวัดที่ควรไปเยี่ยมชมอย่างยิ่งเมื่อไปเยือนแม่สอด
พระพุทธรูปสำคัญในวัดไทยวัฒนารามคือ พระมหามุนีจำลอง พระพุทธรูปหินอ่อนจำลองจากองค์ที่แม่ระมาด พระพุทธรูปหินอ่อนทรงเครื่อง และพระพุทธรูปหินอ่อนโบราณจากพม่า
พระพุทธไสยาสน์ศิลปพม่าองค์ใหญ่ ขนาดวัดได้ยาวกว่า ๔๐ เมตร พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งแห่งวัดไทยวัฒนาราม แม่สอด
พระพุทธรูปในบรรยากาศแบบพม่า
วัดท่าสายโทรเลข : อยู่ย่านสายลวด (ตำบลสายลวด) ทางไปตลาดริมเมย เห็นชื่อวัดแปลกๆ ก็เลยแวะเข้าไปชม ได้กราบพระและทำบุญเล็กน้อยครับ
ตลาดริมเมย : อยู่เชิงสะพานมิตรภาพ ไทย-พม่า (แม่สอด-เมียวดี) บรรยากาศคล้ายๆ ตลาดอินโดจีนที่หนองคายผสมคลองถม หางดงและโรงเกลือ ติดกับตลาดริมเมยจะมีตึกแถวที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไม้แปรรูป เช่น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ คล้ายๆ ย่านบางโพในกรุงเทพฯ สินค้าในตลาดก็ไม่แพง กำไลหยกก็ขายกันไม่แพง เข็มขัดเงินและเข็มขัดนาคที่เห็นในรูปก็ราคาไม่เกินสามร้อยบาท (แม่ค้าบอกสามร้อยห้าสิบ/ไม่ผ่านมาก) ซื้อมาอย่างละเส้นเอาไว้กั้นขันหมากหลานๆ อิอิอิ
วัดแม่ซอดน่าด่าน : วัดศิลปพม่า/ไทยใหญ่ที่งดงาม อีกวัดหนึ่งในตัวเมืองแม่สอด
วัดชุมพลคีรี : อยู่แม่สอด เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี ในวัดมีเจดีย์สร้างใหม่โดยจำลองมาจากเจดีย์ชเวดากองของพม่า
วัดมณีไพรสณฑ์ : อยู่ในแม่สอด วัดนี้มีเจดีย์วิหารสัมพุทเธ ซึ่งบนองค์เจดีย์มีเจดีย์เล็กๆ ล้อมรอบถึง ๒๓๓ องค์ และมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง ๕๑๒,๒๐๘ องค์เป็นวัดก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช : อยู่ตรงข้ามสนามกีฬาเทศบาลแม่สอด ตรงสามแยกที่จะไปแม่ระมาด สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๕ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ครั้นเมื่อพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแกลง ประเทศพม่า โดยเสด็จผ่านด่านแม่ละเมา อ.แม่สอดเป็นแห่งแรก
วัดดอนแก้ว : อ.แม่ระมาด จ.ตาก (ห่างจากตัวเมืองแม่สอดประมาณ ๓๐ กม.) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน อันเป็นปฏิมากรรมของชาวพม่าที่แกะสลักจากหินอ่อนสีขาวทั้งแท่ง มีอยู่ ๓ องค์ในโลก โดยองค์แรกประดิษฐานอยู่ ณ ประเทศอินดีย องค์ที่สองประดิษฐาน ณ ประเทศปากีสถาน และองค์ที่สามประดิษฐาน ณ วัดดอนแก้ว บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นมาก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมตลอดวัน การเดินทางสะดวกมาก จากแม่สอดใช้เส้นทาง ๑๐๕ วิ่งไปทาง อ.แม่ระมาด บนถนนลาดยางสองเลน ผิวถนนสมบูรณ์ ไม่ขรุขระ ไม่มีทางโค้งคดเคี้ยว มีขึ้นเนิน-ลงเนินบ้าง ขับสนุก คล้ายๆ ถนนจากมุกดาหารไป อ.ธาตุพนม (ระยะทาง ๕๐ กม.) ส่วนถนน ๑๐๕ ช่วงตาก วิ่งเข้า อ.แม่สอด ระยะทางราว ๘๐ กม. จะเป็นถนน ๓ ช่องทาง มีคดเคี้ยวบ้างคล้ายๆ ทางไปปาย (แม่แตง-ปาย) แต่วิ่งสะดวกกว่า ต่างกับถนนปายก็ตรงที่ที่นี่มีรถบรรทุกวิ่งได้ (จึงมีสามเลน) รถยนต์-รถตู้วิ่งสบาย แต่รถบรรทุกโดยเฉพาะรถพ่วงต้องระวังให้มาก เพราะขากลับเห็นล้มหักศอกอยู่สองคัน จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง
ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน : อยู่ทางขวามือริมทางสายตาก-แม่สอด ตรงหลักกม.ที่ ๗๑-๗๒ ทำพิธีเปิดเมื่อปลายปี ๒๕๒๓ เหตุที่สร้างศาลนี้เล่ากันว่ามีคหบดีผู้หนึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพาตมาช้านานแล้วได้ฝันว่ามีผู้มาบอกให้สร้างศาลเจ้าพ่อขุนสามชนขึ้นตรงบริเวณที่เป็นศาลปัจจุบัน คหบดีผู้นั้นจึงสร้างศาลขึ้นถวายเรียกว่าศาลเจ้าพ่อขุนสามชน นับแต่นั้นมาอาการของคหบดีผู้นั้นก็เป็นปกติ ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือศาลนี้มาก
ศาลเจ้าพ่อพะวอ : ตั้งอยู่บนเส้นทาง ๑๐๕ (ตาก-แม่สอด) ตรงหลัก กม.ที่ ๖๒-๖๓ ท่านเป็นชายชาตินักรบมีศักดิ์ฐานะเป็นนายด่านแม่ละเมาเมืองหน้าด่านของไทยในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๓๑๘ กองทัพข้าศึกเคลื่อนทัพมายังไทย โดยผ่านทางด่านแม่ละเมา เจ้าพ่อพะวอ ตัดสินใจนำไพร่พลที่มีอยู่เข้าปะทะกับกำลังของข้าศึกอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทุกคนยอมตายถวายชีวิต ณ ยุทธภูมิด่านแม่ละเมาเชิงเขาแห่งนี้ วีรกรรมอันห้าวหาญและดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านเลื่องลือไปทั่วเป็นการประกาศศักดิ์ศรีให้อนุชนทั่วไปได้รับรู้ว่าท่านคือชายชาตินักรบผู้กล้าหาญของไทยในอดีตกาล เนื่องจากท่านเป็นนักรบ ท่านจึงชอบเสียงดังอึกทึก จึงมีผู้นิยมจุดประทัดเพื่อบูชาท่าน และผู้คนที่ขับรถผ่านมาหน้าศาลมักจะกดแตรเแรงๆ ดังสนั่นหวั่นไหวเพื่อแสดงความเคารพ
วัดโพธิคุณ (วัดห้วยเตย) : ตั้งอยู่ใกล้ถนนสายเอเซียตาก-แม่สอด (ทางหลวงหมายเลข 105) หลักกิโลเมตรที่ ๖๙ อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สอด ๑๑ กิโลเมตรพอดี ห่างจากเนินพิศวงประมาณ ๕๐๐ เมตร ตั้งอยู่เลขที่ ๖๔/๑ หมู่ที่ ๖ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระตรีโลกเชษฐ์ พระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย เป็นวัดที่สวยงามและสงบในบรรยากาศแห่งขุนเขาที่ร่มรื่น
วัดชัยชนะสงคราม : อ.เมือง จ.ตาก มีหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองตาก องค์หลวงพ่อโตองค์หลวงพ่อโต ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ณ วัดชัยชนะสงครามแห่งนี้ สร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช ๒๒๙๙ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดำรงตำแหน่งเป็นหลวงยกกระบัตร เจ้าเมืองตาก "หลวงพ่อโต -บันดาลชัยให้สมปรารถนา" คือ คำบอกเล่าาในพุทธบารมีหลวงพ่อโต วัดชัยชนะสงคราม
วัดเชียงทอง : อ.เมือง จ.ตาก วัดนี้มีสิงห์หน้าวัดสวยดี เป็นสิงห์แนวพม่า และมีศาลาการเปรียญทรงแนวๆ ล้านนาซึ่งมีหน้าบันที่มีลวดลายงดงามมาก
วัดพร้าว : เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอเมืองตาก มีพระประธานอายุกว่า ๑๕๐ ปี ปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่เป็นวัดสวยงาม อยู่ริมถนนเรียบแม่น้ำปิง
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช : ตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนจรดวิถีถ่อง ตัดกับถนนมหาดไทยบำรุง ใกล้ศาลากลางจังหวัด ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๗ สวรรคต พ.ศ. ๒๓๒๕ รวม ๔๘ พรรษา ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป และทุกปีในระหว่างสิ้นปีและวันปีใหม่ จะมีงานฉลองเป็นประเพณี
วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง : อำเภอเมือง จ.ตาก ตั้งอยู่ที่บ้านรมณีย์ ถนนตากสิน
ตำบลหนองหลวง ตรงข้ามศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๑
บูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ ภายในวัดมีเจดีย์ทรงมอญบรรจุพระธาตุไว้
ได้บูรณฉัตร และบรรจุพระธาตุไว้ที่ส่วนบนของยอดฉัตร
ส่วนในวิหารประดิษฐานพระประธานที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อพุทธมนต์
สร้างสมัยสุโขทัย ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 19 มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก
*** ภาพบนคือหลวงพ่อพุทธมนต์ในวิหารหน้าเจดีย์ใหญ่
ส่วนอีกภาพหนึ่งคือหลวงพ่อพระประะธานในวิหารไม้ที่งดงาม
วัดดอนแก้ว : อ.เมือง จ.ตาก เป็นวัดที่สวยงามอีกวัดหนึ่ง อยู่กลางเมืองตาก (เป็นคนละวัดกับวัดดอนแก้วที่ อ.แม่ระมาด) ในวิหารมีหลวงพ่อพระประธานองค์ใหญ่ ซึ่งสามารถเข้าชมและกราบพระขอพรได้ ส่วนพระอุโบสถจะปิดอยู่ ตอนพี่เล็กเข้าไปในวัดมีหลวงพี่ท่านหนึ่งมาเปิดวิหารให้เข้าไปชมภายใน ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่โดยรอบ บริเวณรอบๆ วัดสะอาดและเงียบสงบดีมากครับ
วัดมะเขือแจ้ : ตั้งอยู่ที่บ้านเสาสูง ตำบลระแหง อำเภอเมือง ฯ มีพื้นที่ ๘ ไร่เศษ พื้นที่ตั้งวัดมีหมู่บ้านล้อมรอบทั้งสามทิศ ทางวัดได้สร้างกำแพงไว้โดยรอบ หน้าวัดอยู่ด้านตะวันตก มีประตูเข้า ออก สองประตู อุโบสถกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๖ เมตร บูรณะเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๐ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๙
วัดสีตลาราม : เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดตาก ตั้งอยู่ที่บ้านจีน
ตำบลระแหง อำเภอเมือง วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านชุมชน
มีถนนรอบวัดด้านหน้าติดกับถนนตากสินเหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่าวัดน้ำหัก
เพราะในสมัยก่อนบริเวณด้านตะวัดตกของวัดเป็นแม่น้ำปิง
กระแสน้ำไหลหักวนเนื่องจากเมื่อถึงหน้าน้ำหลาก น้ำจากห้วยแม่ท้อ
ซึ่งไหลแรงมากได้ไหลตัดกระแสน้ำของน้ำปิงให้เบนหักมายังท่าน้ำหน้าวัดนี้
ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า "วัดน้ำหัก" ต่อมาได้มีการถมดินสองฝั่งแม่น้ำ
ร่องน้ำเปลี่ยนไปจึงไม่มีคุ่งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลวนให้เห็นอีก
วัดสีตลารามเป็นวัดเก่า มีบรรยากาศร่มรื่น
มีต้นไม้ใหญ่มากมายเป็นวัดที่มีกุฏิพระและโบสถ์สร้างตามศิลปะยุโรป
แม้แต่อาคารเรือนไม้เก่าแก่ในวัดก็เช่นกัน ต่อมาพระอุโบสถถูกไฟไหม้จึงสร้างขึ้นใหม่
หน้าอุโบสถมีวิหารคดสร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลายภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยา
วัดมณีบรรพต : เป็นวัดหลวงประจำจังหวัด อยู่บนทางหลวงหมายเลข 1 ใกล้โรงพยาบาลตาก ก่อนเข้าตัวเมืองเล็กน้อย วัดมณีบรรพตตั้งอยู่บนเนินเขาลูกย่อมๆ ด้านหลังเป็นเจดีย์ทรงมอญย่อเหลี่ยมไม้ ๑๖ ภายในอุโบสถมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทางแก่วัดนี้ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแสนทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ชาวบ้านอัญเชิญมาจากวัดร้างแห่งหนึ่งในเขตตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓ นับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองตาก ใกล้วัดมีหนองน้ำมณีบรรพต ปัจจุบันเทศบาลเมืองตากได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นสวนสาธารณะหนองมณีบรรพต เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามกลางเมืองตาก เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นที่พักรถของนักท่องเที่ยว
หลวงพ่อโม้ : วัดเทพโมลี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ขากลับได้ผ่าน จ.กำแพงเพชร จึงได้แวะเข้ากราบนมัสการหลวงพ่อโม้ (หลวงพ่อเทพโมฬี) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองกำแพงเพชรเพื่อความเป็นศิริมงคล