วันวิสาขบูชา : ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ในปีอธิกมาส ในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะสักการะบูชาพระพุทธองค์ด้วยการทำบุญตักบาตร เข้าวัดเพื่อฟังเทศน์ฟังธรรมและเวียนเทียน  
 


 
• ประสูติ 

เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ  
แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ  
พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี  
ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ  
ซึ่งเป็นพระนครเดิมของพระนาง  
เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น 
ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน 
พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น 
ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี 
ครั้นพระกุมารประสูติได้ ๕ วันก็ได้รับการถวายพระนามว่า “สิทธัตถะ” 
 


 
• ตรัสรู้ 

พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญเพียรต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น 
ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้า “ฌาน”  
เพื่อให้บรรลุ “ญาณ”  จนเวลาผ่านไปจนถึง  ...

- ยามต้น : ทรงบรรลุ  “ปุพเพนิวาสานุติญาณ ” 
  คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น 
- ยามสอง : ทรงบรรลุ “จุตูปปาตญาณ ” 
  คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย 
- ยามสาม : ทรงบรรลุ “อาสวักขญาณ” 
  คือรู้วิธีกำจัดกิเลส ด้วย อริยสัจ ๔ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ) 
  ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖  
  ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา 
 
• เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวลานานถึง ๔๕ ปี 
ซึ่งมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม 
ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก 
ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน ๖ พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย 
ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ 
พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธลง 
แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ 
เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชกผู้หนึ่ง 
ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย 
เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาท 
ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลาย 
ไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน 
และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด ” 
หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน ๖ นั้น 

1