เฉลยแบบทดสอบ

  1. การส่งสัญญาณข้อมูลคืออะไร?
    ตอบการส่งสัญญาณข้อมูลหมายถึง การส่ง(นำ)ข้อมูลหรือข่าวสารจากเครื่องส่งหรือผู้ส่งผ่านทางสื่อหรือตัวกลางไปยังเครื่องผู้รับ ข้อมูลหรือข่าวสารที่ถูกส่างออกไปอาจจะอยู่ในรูปของสัญญาณเสียง สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแสงก็ได้
  2. สื่อหรือตัวกลางของสัญญาณสามารถแบ่งออกเป็นกี่จำพวก อะไรบ้าง?
    ตอบสื่อหรือตัวกลางของสัญญาณสามารถแบ่งออกเป็น 2 จำพวกคือ
    1. จำพวกที่สามารถกำหนดเส้นทางสัญญาณได้ (Guided Media) ได้แก่ สายคู่ตีเกลียว สายโทรศัพท์ สายโคแอกเชียล และสายใยแก้วนำแสง
    2. จำพวกที่ไม่สามารถกำหนดเส้นทางสัญญาณได้ (Unguided Media) หรือสื่อกลางไร้สาย ได้แก่ ชั้นบรรยากาศ สุญญากาศ และน้ำ
  3. รูปแบบของการส่งสัญญาณข้อมูลมีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง?
    ตอบมี 4 รูปแบบ คือ
    1. แบบทิศทางเดียวหรือซิมเพล็กซ์ (one-way หรือ Simplex)
    2. แบบกึ่งทางคู่หรือครึ่งดูเพล็กซ์ (Either-Way of TWO Ways หรือ Half Duplex)
    3. แบบทางคู่หรือดูเพล็กซ์เต็ม (Both-way หรือ Full-Duplex)
    4. แบบสะท้อนสัญญาณหรือเอกโคเพล็กซ์ (Echo-Plex)
  4. Channel Type มีกี่ชนิด อะไรบ้าง?
    ตอบมีช่องทางสื่อสารที่เป็นพื้นฐานอยู่ 2 ชนิด คือ ช่องทางอนาลอก สำหรับการส่ง-รับข้อมูลที่เป็นสัญญาณต่อเนื่องหรืออนาลอก เช่น ช่องสัญญาณสถานีวิทยุ AM หรือ FM ช่องสัญญาณโทรทัศน์ (ช่อง 3,5,7,9,11) และช่องทางดิจิตอล สำหรับการส่ง-รับข้อมูลที่เป็นสัญญาณไม่ต่อเนื่องหรือดิจิตอลเช่น ช่องสัญญาณอนุกรมของเมาส์หรือคีย์บอร์ด ช่องสัญญาณขนานของเครื่องพริ้นเตอร์
  5. อุปกรณ์ทบทวนสัญญาณในการส่งสัญญาณแบบดิจิตอล คืออะไร?
    ตอบรีพีตเตอร์ (Repeater)
  6. ลักษณะการถ่ายทอดสัญญาณแบบอนุกรมเป็นอย่างไร?
    ตอบ การถ่ายทอดสัญญาณแบบอนุกรม (serial transmission) มองเห็นข้อมูลในลักษณะของกระแสบิท (bit stream) คือไม่มีการแบ่งข้อมูลเป็นไบท์หรือหน่วยอื่นใด การถ่ายทอดข้อมูลจึงเกิดขึ้นทีละบิทต่อเนื่องกันไปผ่านทางสายสัญญาณเพียงเส้นเดียวจนกว่าจะหมด ทางฝั่งผู้ส่งจะต้องทำให้ข้อมูลที่จะส่งรวมทั้งข้อมูลสำหรับการควบคุมทั้งหมดรวมเป็นกระแสบิทชุดเดียวกันแล้ว ส่งออกมาทีละบิทจนครบทุกบิท ทางฝั่งผู้รับก็จะรับข้อมูลเข้ามาทีละบิทซึ่งจะต้องมีโปรแกรมหรืออุปกรณ์ส่วนอื่นนำข้อมูลที่รับเข้ามา ไปรวมเป็นไบท์เพื่อแปรความหมายอีกต่อหนึ่ง
  7. ลักษณะการถ่ายทอดสัญญาณแบบขนานเป็นอย่างไร?
    ตอบการถ่ายทอดข้อมูลแบบขนาน ( parallel transmission) จัดการส่งข้อมูลออกไปครั้งละหนึ่งตัวอักษรหรือหนึ่งไบท์มี 8 บิทก็จะต้องใช้สายสัญญาณจำนวน 8 เส้น(ไม่รวมสายสัญญาณสำหรับข้อมูลสำหรับการควบคุมอื่นๆ) เพื่อส่งข้อมูลทั้ง 8 บิทออกไปในคราวเดียวกัน
  8. ความผิดเพี้ยนข้อมูลเกิดจากอะไร?
    ตอบความซับซ้อนยุ่งยากของการสื่อสารข้อมูลส่วนใหญ่ส่วนหนึ่ง เกิดขึ้นเนื่องจากผู้รับข้อมูลไม่ทราบว่าสิ่งที่ตนเองได้รับมานั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ ในเวลาเดียวกัน ผู้ส่งก็ไม่แน่ใจว่าผู้ รับจะได้ รับข้อมูลตามที่ตนเองต้องการ นั่นคือข้อมูลที่ผู้รับกับข้อมูลที่ผู้ส่งนั้นไม่เหมือนกัน ข้อมูลของผู้รับจึงเป็นข้อมูลผิดเพี้ยน (error)
  9. สาเหตุที่ทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนคืออะไร?
    ตอบสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนเกิดขึ้นเนื่องจากการรบกวนจากสิ่งต่าง ๆ ภายนอกระบบเครื่อข่ายซึ่งเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงได้แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ ในขณะที่สาเหตุอีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากปัญหาภายในระบบเครือข่ายเองซึ่งสามารถแก้ไขหรือหลีกเลี่ยงได้ ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสาเหตุหลักที่เกิดขึ้นอยู่เสมอและทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปจากเดิม
  10. อิควอไลเซอร์ (equalizer)ทำหน้าที่อะไร?
    ตอบทำหน้าที่ปรับความเร็วของคลื่นสัญญาณทั้งหมดให้เท่ากันเพื่อให้เดินทางไปถึงผู้รับพร้อมกัน
  11. การตรวจหาความผิดเพี้ยนข้อมูลที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือวิธีใด?
    ตอบการตรวจสอบแพริตี้ (parity checking) หรือเรียกว่า การตรวจสอบซ้ำซ้อนตามแนวตั้ง (vertical redundancy check ; VRC)
  12. การตรวจสอบแบบซีอาร์ซี ใช้ทฤษฎีใดในการคำนวณหาข้อมูลตัวเลขที่เหมาะสม?
    ตอบทฤษฎีสมการโพลีโนเมียว (Polynomial Equation)
  13. บอกลักษณะการแก้ไขแบบส่งข้อมูลซ้ำ?
    ตอบการแก้ไขแบบส่งข้อมูลซ้ำ (Error Detection Whit Retransmission) เป็นการกำหนดให้ผู้ส่งจัดการส่งข้อมูลที่เกิดการผิดเพี้ยนมาใหม่ วิธีการที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปเรียกว่า การขอส่งข้อมูลซ้ำโดยอัตโนมัติ (Automatic Repeat Reques ; ARQ) ซึ่งมีอยู่สามแบบคือ แบบหยุดคอย แบบส่งย้อนกลับและแบบต่อเนื่อง
  14. MNP ย่อมาจากอะไร?
    ตอบMicrocom Networking Protocols
  15. ลักษณะของการส่งข้อมูลแบบบอะซิงโครนัส?
    ตอบการส่งข้อมูลแบบซิงโครนัส ลักษณะของข้อมูลที่ถูกส่งผ่านสายสื่อสารจะถูกส่งไปเป็นบล็อกของอักขระหรือกลุ่มบิต (Block of Characters Bit) โดยไม่จำเป็นต้องมีบิตเริ่มต้นและบิตจบเช่นเดียวกันกับการส่งข้อมูลแบบอะซิงโครนัส
  16. การวัดอัตราความผิดพลาดของข้อมูลทำอย่างไร?
    ตอบเราจะนับจากจำนวนบิตที่เกิดความผิดพลาดไม่เป็นไปตามข้อมูลจริงต่อจำนวนบิตทั้งหมดในช่วงเวลา 1/100 วินาที ดังนั้นยิ่งมีการส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วมากเท่าไร ถ้ามีความผิดพลาดก็จะยิ่งมีมากเท่านั้น โดยทั่วไปอัตราความผิดพลาดที่ยอมรับได้อยู่ที่ประมาณ 1 บิตต่อ 100,000 บิต จะสังเกตว่าค่าอัตราความผิดพลาดเป็นค่าทางสถิติเท่านั้น
  17. การตรวจสอบความผิดพลาดสามารถทำได้โดยการส่งรับข้อมูลออกเป็นกี่แบบ?
    ตอบ
    1. การส่ง-รับข้อมูลทีละอักขระหรือแบบ Manual มักใช้กับระบบ On-Line
    2. การรับ-ส่งข้อมูลทีละบล็อกหรือแบบ Automatic โดยจะมีการสร้าง FCS (Frame Check Sequence) หรือ BCC (Block Check Character)


    กลับสู่หน้าแรก 1