กลุ่มงานรังสีวิทยา  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ถนนวิภาวดีรังสิต  จตุจักร  กรุงเทพฯ  10900

 

ไม่เครียด

 

ความเครียด นอกจากจะทำให้ร่างกายเราไวต่อรังสีแล้ว ยังเป็นสาเหตุของโรคต่างๆมากมาย
เช่น ไขมันในเส้นเลือดสูง เส้นเลือดแข็ง อุดตัน เบาหวาน ติดเชื้อง่าย โรคกระเพาะ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังทำให้แก่เร็วอีกด้วย ดังนั้นอย่าเก็บความเครียดไว้

ลองมาดูวิธีลดความเครียดที่ไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ
โดยการทำอะไรก็ได้ที่เราทำแล้วมีความสุข สบายใจ (โดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน)
จะเลือกใช้วิธีใด ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย และเหตุการณ์ที่ทำให้ท่านเครียด

 

ร้องเพลง
ฟังเพลง
เล่นดนตรี
เต้นรำ

 

เล่นกีฬา
ปลูกต้นไม้
เดิน (เดินอย่างไรให้ไม่ทุกข์)
     

 


   วาดรูป หรือดูรูปที่ทำให้สบายใจ

(หากชอบรูปแนวนี้ www.kincadeart.com)

 

อ่านหนังสือที่ทำให้รู้สึกสนุก สบายใจ และได้แง่คิด


โรคทางใจ

เสนาะซื้อเตียงใหม่ประดับทองราคาแพงหลายล้านจากนอก อยากให้ใครๆได้มาเห็นจึงแกล้งป่วย เพื่อให้วงศาคณาญาติและเพื่อนฝูงเข้าไปในห้องและมีโอกาสชื่นชมเตียงของตน
เพื่อนร่วมงานชื่ออภิสิทธิ์นั่งไขว่ห้างดึงชายกางเกงให้สูงขึ้นจนเห็นรองเท้ายี่ห้อดัง
"เป็นอะไรหือ" เสนาะถาม
"ก็เป็นโรคเดียวกับคุณนั่นแหละ"
อภิสิทธิ์ตอบ

จากหนังสือ "สาวิกา ฉบับที่ 40" เสถียรธรรมสถาน


โรคทางใจอีกชนิดหนึ่ง

เฉลิมบุตรเป็นลูกรัฐมนตรี ไปไหนมาไหนก็ต้องวางก้ามเดินกร่าง วันหนึ่งขณะที่เดินอยู่บนฟุตบาทในซอยคาวบอยแถวสุขุมวิท เห็นชายหนุ่มอีกคนกำลังเดินสวนมา เนื่องจากทางตรงนั้นค่อนข้างแคบ เดินได้แค่คนเดียว จึงพูดขึ้นว่า
"คนอย่างข้าไม่หลีกทางให้พวกปัญญาอ่อนหรอกโว้ย"
ชายคนนั้นได้ยินเข้า มองหน้าเฉลิมบุตรสักพัก แล้วก็เดินลงจากฟุตบาทพร้อมกับพูดว่า
"แต่ผมหลีกทางให้พวกนี้ครับ"

จากหนังสือ "สาวิกา ฉบับที่ 40" เสถียรธรรมสถาน


อาหารใจ - ให้อภัย ใจเย็นๆ

ที่ศรีราชา มีภัตตาคารอาหารทะเลแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากในด้านฝีมือการปรุงอาหาร
สิ่งที่สะดุดใจผมมากกว่าอาหารก็คือแผ่นรายการอาหาร หรือที่บางคนติดเรียกภาษาตะวันตกว่า เมนู
อาหารแต่ละรายการจะปรากฏชื่อและราคาในแผ่นรายการนั้น ตอนล่างของแผ่นรายการจะมีตัวอักษรพิมพ์ไว้ 4-5 บรรทัด
ผมหยิบขึ้นมาอ่าน ได้พบข้อความว่า
"ถ้าท่านสั่งอาหารไปแล้ว อาหารมาถึงโต๊ะของท่านช้าไปหน่อย ทั้งๆที่บางทีลูกค้าที่สั่งอาหารทีหลังท่านกลับได้อาหารก่อน ขอได้โปรดเข้าใจว่า อาหารแต่ละชนิดมีวิธีปรุงต่างกัน บางอย่างปรุงง่าย บางอย่างปรุงยาก บางอย่างต้องใช้เครื่องประกอบหลายชนิด และต้องใช้เวลาปรุงนานหน่อย เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกปาก
ฉะนั้น ถ้าหากอาหารมาถึงโต๊ะของท่านช้าไป โปรดเข้าใจด้วยว่า นั่นเป็นเพราะเราต้องการปรุงอาหารให้ดีสุดฝีมือเรา"
ด้วยความติดใจข้อความแบบนี้ ผมก็หยิบรายการอาหารแผ่นอื่นมาอ่านดู ก็พบข้อความตอนล่างอีกว่า
"ถ้าบริกร กิริยามารยาทไม่เรียบร้อย หรือพูดจาไม่สุภาพ ขอได้โปรดมีเมตตาและเข้าใจด้วยว่า นั่นเป็นเพราะเขาเรียนมาน้อย ถ้าเขาเรียนมากกว่านี้เขาก็คงไม่ต้องมาเป็นบริกร"
เห็นข้อความอย่างนี้แล้ว ก็เอ่ยปากตำหนิเขาไม่ได้ เพราะความจริงเป็นอย่างที่เขาว่าไว้
ตัวอย่างนี้ ทำให้ผมต้องเก็บมาคิด และมองเห็นว่าความแตกต่างของคนเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเหมือนกัน แต่ในความเป็นคนก็มีความแตกต่างกันในด้านการศึกษา ทัศนคติ นิสัยใจคอ สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุของความแตกต่างทั้งนั้น
คิดอย่างนี้ได้ ก็จะใจเย็นขึ้น ยับยั้งชั่งใจมากขึ้น และเคารพผู้อื่นมากขึ้น

จาก "ชีวิตธุรกิจ" โดย ประสาร มฤคพิทักษ์

 

ไม่อยู่ใกล้คนพาล คบเพื่อนดีๆ


 

ไม่คิด ให้เครียดเพิ่มขึ้น
ลืมสิ่งที่ทำให้เครียด

 

 
 ยิ้ม

 

หลับให้สบาย
พักผ่อน หย่อนใจ

     เมื่อพัก       แล้วผ่อน
     ก็ได้หย่อน   ที่ใจ
     พักแล้ว      ไม่ผ่อน
     ก็ได้หย่อน   แต่กาย

 

จาก น้อมสู่ใจ

 

 

  พิจารณาปัญหา  เปลี่ยนมุมมอง
ทั้ง 3 อย่าง ถ้าดูจากด้านบนด้านเดียว
ก็จะเห็นเป็นวงกลมเหมือนกันหมด
แต่ถ้าเปลี่ยนมาดูด้านข้างก็จะพบว่า มีรูปทรงต่างกัน ฉะนั้นการเปลี่ยนมุมมอง ก็อาจช่วยให้เห็นสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

 

"พุทธทาสที่ข้าพเจ้ารู้จักในทางการเมือง" (จาก www.thaksin.net)
โดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย
จัดโดยมูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐ
วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๒
ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์

"......ผมยอมรับว่ามีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมป่วยเป็นโรคทางวิญญาณ ช่วงนั้นผมเป็นรองนายกฯ ในสมัยที่คุณบรรหาร
เป็นนายกฯ

ผมป่วยทางวิญญาณต่อเนื่องมาเป็นปี จนผมพักจากการเมืองไปช่วงหนึ่ง ภรรยาผมนี่ละครับเป็นคนบอกว่า
ผมป่วย แต่ไม่รู้ว่าป่วยด้วยโรคอะไร ป่วยตรงนั้นคือว่าผมมีคำว่า self

ท่านพุทธทาสได้พูดคำว่า self ภาษาลาตินเรียก ego ภาษากรีกเรียกเซนทีกอนที่แปลว่า center นั่นก็คือ
ว่าคนที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คนที่มีความรู้สึกเป็นตัวกูของกู คนที่มีการปรุงแต่งทางอารมณ์ จิตวุ่น นั่นคือภาวะของ
ความป่วยของผมในช่วงนั้น

ภรรยาผมบอกว่าเธอป่วยแน่ เธอพูดคำว่า self ผมจึงเริ่มรู้สึกว่าผมป่วยจริง ผมจึงไปหาแพทย์แพทย์ของ
ผมชื่อ พระอิสระมุนี ซึ่งเป็นองค์หนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาส ท่านอิสระมุนีใช้คำสอนของอาจารย์อย่างแม่นยำ
ท่านได้เทศน์ให้ผมฟัง โดยที่ผมไม่ได้นัดหมายกับท่านเลยว่าผมไปหาท่านด้วยเรื่องอะไร อยู่ ๆ ท่านก็เทศน์ให้
ผมฟัง ท่านพูดถึงตถตา มันเป็นอย่างนั้นเอง ท่านพูดถึงเรื่องของปฏิจจสมุทปบาท ท่านพูดเรื่องอิทัปปัจจยตา ท่าน
พูดถึงตัวกูของกู การยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง ผมสว่างเลยครับ ก่อนหน้านั้นผมยอมรับเลยว่าความจำที่เคยแม่น
กลับไม่แม่นตรงกับที่ท่านพุทธทาสบอกว่าถ้าเราวุ่น คือ จิตไม่ว่าง สมาธิไม่เกิด ปัญญาจะหายไป ถ้าจิตว่าง สมาธิ
มี ปัญญาเข้ามาหา ปรากฏว่าหลังจากนั้นผมคลายลงอย่างง่าย ๆ เลยครับ หลังจากนั้นชีวิตผมมีความสุขมาก
คิดอะไรก็ง่าย จำแม่น สมองโปร่ง ผมบอกได้เลยว่าคาถาบทนี้คือ ความรู้ที่เป็นหลักที่เปรียบเสมือนใบไม้เพียง
กำมือเดียวนั้น ถ้าเราพยายามเข้าใจกับหลักแล้ว จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขมาก ไม่เครียดและปัญญาจะเกิด แล้วเราจะแก้ปัญหาชีวิตได้อันนั้นคือสิ่งที่ผมอยากจะมาสื่อให้ฟังว่านี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ท่านพุทธทาสได้
บอกอีกอย่างหนึ่งคือ เหงื่อของเรานี้คือน้ำมนต์ที่ดีที่สุด อย่าคิดไปวิ่งหาน้ำมนต์ที่ไหนเลย เหงื่อ คือความรักงาน
เอาใจใส่งาน มุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างตัวเองให้ดีที่สุดท่านยังบอกว่า โง่สำหรับฉลาด ถ้าไม่โง่ก็ไม่มีฉลาด จงเอา
ความโง่มาใช้เหมือนมีไฟ ไฟมันมีอันตรายเพราะมันร้อน แต่สามารถเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากมายนั่น
คือเอาความโง่ในอดีตมาเป็นครู มาเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับอนาคต เพราะฉะนั้นใครที่เจอวิกฤติในวันนี้ ขอให้
เอาคาถา ๓-๔ ข้อนี้ละครับไปใช้กับชีวิตพยายามเข้าถึงธรรมะที่เป็นธรรมชาติ โดยการหลุดพ้นจากตัวกูของกูให้
มากที่สุด ที่สำคัญให้เริ่มต้นจากสังคมในครอบครัวก่อน สังคมเล็ก ๆ นี้ละครับ ท่านบอกว่าทุกคนเป็นนักการ
เมืองทั้งนั้น หัวหน้าครอบครัวก็ต้องเป็นนักการเมือง เพราะต้องจัดครอบครัวให้มีความสุข หัวหน้าหมู่บ้านก็เป็น
นักการเมือง เพราะต้องจัดหมู่บ้านให้คนในหมู่บ้านมีความสุข เพราะฉะนั้นต้องเริ่มต้นที่ครอบครัวก่อน ถ้าเรา
หลุดพ้นจากตัวกูของกูในครอบครัว ครอบครัวก็จะสันติ มีความสุข

ท่านพุทธทาสบอกว่า คนขาดสติจะเป็นคนที่วิ่งหาธรรมะ แต่ธรรมะจะวิ่งหาคนที่มีสติ เพราะฉะนั้นขอให้
ท่านปราศจากความเป็นตัวกูของกู และจงมีสติเพื่อให้เกิดปัญญา คิดหาทางแก้ไขปัญหาของท่านและครอบครัว
ต่อไป ถึงแม้ว่าเราอยู่ในโลกประชาธิปไตย แต่ขอให้เข้าใจว่าเป็นประชาธิปไตยที่มีทุนนิยมปนอยู่เพราะเรารับ
สังคมของตะวันตกมาเต็มที่ อย่างที่คุณหมอประเวศท่านเขียนหนังสือไว้ว่าความสุขตามคำสอนของท่านพุทธทาส
กับความสุขในค่านิยมทางตะวันตกนั้นแตกต่างกัน ตะวันตกถือว่าความสุขคือ การที่สามารถตอบสนองกิเลสของ
ตัวเองได้ ส่วนท่านพุทธทาสนั้นท่านสอนให้หลุดพ้นจากการเป็นตัวกูของกู หลุดพ้นจากกิเลสเพื่อให้จิตว่าง ถ้าจิตว่างอย่างที่สุดนั้นท่านเรียกว่านิพพาน ซึ่งนิพพานนั้นอาจจะอยู่ในวัฏสงสารได้เป็นอะไรที่เป็นข้อโต้แย้ง
ที่สนุกดีเหมือนกันสุดท้ายคงจำได้ที่เราเรียนหนังสือตอนเด็กๆ เรื่องที่พระพุทธเจ้าโปรดองคุลิมาล ผมอยากให้
คำโปรดของพระพุทธเจ้าครั้งนั้นเหมือนกับเป็นการโปรดให้แก่นักการเมืองทั่วไปด้วย องคุลิมาลเรียกให้ท่าน
หยุดพระพุทธเจ้าท่านจึงทรงตรัสว่าเราหยุดแล้ว ตัวท่านต่างหากที่ยังไม่หยุด องคุลิมาลก็ครุ่นคิดในคำว่าหยุดว่า
คืออะไรเพราะจะหยุดได้อย่างไรในเมื่อยังเห็นพระพุทธเจ้ายังเสด็จต่อไปข้างหน้าเรื่อย ๆ หยุดของพระพุทธเจ้า
ที่โปรดองคุลิมาลในที่นี้คือ หยุดความเป็นตัวกู-ของกู หยุดกิเลสและจงหลุดพ้นจากกิเลส ซึ่งองคุลิมาลก็หยุด
ได้ในที่สุดเพราะฉะนั้นถ้านักการเมืองทุกคนสามารถหยุด "ตัวกู-ของกู" ปราศจาก "ตัวกู-ของกู" ได้ ประเทศ
ชาติจะมีความสุขมาก ถ้าเราทำอะไรเพื่อคนอื่น เพื่อเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมเกิด ร่วมแก่ ร่วมเจ็บ ร่วมตายได้นั้น ย่อมทำให้สังคมมีสุขและสันติสุขตลอดไปขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดไปขอขอบคุณ สวัสดี"

 

ถ้าเครียดเพราะถูกเขาว่าหรือนินทา

คนเราเมื่อมีลาภ ก็มีเสื่อมลาภ
เมื่อมียศ ก็มีเสื่อมยศ
เมื่อมีสุข ก็มีทุกข์
เมื่อมีสรรเสริญ ก็มีนินทา
เป็นของคู่กันมาเช่นนี้
จะไปถืออะไรกับปากมนุษย์
ถึงจะดีแสนดีมันก็ติ ถึงจะชั่วแสนชั่วมันก็ชม
นับประสาอะไร พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเลิศยิ่งกว่ามนุษย์และเทวดา
ยังมีมารผจญ ยังมีคนนินทาติเตียน
ปุถุชนอย่างเราจะรอดพ้นจากโลกธรรมดังกล่าวแล้วไม่ได้
ต้องคิดเสียว่า เขาจะติก็ช่าง ชมก็ช่าง
เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ
ก่อนที่เราจะทำอะไร เราคิดแล้วว่า
ไม่เดือดร้อนแก่ตัวเราแลคนอื่น เราจึงทำ
เขาจะนินทาว่าใส่ร้ายอย่างไร ก็ช่างเขา
บุญเราทำ กรรมเราไม่สร้าง
พยายามสงบกาย สงบวาจา สงบใจ
จะต้องไปกังวล กลัวใครติเตียนทำไม
ไม่เห็นมีประโยชน์ เปลืองความคิดเปล่า ๆ

พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต

 

มองโลกในแง่ดี คิดให้เป็น

 

มีความสุขกับงาน

 

รู้ว่าไม่มีอะไรมีค่าพอที่จะให้เราต้องเครียด
สิ่งทั้งปวง ควรหรือ จะถือมั่น
เพราะว่ามัน ก่อทุกข์ มีสุขไฉน
ยึดมั่นมาก ทุกข์มาก ลำบากใจ
ปล่อยวางได้ เป็นสุข ทุกคืนวัน

พระธรรมวิสุทธิกวี วัดโสมนัสวรวิหาร

ดูความเครียด หรือความรู้สึกเศร้า
รู้ว่ามันทำให้มีความสุข หรือความทุกข์
ความรู้สึกนั้นคงอยู่ตลอดเวลาหรือไม่

มีอะไรที่คงอยู่ตลอดเวลาได้


หายใจเข้าออกอย่างสบาย
(หายใจเข้า รู้สึกสดชื่น หายใจออก รู้สึกผ่อนคลาย)

 


 มีสติอยู่กับปัจจุบัน

 

ของเรา จริงหรือ

หลวงปู่ชาเคยตอบปัญหาผู้ที่มีปัญหาสัตว์จำพวกหนู แมลงสาบมารบกวนว่า

เราก็คิดว่าบ้านนี้เป็นของเรา พวกหนู แมลงสาบมันก็ไม่รู้ด้วย มันก็คิดว่าบ้านของมัน

()

 

  ขอให้ทุกท่านมีความสุข  ไม่เครียดค่ะ    


 เว็บไซต์ทางพระพุทธศาสนา



Link โฮมเพจพุทธศาสนา
 

 

  กลับสู่หน้าหลัก

 

 

1