ปีที่ 2 ฉบับที่ 727 ประจำวันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542
วิวาทะ
ตอบจดหมายคุณผู้ไม่ประมาท ผู้ฝักใฝ่รสพระธรรมเสฐียรพงษ์
เราจะไม่ดีเพราะคำสรรเสริญ เราจะไม่ชั่วโง่เขลาเบาปัญญาเพราะคำติฉินนินทาของสัตว์โลก
ช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้ ผมได้รับบัตรอวยพรหลายฉบับ เขียนด้วยลายมือบ่งบอกว่า บุคคลนั้น เป็นผู้ที่มีความรู้ และมีความศรัทธา เชื่อมั่นต่อ เสฐียรพงษ์ ศ.ศิวรักษ์ และอาจเป็นลูกศิษย์ของ ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก หรือ พระพิศาลธรรมวาที
แต่น่าเสียดายที่ท่านผู้นั้น ไม่มีความกล้าหาญเพียงพอ ที่จะลงชื่อแซ่นามสกุล
ท่านเทิดทูนบุคคลข้างต้นไว้เหนือหัว ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ตามรัฐธรรมนูญ
เสียดายที่สอง ก็อีตรงที่ท่านใช้ภาษาที่ส่อแสดงให้เห็นถึงภูมิธรรมปัญญา ตลอดจนชาติตระกูลของท่านเอง
ภาษาของท่านส่อจริงๆ ผมนั่งนึกอยู่นานพอดู ว่าเคยได้ยินการพูดจาแบบนี้ที่ไหน นึกได้ก็ตบมือดังฉาดใหญ่ๆ ใช่แล้ว เราเคยได้ยิน การพูดจา แบบนี้แถวๆ พัทยา (ใต้) เจ้าหล่อน มักจะใช้ภาษาอย่างนี้ สนทนากันอย่างคุ้นเคยปาก
ท่านผู้เขียนบัตรอวยพรมาถึงผม และคุณไอ้ทิด คงมีเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณเธอที่ พัทยา (ใต้) ไม่มากก็น้อย
ผมให้อภัย ไม่ถือโทษ หรือโกรธเกลียดท่าน เพราะเข้าใจดีว่า ท่านมีที่มาจากไหน และก็ไม่มีจิตหมิ่นต่อเพศแม่ เพราะเข้าใจสภาพของสังคม และเรื่องของเวรกรรมดีพอ
การที่ผมหยิบยกเรื่องนี้มาพูด เพราะไม่ประสงค์ที่จะให้ท่านผู้เขียนก่นด่าทีมงาน "พิมพ์ไทย" เป็นสุนัขรับใช้สำนักนั้นสำนักนี้ แล้วสรรเสริญ เยินยอบุคคลที่ตนเองนับถือ กล่าวหากันอย่างนี้ไม่สร้างสรรค์
ผมไม่ใช่นักปฏิบัติธรรม ไม่ใช่นักสร้างบารมี ไม่ใช่คนแก่วัดแก่วาอะไร เพียงแต่ทำหน้าที่ในฐานะชาวพุทธ และนักข่าวคนหนึ่ง ที่มีสติ เพียงพอ ไม่ไหล่บ่าไปตามกระแสสังคม ที่เดินตามรอยเท้าผู้อื่น อย่างโง่งมเท่านั้น
ทำไมผมจึงมีความประสงค์ให้ท่านผู้เขียนบัตรอวยพรมาถึงผม ยุติบทบาทดังกล่าวเสีย เพราะนั่นไม่ใช่วิธีการแห่งพุทธะ เป็นการกระทำ ที่ไม่ฉลาด และก็ไม่ใช่การปกป้องบุคคลที่ตนเองเคารพบูชา
ตรงข้ามพฤติกรรมดังกล่าว กลับจะทำให้บุคคลที่ท่านเคารพบูชา ได้รับความเสื่อมเสียจากพฤติกรรมหยาบโลนของท่าน รวมไปถึงบุพการี ของท่านผู้เขียนมาด้วย
เขาจะมองได้ว่า ญาติผู้ใหญ่ของท่านไม่สั่นสอน ทั้งที่ความจริงท่านน่าจะสั่งสอนท่านผู้เขียนบัตรอวยพรมาถึงผม
เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
ไม่ใช่เรื่องที่คนผู้มีศีลด่างพร้อยจะออกมาเห่าหอนกันได้แบบสบายปากสบายมือ เหมือนสุนัขเอาปากงมลงไปในน้ำข้าว เพื่อลิ้มลอง เศษกระดูก
ท่านที่เขียนบัตรอวยพรมาถึงผม ลงชื่อว่า "ผู้ไม่ประมาท" ขอท่านเข้าใจละไว้ในฐานนี้ด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และบุคคลที่ท่าน เคารพนับถือ
นิยมชมชื่นกับ ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็หัดเอาธรรม 3 ตัวนี้มาพิจารณาไตรสิกขาของตนเองบ้างเถิดจักเกิดผล จะได้ไม่โง่งม เอานิพพาน เหมารวมอยู่ในไตรลักษณ์ ซึ่งเป็นหนทางแห่งความฉิบหาย ซึ่งพระพุทธองค์ ทรงเน้นย้ำให้สัตว์โลก ปลีกหนีจากอำนาจชั่วร้าย นั้นคือไตรลักษณ
ผมเขียนเรื่องศาสนามากว่า 7 เดือนแล้ว ไม่ได้สงวนสิทธิ์แต่ปกป้อง หรือจงรักภักดีต่อวัดพระธรรมกาย หรือพระธัมมชโยเท่านั้น
หากแต่การก้าวกระโดดลงไปชนิดที่หลายฝ่ายอาจมองว่า เป็นการเชียร์ (อุ้มหรือเข้าข้าง) ก็ไม่ว่ากัน
ผมว่าผู้ที่เขียนบัตรอวยพรถึงผมน่าจะเปิดหูเปิดตาให้กว้างมากกว่านี้ บินให้สูงๆ แล้วมองลงมาข้างล่างจะเห็นด้วยตา รู้ด้วยปัญญาว่า ปัญหา พุทธศาสนาที่แท้จริง ไม่ได้มีจำกัดวงอยู่ที่วัดพระธรรมกายเท่านั้น และปัญหาที่พากันทุ่มเถียง โจมตีวัดพระธรรมกาย มากกว่าครึ่งปี ก็ยังไม่สามารถ หาข้อสรุปได้
ทำไมกรรมจึงไม่ตกกับพระธัมมชโยตามข้อกล่าวหาของสังคม
สื่อมวลชนน้ำดี "มติชน" ตีวัดพระธรรมกาย เสฐียรพงษ์ วรรณปก เป็นหัวหอกทิ่มแทงวัดทุกหนทาง เพื่อให้วัดพระธรรมกายล่มจม
ผลสุดท้ายกรรมอันใดไปตกอยู่กับเสฐียรพงษ์ โลกนี้ช่างลำเอียงเสียนี่กระไร คนทำความดีกับได้รับระเบิดเพลิงเป็นกำลังใจ
หรือว่าสวรรค์ไม่มีตา นรกไม่เป็นใจ
"มติชน" สุดสัปดาห์ ถึงกับเอาหมอดูหมอเดามาพยากรณ์ดวงเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ขึ้นหน้าปกว่า 26 มิถุนายน 254 วันดวงดับ
ล่วงเลยมาถึง วันนี้ 10 กรกฎาคม 2542 แล้วครับ ท่านหมอดูหมอเดา แม่นเหมือนตาเห็น 26 มิถุนายน 2542 ตรวจสอบตามโรงพัก โรงพยาบาลตำรวจ เห็นตายโหงกันหลายราย แต่ไม่มีชื่อของ "พระธัมมชโย" ติดบอร์ดตามที่ คุณหมอดูหมอเดา แห่งมติชนทำนายทายทักไว้
ผู้ที่จะเจริญในวิชา ต้องยึดมั่นในคุณธรรม จรรยาบรรณ พระภิกษุต้องยึดมั่นในพระธรรมวินัย ไม่เช่นนั้น ความต่ำทรามที่หยิบยกให้ผู้อื่น จะย้อนเข้าตนเอง
โซตัส