ปีที่ 2 ฉบับที่ 619 ประจำวันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2542

หน้า 1

นมัสการพระปยุต

เตือนศิษย์นอกรีต

ธรรมกายได้ครหา

ศิษย์วัดพระธรรมกายนมัสการพระธรรมปิฎกเตือนสื่อบิดเบือนข้อมูลโต้ 5 ข้อกล่าวหาฉกรรจ์ ด้านศิษย์หลวงตามหาบัว ถวายความรู้ พระสุปฏิปันโน หลวงปู่เทศก์ หลวงปู่ชอบ ลิขิตพระนิพพานไม่สูญ อย่าเข้าใจว่า นิพพานเป็นผลไม้หมดฤดู แล้วไม่ออกดอกออกผล

หลังจากที่สื่อมวลชน และสังคมกล่าวโจมตีวัดพระธรรมกาย และพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย เป็นเวลากว่า 3 เดือน โดยที่ทางวัดและเจ้าอาวาส ยังคงนิ่งเฉยต่อคำครหามาโดยตลอด ขณะเดียวกัน คณะศิษย์วัดพระธรรมกายและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่างเห็นพ้องต้องกัน แล้วว่า เป็นเวลาอันควรแล้ว ที่ทางกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรม จะออกมาชี้แจงข้อมูล ความเป็นจริงของวัด ทั้งเรื่องการดูดทรัพย์ การระดมคน การระดมเงิน และอีกหลายเรื่องหลายประเด็น ที่ถูกบิดเบือน

เฉพาะสื่อวิทยุ FM 100.5 มีนายทองขาว ดำเนินรายการร่วมกับคณะ 3-4 คน ยกคำวินิจฉัยของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) เป็นบรรทัดฐาน จึงขอความเมตตา พระเดชพระคุณ พระธรรมปิฎก กรุณาอบรมสั่งสอน คนกลุ่มนี้ด้วย เพราะไม่เกิดผลดีต่อ ภาพลักษณ์ของ ชาวพุทธโดยรวม เป็นวิบากเป็นครุกรรมยิ่ง สังคมตัดสินคนได้แบบคน แต่จะตัดสินพระแบบคนไม่ได้ หากจะตัดสินพระได้ ก็เพียงเรื่องอาบัติ ลับหูลับตามิใช่หรือ เรื่องอื่นปล่อยให้พระกับพระจัดการกันเอง

ประเด็นที่ FM 100.5 หยิบยกขึ้นมาโจมตี ตลอดช่วงเวลา 3 เดือน มีดังนี้

1) เรื่องการทำบุญพระองค์ละ 1 หมื่นบาท จำนวน 1 ล้านองค์

จริงอยู่ อาจจะดูว่า แพง แท้ที่จริงนั้นไม่ได้สร้างแต่เฉพาะพระพุทธรูป เงินดังกล่าวได้นำไปสร้างตัวองค์เจดีย์ (โครงสร้าง) ฐานราก ถมที่ดิน พระมหาธรรมกายเจดีย์ มีองค์ประกอบดังนี้ ยอดโดม เชิงลาดโดม และภายในคือที่ประดิษฐาน พระประจำตัวล้านองค์ และยังแบ่งเป็นที่นั่งของ หมู่สงฆ์จำนวน 1 หมื่นรูป เงินจำนวน 1 หมื่นบาท ที่เหลือจากการหล่อพระ   คิดจากค่าหล่อ ค่าพิมพ์ ค่าตกแต่งองค์พระ ค่าติดตั้งยึดกับแผ่นแคลดดิ้ง ที่หุ้มเจดีย์เท่าไร องค์พระแต่ละองค์ เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ยังนำไปเคลือบด้วยไททาเนียม นิเกิ้ล ทองคำ แล้วทำไอออนเพลทติ้ง เปลี่ยนผิวหน้าให้เป็น ทองคำด้วยกรรมวิธีพิเศษ ถามว่า ถ้าหลอกประชาชนแล้ว ทำไมต้องทำให้ประณีตเพียงนี้

2) เรื่องการระดมคนเกณฑ์คนเข้าวัด

ข้อกล่าวหาเกณฑ์คนเข้าวัด ด้วยการนำพระเหรียญไปหว่านล้อม ล่อคน คนจำนวน 1 แสนกว่าคน ที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย เทียบกับคนไทยจำนวน 70 ล้านคน น้อยมาก ถามว่า คนที่ไปแล้วทำไมยังไปอีก ทั้งที่มีกระแสข่าวโจมตีวัดตลอดเวลา คำตอบคือ 1.กริยา 2.วาจา 3.ใจ ของพระเถร เณร ชี เจ้าหน้าที่วัด ที่ปฏิบัติต่อเขา อาจหมายถึง ความสะอาดของสถานที่ ความมีระเบียบเรียบร้อย ความวิเวกสงบ เหมาะต่อการ ปฏิบัติเจริญศีลสมาธิ

3) ธรรมกายเพี้ยนหรือไม่

กราบเรียนพระเดชพระคุณพระธรรมปิฎกดังนี้ มีคนเคยถามหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่า ทำไมคำสอนท่านจึงซ้ำๆ เหมือนเดิม มานานนับสิบปีแล้ว ไม่เปลี่ยนเรื่อง ไม่สอนอภิธรรมเหมือนที่อื่นๆ บ้าง ท่านตอบว่า นับสิบๆ ปีที่ผ่านมา ใจคุณสงบนิ่งหรือยัง ถ้ายังไม่สงบนิ่งให้ทำต่อไป พร้อมๆ กับคน ที่เพิ่งเข้ามาปฏิบัติธรรมใหม่ แต่ถ้าสงบนิ่งแล้ว ขอให้พิจารณาด้วยธรรมตามอริยสัจ ตามมรรคมีองค์ 8 ประการ แล้วจะรู้จักธรรมกายเป็นลำดับไป

วิชชาธรรมกาย (วิปัสสนา) เริ่มต้นที่สงบใจก่อน (ความสงบของใจนั้น พระเดชพระคุณว่า มันอุปมาความรู้สึก ให้เข้าใจได้เพียงเล็กน้อย) แล้วนั่นแหละใจที่สงบ นิ่ง ในองค์พระภายใน เมื่อยกใจมาพิจารณาข้อธรรม ในเรื่องอริยสัจ ย่อมเห็นเป็น ไตรลักษณ์ได้เช่นกัน ที่พูดว่า ธรรมกาย ติดนิมิต หารู้ไม่ว่า คนพูดนั้นก็เหมือนเป็นคนเก่า ที่มาวัดเป็นสิบๆ ปี แต่ทำตัวเหมือน คนเพิ่งมาฟังธรรมะครั้งแรก คนที่เขารู้จักธรรมกายจริงๆ ก็ได้แต่สังเวชใจ แต่เขาไม่พูดมาก เพราะถือว่า เป็นสำนักปฏิบัติ ไม่ใช่พวกนักปฏิวัติธรรมเพี้ยน หรือไม่ คนที่รู้จักวิชชาธรรมกายอธิบายได้ แต่จะอธิบาย นิมิต องค์พระ ความรู้ภายใน รู้รอบ รู้ชัด เป็นอย่างไร ด้วยภาษาพูดภาษาเขียน ก็ทำได้เพียงเทียบเคียงเท่านั้น เพราะเป็นเรื่อง ภาษาธรรม ภาษาใจ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีตัวตน แต่จะสัมผัสได้เฉพาะตัวบุคคลผู้ปฏิบัติเท่านั้น

ของใหญ่อยู่ในของเล็กนั้น เป็นอย่างไร วิชชาธรรมกายเริ่มต้น ด้วยผังคร่าวๆ ดังนี้ สมาธิ บริกรรม ใจสงบ ธรรมภายใน มรรคมีองค์ 8 (อริยสัจ) และวิปัสสนา ขั้นตอนหลังจากใจสงบแล้ว เขาไปเรียนต่อกันเป็นกลุ่มๆ หรือตัวต่อตัวเป็นระยะๆ กับพระอาจารย์ฝ่ายภาวนาในวัด ซึ่งมีหลายรูป พระอาจารย์เหล่านี้หลายรูปได้ ป.ธ.5-9 ควบคู่ไปทั้งปริยัติ-ปฏิบัติ ท่านเน้นธุระของใจมากกว่าคำพูด คนที่เขารู้ก็ว่ากันว่า เดี๋ยวนี้ คนเขาเป็นอย่างนี้กันหรือ เข้าทำนองสอนหนังสือสังฆราช

4) สามเณรี คอนโดมีเนียม สีกา ธุรกิจและอื่นๆ

คำตอบคือ ประมาณเดียวกับข้อกล่าวหาพระธัมมชโย มีกรีนการ์ด มีสัญชาติอเมริกัน เป็นคำพูดเข้าทำนอง "กล้วยตานีปลายหวีเหี่ยว เหลือหวีเดียว หิ้วหวีเหี่ยวไป หิ้วหวีเหี่ยวมา" หลวงพ่อเจ้าอาวาส ท่านนิ่งแบบธรรมดุษฎี บอกทุกคนให้สงบใจ สงบคำ ไม่ก่อเวรโต้ตอบ รอความจริง ปรากฏดีกว่า ท่านไม่กลัวคนไม่มาวัด แต่เป็นห่วงคนที่ไม่รู้จักวัดต่างหาก

วันหนึ่งเขาจะคิดจะรู้สึกอย่างไร เมื่อข้อแท้จริงปรากฏชัด เขาจะถามตัวเองว่า ทำอะไรลงไป ใช่ว่ามาขออภัยแล้วเรื่องมันจะจบ เพราะ หนึ่งปากหนึ่งคำที่เสียไป แต่จะมีคนที่รับรู้และเข้าใจผิด แล้วพูดอย่างผิดๆ ต่อๆ กันไป มีจำนวนประมาณไม่ได้

ศิษย์วัดพระธรรมกายไม่คิดลบหลู่ความคิดผู้อื่น แต่ไม่นิยมชมชอบกับคำพูดโดยไม่คิดไตร่ตรอง หาเหตุผลก่อนพูด คนเรามองความ ประพฤติภายนอก แล้วจะตัดสินความบริสุทธิ์ภายในใจ ได้ทั้งหมดหรือ มีคุณธรรมมีคุณภาพ และปัญญาภายใน เพียงพอแล้วหรือ ที่จะตัดสินคน ผ่านทางสื่อ อีกอย่างเรื่องคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ

5) พระสัทธรรม พระไตรปิฎก นิพพาน?

มีคนวิเคราะห์กันถูกผิด โปรดเมตตาวินิจฉัยด้วยว่า พระพุทธเจ้าเผยแผ่คำสอน 45 ปี หรือ 16,425 วัน พระไตรปิฎกเมืองไทยมีกี่เล่ม คำสอน 84,000 พระธรรมขันธ์ จะเป็นทั้งหมดเฉพาะในประเทศของเราเท่านั้นหรือ ที่พระพุทธเจ้าสอนมาตลอด 45 ปี คำอื่นๆ วลีอื่นๆ ประโยคอื่นๆ พระธรรมอื่นๆ จะไม่ปรากฏอยู่ที่ประเทศอื่นๆ เชียวหรือ อย่าลืมเรารับเอาพระไตรปิฎกจากต้นเค้า เหมือนที่ประเทศอื่นๆ เขารับมาเช่นกัน ไม่มีใคร บิดเบือนพระไตรปิฎก แน่นอน แต่ใจกว้างพอ ที่จะรับรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้เคยเห็นหรือไม่ ไม่มีใครทำลายอธิปไตย ของพระสัทธรรมได้ ต้องพิจารณา ด้วยสติปัญญา ใช้นวตกรรมใหม่ๆ ทางโลก มาเป็นเครื่องมือตรวจสอบวิเคราะห์ได้

สำหรับข้อถกเถียงพระนิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา "พิมพ์ไทย" ได้พิจารณาข้อมูลจากศิษย์วัดพระธรรมกาย ด้วยใจที่เป็นธรรม และหวัง เป็นยิ่งว่า เพื่อสื่อมวลชนจะมีใจเป็นกลาง รับฟังข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหา พระธรรมปิฎก และสื่อมวลชน ระบุว่า พระนิพพานต้องเป็น อนัตตา ไม่มีตัวตนนั้น แต่วัดพระธรรมกาย มีคำสอนว่า พระนิพพานเป็นอัตตา มีตัวตน "พิมพ์ไทย" ได้รับการเปิดเผยจากชมรมสุปฏิปันโน สายพระปฏิบัติ หลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด ร่วมมีข้อมูลต่างๆ ยืนยันว่า พระนิพพาน เป็น อัตตาแท้ ตามที่นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้

และนี่คืออีกส่วนหนึ่งที่ตอกย้ำพระนิพพานเป็น "อัตตา" ดังนี้

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย กล่าวไว้ในหนังสือชีวประวัติ ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. 2535 ลำดับที่ 22 เรื่องปฏิปทาของท่าน หน้า 129-130 ว่า

ท่านอธิบายว่า "นิพพานไม่ได้สูญ ไม่ได้อยู่ตามที่โลกคาดคะเนหรือเดากัน ทำจริงจะได้เห็นของจริง รู้จริง และจะเห็นนิพพานเอง เห็น พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านบริสุทธิ์เอง และหายสงสัยโดยประการทั้งปวง"

ท่านเล่าให้ศิษย์ผู้ใกล้ชิดและมุ่งมั่นต่อการหลุดพ้นฟังว่า นี้แหละเป็นคำสอนจากท่านพระอาจารย์มั่น ลำดับที่ 24 เรื่องภัย 4 อย่างของ ผู้ภาวนา หน้า 135-136 ว่า

"ผู้จะผ่านพ้นโอฆสงสาร หรือ ห้วงน้ำใหญ่ไปถึงพระนิพพานได้ จะต้องอาศัยหลักของความเชื่อ... ต้องเชื่อมั่นในคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า เชื่อมั่นในปฏิปทา ทางดำเนินของ ครูบาอาจารย์ จะต้องมีความเชื่อมั่น แน่นอนว่า มรรคผลนิพพาน เป็นของมีอยู่จริง เมื่อเราเชื่อว่า มรรคผล นิพพาน มีอยู่จริง เราก็ปฏิบัติมุ่งต่อ มรรคผลนิพพานได้"

พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรํสี) วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย กล่าวไว้ในหนังสือเรื่องหลวงปู่เทสก์ โดยสำนักพิมพ์มติชน มกราคม 2537 ลำดับที่ 68 เรื่องมรรคผล นิพพาน หน้า 149 ว่า

"ในท่ามกลางความรู้สึกของคนจำนวนไม่น้อยที่ว่าหมดกาล หมดเวลาของมรรคผล นิพพานนั้น พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี ได้ให้คำ อรรถาธิบายอย่างน่ารับฟังยิ่งว่า

..ความคิดของคนที่ไม่ได้ปฏิบัติโดยอนุมานเอานั้น เขาคิดว่า มรรคผล นิพพาน คล้ายๆ กับลูกไม้ หมดฤดูกาล เขาเข้าใจกันอย่างมะม่วง ลำไย หมดฤดูแล้วไม่มีลูก แท้จริง สัจจธรรมคำสอน ของพระพุทธเจ้า เป็นของมีอยู่ประจำโลก คนที่เขาไม่เห็นธรรม ทั้งๆ ที่ธรรมอยู่ในตัวของเขา แต่เขา มองไม่เห็น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็ไม่ใช่แบกหาม หรือไปขนเอาธรรม มาจากไหน ธรรมที่เป็นของจริง ของแท้ เรียกว่าธรรมล้วนๆ นั้นมีอยู่ แต่คนเรา ไม่เห็นธรรม ... คนต่างหากเสื่อมสูญ จากมรรคผล นิพพาน เพราะไม่ปฏิบัติให้เข้าถึงตรงนั้น"

[หน้าหลัก] [หน้า1] [วิวาทะ] [ปุจฉา]

1