ปีที่ 2 ฉบับที่ 584 วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2542 ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 3 ปีขาล

วิวาทะ

จริยาวัตรพระพยอม

เดิมพันสละ สบง-จีวร

หยาม "อุบาสกแก้ว"

กราบนมัสการ ท่านเจ้าคุณ พระพิศาล ธรรมวาที หรือ หลวงพี่พยอม กัลยาโณ แห่งวัดสวนแก้ว ผมเคยไปวัดสวนแก้ว และได้พบกับ หลวงพี่พยอมครั้งแรก จำไม่ได้ว่า เข้าไปทำธุระอะไร ยังงงอยู่จนถึงทุกวันนี้   เพราะแต่ไหนแต่ไร ก็ไม่เคยมีความรู้สึก อยากจะพบหลวงพี่พยอม สักเท่าไร

จำได้แต่เพียงเลาๆ ว่า ขับรถหลงเข้าไปโดยที่ไม่รู้ว่า วัดสวนแก้วแห่งนี้ คือวัดที่หลวงพี่พยอม พระนักเทศน์ชื่อดัง ลีลาเข้าขั้นตลกคาเฟ่ ย่านพระราม 9

วัดสวนแก้วแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ เหลียวซ้ายแลขวา สายตาสอดส่องด ูอาณาจักรแห่งนี้ ช่างร่มรื่น “วิเวก” เหมาะยิ่ง สำหรับผู้สันโดษ และนักปฏิบัติธรรมทั้งหลาย

บรรยากาศที่ว่าล่วงเลยมากว่า 10 ปี แล้ว ครับ…

กลับมาวันนี้ บรรยากาศที่ว่า อันตรธานหายไป จนเกือบจะหมดสิ้น ต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ขึ้นเรียงราย แม้จะดูไม่เป็นระเบียบ แต่ก็บ่งบอกถึง ความเป็นธรรมชาติ ของป่าสวน ยืนต้นอยู่บางตาเต็มที

ภาพที่ปรากฏอยู่ปัจจุบัน มีถาวรวัตถุ สิ่งปลูกสร้าง ผุดขึ้นมาแทนที่ ตึกสูงหน้าวัด ซูเปอร์มาเก็ต ติดแอร์คอนดิชั่น เย็นฉ่ำ ภายในวัด รายล้อมไปด้วย ร้านค้าใหญ่น้อย คอยบริการขายสินค้า ให้กับญาติโยม โรงงาน โรงจักร โรงยนต์ โรงไม้ บ้านพักคนงาน ปลูกติดกันเป็นทิวแถว

ต้องยอมรับว่า 10 ปีที่ผ่านมา พระนักพัฒนา อย่างหลวงพี่พยอม สามารถสร้างระบบ การจัดการวัด ได้อย่างยอดเยี่ยม หากประเทศไทย มีรัฐมนตรีคลัง-พาณิชย์ ที่มีวิชั่นอย่าง หลวงพี่พยอม บ้านเมืองคงไม่ต้อง ตกเป็นเมืองขึ้น IMF.

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2531 เสาหลักประชาธิปไตย ท่านอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช ได้หยิบยกเรื่อง ของหลวงพี่พยอม นำโฉนดที่ดิน วัดสวนแก้ว จำนวน 5 ไร่ ไปจำนองกู้เงิน จากเถ้าแก่ บริษัทก่อสร้าง ในวงเงิน 1.6 ล้านบาท

ด้วยเหตุผลของพระคุณเจ้า ต้องการนำปัจจัยเลขหลัก 7 มาก่อสร้างถาวรวัตถุ ภายในวัดสวนแก้ว นั่นเอง ท่านอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ให้ผลสรุปความ เรื่องดังกล่าวว่า เป็นเรื่องเลอะเทอะ และไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ธรณีสงฆ์” ไม่สามารถนำไปจำนอง ทำนิติกรรมใดได้

สรุปแล้ว ไม่มีใครสามารถยืนยันว่า เรื่องดังกล่าว มีข้อเท็จจริงประการใด ต้องกราบนมัสการต่อ หลวงพี่พยอม น่าจะได้รับคำตอบ ที่ชัดแจ้งที่สุด

วันนี้พุทธศาสนิกชน ได้เห็นบทบาท ของท่านพิศาลธรรมวาที ที่ออกมาต่อต้าน วัดพระธรรมกาย ร่วมกับ สื่อมวลชน หลายแขนง หลวงพี่พยอ มรับกิจนิมนต์ ยาวเหยียด เพื่อแสดงความเห็น ต่อข้อครหา ของวัดพระธรรมกาย

หลวงพี่พยอมท่านมองว่า วัดพระธรรมกาย ดำเนินการเป็นธุรกิจ เน้นวัตถุมากเกินไป ตั้งตนเป็น “ลัทธิใหม่” คิดชำระล้าง พระไตรปิฎก ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ กับพุทธศาสนา

เมื่อเร็วๆ นี้เอง ท่านได้แสดงธรรม โปรดญาติโยมที่ไป วัดสวนแก้ว มีตอนหนึ่ง ท่านกล่าวถึง วัดพระธรรมกาย ที่เชิญชวนให้ญาติธรรม บวชอุบาสกแก้ว 1 แสนคน ระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม นี้

ท่านเจ้าคุณพระพิศาลธรรมวาที พูดว่า ถ้าวัดพระธรรมกาย มีญาติธรรมศรัทธา บวชถึง 5 พันคน อาตมาจะขอสละจีวร สึกหาลาเพศ ….?….

แถบไม่อยากจะเชื่อว่า คำพูดทำนองเดิมพัน จะหลุดมาจากปาก ของหมู่สงฆ์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกินวิสัย ของหลวงพี่พยอม หากย้อนดู เมื่อครั้งที่พระคุณเจ้า เปิดฉากสู้รบกับ อดีตพระยันตระ   ถึงขั้นวัดความเป็นชาย กันมาแล้ว

ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะการได้ชื่อว่า เป็นเนื้อนาบุญ ผู้มีศรัทธาในองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเอาความเป็น สมณะเพศ ซึ่งถือเป็นของสูง มาเดิมพัน พนันขันต่อ แม้จะเป็นเพียงอารมณ์ขัน ก็ตามที เพราะแท้จริงแล้ว ความสับสนของ วัดพระธรรมกาย ไม่ใช่เรื่องที่สลับซับซ้อน แต่อย่างใด อีกทั้งเรายังมีสถาบันสงฆ์ ที่มีกฎระเบียบ กติกาที่ศักดิ์สิทธิ์เพียงพอ ที่จะปกครองกันได้

จึงขอวอนให้ทุกฝ่าย ใช้พระปัญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ เป็นแสงสว่าง นำทาง เถิด

โซตัส

1