ปีที่ 2 ฉบับที่ 584 วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2542 ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 3 ปีขาล

ข่าวหน้า 1

นักศึกษาบุกรัฐสภา

กู้วิกฤตพุทธ

ต้านมารล้มวัดพระธรรมกาย

ตูมตามพล่าน เด้งรับลูก

นักศึกษา จับมือกลุ่มแนวร่วมพิทักษ์ พระพุทธศาสนา บุกรัฐสภาเรียกร้องให้รัฐบาลลงมา สะสางมารทำลายล้าง ศาสนาพุทธ ระบุลัทธิข้ามชาติ ทุ่มเงินซื้อสื่อถล่ม ยกกรณีวัดพระธรรมกาย เหยื่อรายล่าสุด ด้าน “ตูมตาม” รมช. ศึกษาฯ ต้องสละเวลา ประชุมสภาฯ วิ่งลงมา รับหนังสือร้องเรียน พร้อมกับรับปากว่า   ปัญหาทุกอย่าง จะต้องยุติในเร็ววันนี้ “พิมพ์ไทย” แฉประวัติพิสดาร มหามาร “มหาส.” ต่อ

กระแสต่อต้านวัดพระธรรมกาย มีการชี้ผิด-ถูก ออกมาอย่างชัดเจน โดยไม่ได้รอการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบปราม และคำวินิจฉัย ของมหาเถรสมาคม จนกลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัย รามคำแหง นำโดย นายธงชัย คงกระพันธ์ หัวหน้าพรรค สัจธรรม และกลุ่มแนวร่วม ผู้พิทักษ์ พระพุทธศาสนา ได้เดินทางมาเรียกร้อง ให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงมาดูแลปัญหาดังกล่าว อย่างจริงจัง

นักศึกษาต้านมารศาสนา

รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2542   กลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัย รามคำแหง และกลุ่มแนวร่วม ผู้พิทักษ์ พระพุทธศาสนา เดินทางมาชุมนุม ที่บริเวณหน้ารัฐบาล มีการนำป้าย เขียนข้อความต่างๆ เพื่อจรรโลงศาสนา ขณะเดียวกัน กลุ่มนักศึกษาได้ขึ้นไปผลัดเปลี่ยน อภิปราย เรียกร้อง ให้รัฐบาล ลงมาดูแลปัญหา โดยระบุว่า ขณะนี้ กลุ่มมารนอกศาสนา คิดล้มล้าง พุทธศาสนา

โดยมีการแจกจ่ายใบปลิว แถลงข่าวเรื่อง ภัยร้ายของพระพุทธศาสนา ในวันนี้ มีสาระสำคัญดังนี้….

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีกระแสข่าวโจมตี พระพุทธศาสนา เป็นอย่างมาก มีรูปแบบ ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งนับว่า ไม่เป็นผลดีต่อสังคม แต่อย่างใด

นักศึกษาทราบว่า ต่างชาติได้เข้ามามีบทบาท ทั้งด้านการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ร้ายแรงถึงขั้นมีการระดมทุน จำนวนมหาศาล จากนอกประเทศ เข้ามาในไทย โดยความร่วมมือของ บุคคลบางคน ทั้งในภาครัฐ และเอกชน มีเป้าหมาย เพื่อเปลี่ยนแปลง หรือทำลาย พระพุทธศาสนา ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศเดียว ที่พระพุทธศาสนา เจริญรุ่งเรือง ที่สุดในโลก

แฉจ้องทำลายพุทธ

จุดประสงค์ของคนกลุ่มนี้ ต้องการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อเรื่องศาสนา ของคนประจำถิ่น ให้ไปนับถือลัทธิใหม่ ของกลุ่มตน แม้สิ่งนี้จะเรียกว่า เสรีภาพในการนับถือศาสนา ก็ตาม แต่ก็นับว่า เป็นภัยร้ายแรง ต่อพระพุทธศาสนา เพราะรูปแบบ ของลัทธิ ที่แอบแฝงเข้ามา ทำลายพุทธศาสนา มีรูปแบบ หลากหลาย โดยอาศัยภาวะ ที่ประเทศ ระส่ำระสาย เศรษฐกิจตกต่ำ ดำเนินการ ทำลายล้างศาสนา

อาศัยเงื่อนไข ทางเศรษฐกิจ ผู้ได้เปรียบ คือ “เงินทุนต่างชาติ” จำนวนมหาศาล หยิบยื่นวัตถุทุน จำหน่ายจ่ายแจก แก่เยาวชน และประชาชน โดยไม่มีขีดจำกัด เพื่อให้ลัทธิของตน เป็นใหญ่ในประเทศไทย ให้จงได้

ข้องใจสื่อถล่มธรรมกาย

“เราไม่เข้าใจว่า กรณีวัดพระธรรมกาย มีการโจมตีกัน อย่างหนักหน่วง จากฆราวาส ทำไมไม่ให้สถาบันสงฆ์ ซึ่งมีกฎระเบียบ ในการปกครอง อยู่แล้ว ดูแลกันเอง คนเข้าวัดกลับถูกต่อต้าน ขณะที่แหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน สนามม้า กลับไม่ถูกต่อต้าน วัดไม่ใช่ซ่องโจร รัฐบาลมัวทำอะไรอยู่”

แถลงการณ์ตอนท้ายระบุว่า เราเห็นว่า มีความพยายามทำลาย พระพุทธศาสนา จากบุคคลบางกลุ่ม อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะสื่อมวลชน หลายสำนัก ที่นำเสนอข่าวโจมตี วัดพระธรรมกาย มิได้เป็นไป เพื่อการตรวจสอบ ค้นหาข้อเท็จจริง เสียแล้ว แต่มีการใส่ร้ายป้ายสี และมีการนำข้อมูลเท็จ มากล่าวหาวัด นักศึกษาจึงมายื่นหนังสือต่อ กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมาธิการ ศาสนา สภาผู้แทนราษฎร และสภาความมั่นคง แห่งชาติ เพื่อดำเนินการ สืบสวนสอบสวน ทำให้เรื่องดังกล่าวปรากฏ

“ตูมตาม” รับปากสะสาง

หลังจากการอภิปรายของกลุ่มนักศึกษา ปรากฏว่า นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการ และนายอำนวย สุวรรณคีรี กรรมาธิการศาสนา ได้สละเวลา การประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในศึกซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 รัฐมนตร ีแหวกฝูงชน เพื่อมารับหนังสือ และข้อเรียกร้อง ของผู้ชุมนุมดังกล่าว

โดยนายอารมให้คำมั่นว่า ในฐานะที่ตนดูแล รับผิดชอบงาน ด้านศาสนา ขอให้นักศึกษาและ ประชาชนวางใจได้ ตนจะทำนุบำรุง และปกป้องพุทธศาสนา ให้ดีที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วง

“กรณีวัดพระธรรมกายก็เช่นกัน ให้อดใจรอหน่อย คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้า การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ คงจะสรุปผลได้ หากวัดไม่ได้กระทำผิด พระธรรมวินัย ไม่ได้ไปดัดแปลง พระไตรปิฎก ก็ไม่สามารถไปกล่าวหา วัดพระธรรมกายได้ ขอทุกคนอย่าได้เป็นห่วง” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ญาติธรรม ระบุศรัทธาตั้งมั่น

สำหรับบรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย วันเดียวกันนี้ ได้รับคำยืนยันจากกรรมการวัดว่า จะดำเนินการบวชอุบาสกแก้ว ในวันที่ 29-31 มกราคม 2542 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาส อภิมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ

แม้จะมีการปล่อยข่าว จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อวัด ในทางเสียๆ หายๆ แต่ทางวัด รวมถึงญาติธรรม ที่มาปฏิบัติธรรม กับวัดพระธรรมกาย ต่างยืนยัน เป็นเสียงเดียวกันว่า ศรัทธาที่มีต่อพระคุณเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ไม่อาจมีสิ่งใด มาทำให้ลบล้างศรัทธาได้ และเชื่อว่า จะมีประชาชน มาร่วมบวชอุบาสกแก้ว เป็นจำนวนมาก เหมือนเดิม

สำหรับประวัติ “มหาส.” มหานอกวัดที่ “พิมพ์ไทย” รายงานไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ฉบับนี้ มาอ่านประวัติ สุดแสนพิศดาร ของมหานอกวัด ต่อ….

ลำดับประวัติ “มหาส.” ที่เสนอไป เริ่มจากบวชเณร และประพฤติผิด พระธรรมวินัย มาตลอด ไปเรียนถึง เมืองนอกเมืองนา จนจิตใจใฝ่หาแต่ ลัทธินอกพุทธศาสนา หลงใหลในกามคุณ จนถูกกดดัน ให้สึกจากเพศสมณะ

สวนทางนิพพาน

ช่วงปี 2530-2531 มหาส. ออกมาฟาดฟัน สถาบันสงฆ์ ถึงกลับลงมือ เขียนบทความ ใช้ชื่อคอลัมน์ว่า “สวนทางนิพพาน” เพื่อประกาศตัวเอง ว่า ถ้าตายแล้วขอไปลง “นรก” ขณะเดียวกัน ยังนำเรื่องพระสงฆ์ ไปเขียนการ์ตูนล้อเลียน เสียดสีสถาบันสงฆ์ โดยไม่คำนึงถึง ความเสียหาย ที่จะตามมา ก่อนหน้านี้ ก็เคยใช้ปากกาเปื้อนเลือด เขียนใส่ร้ายป้ายสี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อาศัยความเป็นคนโต ในวงการหนังสือพิมพ์ ยืมมือพรรคพวกคนหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์ยักษ์ โจมตีวัดพระธรรมกาย

คนโตในหนังสือพิมพ์ยักษ์ ปวารณาตัวเอง ก่อนที่จะเขียนข่าวโจมตีวัด ตามคำบัญชาของ มหาส. มีความว่า “หากเขียนด่าทอ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แล้ว ถ้าหลวงพ่อเป็นพระที่ดี ขอให้ตนเองตกนรก”

หลังการเขียนด่าพระคุณเจ้า ปรากฏว่า เพื่อนของมหาส. เกิดล้มป่วยอย่างกระทันหัน ก่อนตายร่างกายเหม็นไปทั้งตัว

ตั้งตนเหนือมหาเถรฯ

ความพยายามล้มล้างพระพุทธศาสนา เพื่อตั้งตนเองเป็นวิศวกรทางศาสนา อยู่ในความรู้สึกของ มหาส.   ตลอดเวลา สร้างความขัดแย้ง ให้เกิดขึ้นกับ หมู่สงฆ์ ตลอดเวลา จนสถาบันสงฆ์ ต้องตัดใจลดความขัดแย้ง ยกให้เป็น “บัณฑิต”

เพียงเวลาไม่กี่ปี ชีวิตพิศดารของ มหาส. พลิกจากหน้ามือ เป็นหลังมือ ทีเดียว มหาส. มีรสนิยมสูง ซื้อรถยนต์ยุโรป ป้ายแดง ตามลำพังเงินเดือน จากการขายข่าวโจมตีสงฆ์ เพื่อแลกกับเงินเดือน ของสำนักพิมพ์ ต้นสังกัด คงไม่สามารถยกฐานะ ของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว เช่นนี้ แต่ มหาส. ไม่เคยเกรงกลัวต่อบาป รับเงินจากลัทธินอกศาสนา ดำเนินการฟาดฟัน พุทธศาสนา พิพากษาแทน มหาเถรสมาคม

แผนร้ายดึงพระดังเป็นพวก

พฤติกรรมของมหานอกวัด ไม่เกรงกลัวบาป ผู้มีมิจฉาทิฏฐิติดตัว กำลังปฏิบัติการดึง พระสงฆ์ชื่อดังหลายรูป เข้ามาอยู่ในเครือข่าย ของตน โดยสงฆ์บางรูป รู้ไม่เท่าทัน   ตกเป็นเครื่องมือ ออกมาโจมตี วัดพระธรรมกาย ดังภาพที่ปรากฏอยู่ ทุกวันนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่พุทธศาสนิกชน จะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อต้าน มหามาร ก่อนที่สถานการณ์ทุกอย่าง จะเลวร้ายไปกว่านี้

1